เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 19

รอยร้าวในความสัมพันธ์

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นดินปืนจาง ๆ ยังลอยอบอวลอยู่ในห้องรับแขกของเซฟเฮาส์ แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่ากลับเป็นอุณหภูมิความโกรธที่กำลังแผดเผารณภพจนแทบจะหลอมโลหะให้ละลายได้ในพริบตา สถาปนิกหนุ่มยืนหายใจหอบกระชั้น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วปูดโปーン เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ สะท้อนถึงความเดือดดาลที่อัดแน่นจนเกินขีดจำกัด เสียงกระสุนนัดล่าสุดที่เพิ่งเฉียดผ่านใบหูไปไม่ถึงคืบยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มันคือความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม และรณภพเกือบจะต้องสูญเสียคีย์ไปตลอดกาล หากเขาไม่พุ่งตัวเข้าไปกระชากอีกฝ่ายให้หลบวิถีกระสุนด้วยสัญชาตญาณดิบล้วน ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้สถาปนิกปากจัดอย่างเขาเลือดขึ้นหน้าไม่ใช่ความตายที่เฉียดฉาย แต่มันคือความจริงที่เพิ่งกระจ่าง—คีย์รู้ตัวล่วงหน้ามานานแล้วว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่การลอบสังเกตการณ์ธรรมดา แต่พวกมันมีคำสั่ง "เก็บ" สถานเดียว และบอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะรับมือมันคนเดียว โดยไม่ปริปากบอกเขาสักคำ "คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" เสียงตะคอกของรณภพดังลั่นห้อง ทำลายความเงียบงันจนผนังแทบสะเทือน นัยน์ตาคมกริบที่มักจะฉายแววหยิ่งทะนงและเหนือกว่าใครเสมอ ยามนี้กลับแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราดและ... ความกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง คีย์ยืนนิ่งเป็นหิน ไหล่กว้างมีรอยแผลฉีกขาดจากเศษกระสุนถาก ๆ เลือดสีสดซึมผ่านเนื้อผ้าสีเข้มออกมาเล็กน้อย แต่เจ้าตัวกลับทำราวกับมันเป็นเพียงแค่มดกัด สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใด ๆ ยิ่งเติมเชื้อไฟให้รณภพพุ่งเข้าใส่ด้วยความโมโห "ผมถามว่าคุณคิดบ้าอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่บอกผมเรื่องกลุ่มมือสังหารกลุ่มนั้น!" รณภพก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย นิ้วเรียวชี้หน้าบอดี้การ์ดหนุ่มตัวสูงด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย "คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน มั่นใจนักหรือไงว่าจะรับมือไหวคนเดียว ห๊ะ!" คีย์เหลือบตามองปลายนิ้วที่จ่ออยู่ตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาที่กำลังลุกเป็นไฟของคนตัวเล็กกว่า แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนแทบจับสังเกตไม่ได้—ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม "หน้าที่ของผมคือปกป้องคุณ ไม่ใช่เอาภาระมาให้คุณกังวล" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย รากำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่เรื่องความเป็นความตาย "ภาระงั้นเหรอ?" รณภพแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง "คุณเห็นผมเป็นตัวภาระมาตลอดเลยใช่ไหมคีย์? คิดว่าผมเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ที่ต้องคอยหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้าง ๆ ของคุณไปวัน ๆ อย่างนั้นสินะ!" "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..." "แล้วมันหมายความว่ายังไง!" รณภพสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว ความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปไปกับความโกรธเกรี้ยวจนตีรวนอยู่ในอก "พวกมันมาเพื่อเอาชีวิตเรา ชีวิตเรานะคีย์! ไม่ใช่ชีวิตคุณคนเดียว ถ้าเมื่อกี้ผมช้าไปก้าวเดียว ถ้าลูกปืนนัดนั้นมันเจาะเข้าที่หัวใจคุณ... คุณคิดบ้างไหมว่าผมจะต้องรู้สึกยังไงวะ!" ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนที่รณภพจะรีบเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอที่เกือบจะหลุดรอดออกมา เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดความรู้สึกที่หัวใจมันกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดกลัวยามเห็นเลือดของอีกฝ่าย เกลียดที่ตัวเองใส่ใจผู้ชายปากหนักคนนี้มากเกินกว่าเหตุ คีย์นิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สันจَมูกโด่งคมสันขยับเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชามาตลอดฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง บอดี้การ์ดหนุ่มขยับตัวเข้าหารณภพช้า ๆ ทว่าคนตัวเล็กกลับถอยหลังกรูดเพื่อเว้นระยะห่าง ดวงตายังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอหน่วยที่ถูกเจ้าตัวฝืนบังคับเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา "ผมไม่อยากให้คุณต้องเอาตัวมาเสี่ยง..." คีย์เอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอความเครียดลอยคละคลุ้งระหว่างกัน "งานนี้มันอันตรายเกินไป... เกินกว่าที่คุณควรจะมาแบกรับ" "แล้วผมเป็นใคร? เป็นคนแปลกหน้าที่บังเอิญมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันหรือไง!" รณภพตวาดกลับ เสียงดังลั่นจนเจ็บคอ "เราผ่านมาด้วยกันตั้งกี่เรื่องแล้วคีย์ คุณยังไม่ไว้วางใจผมอีกเหรอ หรือที่ผ่านมา... สำหรับคุณผมก็เป็นแค่งานชิ้นหนึ่งที่ต้องส่งมอบให้ปลอดภัยแค่นั้นเอง!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีคำแก้ตัวใดหลุดออกมาจากปากของบอดี้การ์ดหนุ่ม ความเงียบงันนั้นกลับยิ่งบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรณภพ ราวกับมีใบมีดคมกริบมาเฉือนลงกลางใจ สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย "โอเค... ในเมื่อคุณเลือกที่จะแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ก็เชิญตามสบายเลยครับ" รณภพแค่นยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง ดวงตาคู่สวยมองตรงไปที่อีกฝ่ายด้วยความผิดหวังระคนตัดพ้อ "จากนี้ไป อยากทำอะไรก็เชิญ ผมจะไม่ยุ่งเรื่องของคุณอีกแล้ว เชิญเล่นบทฮีโร่ผู้เสียสละคนเดียวให้พอใจเถอะ!" พูดจบ รณภพก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนเพื่อตัดขาดการสนทนาที่ยิ่งคุยก็ยิ่งเจ็บปวดนี้ หมับ! ทว่า ยังไม่ทันที่ก้าวแรกจะขยับ ฝ่ามือหนาและแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กก็คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนของเขา ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากกลับเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอเลือดจาง ๆ โชยเข้าจมูก รณภพเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นหมายจะด่าทอ แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนกลับลงคอไป เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบอดี้การ์ดหนุ่ม แววตาคู่นั้นไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม ความอัดอั้น และความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงเสียจนรณภพต้องหายใจติดขัด หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับพลิกผันมาเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยจังหวะอื่นแทน "ปล่อยนะ..." รณภพพยายามขืนตัวออก เสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลงโดยอัตโนมัติ "บอกให้ปล่อยไง..." "ถ้าผมตาย..." เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงซอกคอ สะท้อนความสั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้นมาตลอด "คนที่ผมเป็นห่วงมากที่สุด... ไม่ใช่ตัวผมเอง" รณภพชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกลงไปในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ก่อนที่คีย์จะได้พูดอะไรต่อ ประตูไม้บานหนาของเซฟเฮาส์ที่ควรจะล็อกสนิท กลับส่งเสียง "คลิก" เบา ๆ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่โถงทางเดิน พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพวกคุณสินะครับคุณสถาปนิก... และคุณบอดี้การ์ดมือหนึ่ง" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของแบล็กสมิธในตำนานเสมือนลมใต้ปีกอันแข็งแกร่งเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%