กลิ่นเหล็กและคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความอับชื้นของโกดังร้างหลังเดิม ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากศัตรู
"คุณนี่มัน... อวดดีไม่เข้าเรื่องเลยจริง ๆ นะรณภพ"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ บัดนี้เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรนอย่างที่หาดูได้ยาก คีย์ขบกรามแน่นจนสันนูน ขณะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มกดลงบนแผลฉีกขาดบริเวณหัวไหล่ขวาของร่างโปร่งที่นั่งพิงผนังปูนเปลือยอยู่
รณภพกัดฟันกรอด ใบหน้าคมคายซีดเซียวลงเล็กน้อยจากอาการเสียเลือด แต่ดวงตาคู่คมที่มักจะใช้มองงานออกแบบด้วยความหยิ่งผยอง กลับยังคงจ้องมองบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยความไม่ยอมแพ้
"ถ้าผมไม่เอาตัวเข้าไปบังไอ้เหล็กเส้นที่เหวี่ยงมาเมื่อกี้... ป่านนี้คุณคงได้นอนเป็นตะแกรงปิ้งปลาทูไปแล้วคีย์ เลิกบ่นเป็นคนแก่แล้วทำแผลให้มันดี ๆ เถอะน่า เจ็บนะเว้ย!" สถาปนิกหนุ่มส่งเสียงตวาดลอดไรฟัน แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่ความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ก็ทำให้เขาต้องสูดปากเข้าลึก ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว สถานการณ์ในเซฟเฮาส์ชั่วคราวแห่งนี้พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อกลุ่มมือสังหารที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาเพื่อกำจัดคีย์โดยเฉพาะ ด้วยความที่รณภพติดสอยห้อยตามมาด้วยเหตุผลเรื่องเอกสารแปลนโครงสร้าง ทำให้เขาต้องกระโจนเข้ามามีส่วนร่วมในศึกประชิดตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในวินาทีที่คมมีดหรือเศษเหล็กพุ่งตรงไปยังจุดตายของบอดี้การ์ดหนุ่ม รณภพกลับใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ ในการพุ่งเข้าไปรับคมแผลนั้นแทน
"ผมไม่ใช่คนที่จะต้องให้ใครเอาชีวิตมาแลก" คีย์พูดลอดไรฟัน มือหนาที่ถือผ้ากดแผลสั่นระริกด้วยความโกรธปนความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ลึกสุดซึ้ง "งานของผมคือปกป้องคุณ ไม่ใช่ให้คุณมาทำตัวเป็นฮีโร่จำเป็นแบบนี้"
"ฮีโร่บ้าน องศาสถาปัตยกรรมอะไรของคุณเล่า!" รณภพแค่น2เสียงหัวเราะในลำคอ แม้จะเจ็บจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก "เห็นคุณยืนซื่อบื้อรับมืออยู่สามคน ผมก็แค่... ขี้เกียจหาบอดี้การ์ดคนใหม่มาตรวจแบบบ้านให้แค่นั้นแหละ"
"ปากดี"
คีย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง แต่ยอมผ่อนแรงกดที่แผลให้เบาลงโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอยแผลและคราบเลือดที่ซึมเลอะเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงจนยับยู่ยี่ หัวใจในอกข้างซ้ายกระหน่ำซัดด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากยามปรกติ มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความกลัว... ที่เกือบจะสูญเสียคนตรงหน้าไปอย่างถาวร
บรรยากาศในห้องกว้างที่เงียบงันกลับอวลไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอุณหภูมิในเตาหลอมเหล็ก รณภพช้อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่โน้มตัวลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะเข้ากับแก้ม
"มองอะไร" คีย์เอ่ยถามเสียงพร่า เมื่อเห็นดวงตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มพินิตมองตนเองนิ่งนาน
"มองหน้าคนที่ปากแข็งที่สุดในสามโลก" รณภพตอบเสียงเบา แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มหยันอย่างเคยตัว "เจ็บขนาดนี้... เลี้ยงกาแฟผมสักแก้วชดเชยความผิดพลาดที่คุณปล่อยให้ผมโดนลูกหลง คงไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกนะ"
"คุณบาดเจ็บอยู่"
"ก็เพราะใครล่ะครับ?" รณภพย้อนถามทันควัน ดวงตาทอประกายเจ้าเล่ห์ท้าทายแม้ใบหน้าจะซีดเซียว "หรือว่ากลัว? กลัวว่าถ้าพาผมไปร้านกาแฟสองต่อสองแล้วคุณจะเผลอใจหลงเสน่ห์สถาปนิกปากจัดคนนี้เข้าจริง ๆ"
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ไดอะล็อกท้าทายแบบนี้มักจะทำให้เขาอยากจะปิดปากอีกฝ่ายด้วยวิธีรุนแรงเสมอ แต่ในสถานการณ์ที่เลือดสีแดงฉานยังคงเปื้อนผิวเนื้อเช่นนี้ ความคิดเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกนุ่มลึกที่พุ่งชนเข้ากลางใจอย่างจัง
นิ้วแกร่งของบอดี้การ์ดหนุ่มขยับเข้าไปใกล้แผลอีกนิดเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของการห้ามเลือด แต่สายตากลับเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากหยักที่เอาแต่พูดจายียวนกวนประสาทไม่หยุดหย่อน เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว แม้จะมีบาดแผลและกลิ่นอายอันตรายจากภายนอกคั่นกลาง แต่โลกใบนี้ราวกับเหลือเพียงแค่คนสองคนในพื้นที่จำกัดแคบ ๆ นี้เท่านั้น
รณภพเองก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในแววตาของอีกฝ่าย หัวใจในอกเต้นรัวระรัวไม่แพ้ตอนที่หลบคมกระสุนเมื่อครู่ ความเย่อหยิ่งทระนงตนลดระดับลงเหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมาย เขาขยับตัวจะถอยหนีเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง ทว่ามือหนาของคีย์กลับยื่นมาคว้าข้อศอกของเขาไว้แน่นพอดี
"อย่าขยับ" เสียงกระซิบนั้นต่ำลึกและใกล้ชิดเสียจนสถาปนิกหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ในจังหวะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ นอกจากการสื่อสารผ่านความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายใน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าวก็ดังขึ้นกระชั้นชิดที่หน้าประตูโกดังร้าง แรงกระแทกมหาศาลทำให้บานประตูเหล็กเก่าคร่ำคร่าหลุดออกจากวงกบและพังครืนลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
คีย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ร่างกายขยับไปบังรณภพไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองไปยังผู้มาใหม่ที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันและแสงไฟสลัวจากภายนอก
รณภพเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—คนที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วจากเหตุการณ์ถล่มไซต์งานเมื่อเดือนก่อน
"เซอร์ไพรส์... ดีใจไหมที่ได้เจอผมอีกครั้ง?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทายท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุม ขณะที่กระบอกปืนในมือของอีกฝ่ายถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งคู่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 21
ความจริงที่มาพร้อมเลือด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!