เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายวัยกลางคนดังบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรรไกรที่กำลังตัดผ่านเส้นด้ายแห่งความอดทนครั้งสุดท้าย บรรยากาศภายในห้องประชุมสลัวฉายภาพพิมพ์เขียวขนาดมหึมาบนโต๊ะกระจกใส มันคือแปลนบ้านพักที่คีย์ใช้เวลาแรมเดือนในการคำนวณโครงสร้าง ความหนาของผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก และมุมอับสายตาเพื่อเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็น 'เซฟเฮาส์' ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกจากศัตรูทุกสารทิศ
ทว่า ในวินาทีนี้ แบบแปลนเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงเครื่องมือประจานความอ่อนหัดของเขาเอง
"แปลกใจล่ะสิไอ้คีย์... ว่าทำไมฉันถึงรู้ที่กบดานนี้?" รณภพยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างสูงของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้นหิน ชายวัยกลางคนคนนั้นหัวเราะเยาะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคีย์เย็นเฉียบลงถึงขั้วกระดูก "...ก็เพราะว่า 'เซฟเฮาส์' ที่แกกำลังออกแบบให้มันอยู่ เพื่อปกป้องหัวใจของแกเอง... จริง ๆ แล้วมันคือแบบแปลนเดียวกับบ้านพักตากอากาศของฉันเมื่อสิบปีก่อนยังไงล่ะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
คีย์ไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มยังคงยืนหยัดตรงแหน่ว ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเป็นสันนั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองหน้าคู่สนทนาเขม็ง สมองของบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ รอยสักรูปโซ่ตรวนที่ต้นแขนขวาไหววูบตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าความลับเรื่องอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแล้ว และไอ้บ้านี่... สถาปนิกปากดีที่ชอบทำตัวกวนประสาทและก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ
"หึ..." เสียงหัวเราะแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคีย์ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากไร้ความรู้สึก "แกคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ ที่ขุดคุ้ยเรื่องขยะพวกนี้ขึ้นมาขู่ฉัน?"
รณภพหุบยิ้มทันที ดวงตาคมปลาบของสถาปนิกหนุ่มไฟแรงหรี่ลงเล็กน้อย เขายกมือขึ้นกอดอก พลางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะกระจกที่คั่นกลางระหว่างเขากับอีกฝ่าย ร่างเพรียวแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักสะท้อนอยู่บนกระจกใส รณภพเกลียดความไม่สมเหตุสมผล และเกลียดที่สุดคือการถูกปิดบัง
"ไม่ใช่แค่ขู่หรอกนะคุณบอดี้การ์ด" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจากเตาหลอม "แต่ฉันกำลังจะรื้อถอนมัน... รื้อถอนทุกตารางนิ้วที่คุณอุตส่าห์สร้างขึ้นมาด้วยความหวาดระแวง เพื่อดัดหลังคนดื้อ ๆ อย่างคุณให้รู้ซึ้งเสียบ้างว่า โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบความลับงี่เง่าของคุณคนเดียว"
"แกหมายความว่ายังไง" คีย์ขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์และกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวรณภพปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสของบอดี้การ์ดหนุ่ม เคมีบางอย่างที่ทั้งดึงดูดและฟาดฟันกันอย่างรุนแรงพวยพุ่งขึ้นมาในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก
รณภพไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาท้าทายพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนนิ่งขรึมอย่างคีย์เริ่มมีอาการสติหลุด
"ก็หมายความว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แปลนบ้านหลังนี้ถือเป็นโมฆะ" รณภพประกาศกร้าว น้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจในศักดิ์ศรีของสถาปนิกมือหนึ่ง "ฉันจะเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อซ่อนตัวจากอดีตบ้า ๆ ของคุณ... แต่ฉันจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ เพื่อให้คุณไม่มีทางหนีพ้นจากสายตาของฉันไปได้แม้แต่วินาทีเดียว"
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงกับการประกาศสงครามรูปแบบใหม่นี้ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดออกมาจากระยะประชิดนี้ต่างหาก ปากหยักสวยของรณภพอยู่ใกล้เสียจนเขาสามารถนับลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดอยู่บนผิวแก้มได้
"แกกล้าดียังไง..." คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาเผลอวางลงบนขอบโต๊ะกระจกจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา "นั่นมันงานของฉัน ฉันเป็นคนรับผิดชอบความปลอดภัย..."
"และความปลอดภัยของคุณมันห่วยแตกสิ้นดี!" รณภพสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดไม่เปิดโอกาสให้เถียง "ถ้าขืนปล่อยให้คุณใช้แบบแปลนนี้สร้างบ้านจริง ๆ ป่านนี้ศัตรูของคุณคงเดินเข้ามาเป่าหัวคุณได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดประตูรั้วด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะมันออกแบบจาก 'ความกลัว' ยังไงล่ะคุณคีย์!"
คำว่า *'ความกลัว'* กระแทกเข้ากลางใจของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างจัง ร่างกายของคีย์แข็งทื่อไปชั่วขณะ ความทรงจำสีเทาเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ความพ่ายแพ้ การสูญเสีย และความรู้สึกไร้พลังที่จะปกป้องคนที่รัก... มันคือสิ่งที่เขาฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ และใช้แปลนบ้านหลังนี้เป็นเครื่องพันธนาการตัวเองไว้
แต่วินาทีนี้ สถาปนิกปากดีตรงหน้ากลับกล้าดึงมันขึ้นมากลางแสงสว่าง แล้วเหยียบย่ำมันด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"นายไม่รู้อะไร..." คีย์พึมพำเสียงแหบพร่า น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยดุดันฉายแววไหววูบอย่างที่รณภพไม่เคยเห็นมาก่อน "นายไม่รู้หรอกว่าข้างหลังประตูบานนั้นมันมีอะไรบ้าง..."
รณภพชะงักไปเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น ความดุดันในใจของสถาปนิกหนุ่มพลอยอ่อนยวบลงอย่างประหลาด ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้เขาได้กลิ่นอายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่ม มือเรียวที่เคยชี้หน้าสั่งการค่อย ๆ ลดระดับลง ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะลงบนแขนเสื้อเชิ้ตของคีย์โดยไม่รู้ตัว
"ฉันไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้างหลังมันมีอะไร..." รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างหาได้ยาก ดวงตาสนเท่ห์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย "...เพราะต่อจากนี้ไป ฉันจะเป็นคนออกแบบทางออกใหม่ให้คุณเอง คีย์"
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตึงเครียดจากการปะทะคารมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เคมีระหว่างพระเอกซึนปากร้ายกับนายเอกปากเก่งพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด หัวใจของทั้งสองคนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะในระยะห่างที่ไม่น่าไว้วางใจนี้ คีย์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายแต่ทว่าจริงใจอย่างเหลือเชื่อ
นิ้วมือหนาของคีย์ขยับเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการคว้าจับอะไรบางอย่างที่มั่นคงท่ามกลางโลกที่กำลังพังทลาย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องประชุมที่ดังสนั่นหวั่นไหว
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"คุณรณภพ! คุณคีย์! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของลูกน้องหน้าตาตื่นดังแทรกเข้ามาในห้อง ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายพังทลายลงในพริบตา "มีคนบุกเข้ามาทางลานจอดรถชั้นใต้ดิน ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกแฮก และตอนนี้... พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่ชั้นนี้ครับ!"
รณภพผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ใบหน้าคมคายฉายแววตกใจระคนฉุนเฉียว ขณะที่คีย์กลับคืนสู่โหมดบอดี้การ์ดเลือดเย็นในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ดวงตาดุดันฉายประกายอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"ล็อคประตู!" คีย์ตวาดสั่งเสียงกร้าว พลางควักปืนพกสั้นสีดำสนิทออกจากแจ็คเก็ตขึ้นมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่วว่องไว
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัวทำตามคำสั่ง ลูกบิดประตูห้องประชุมก็หมุนวนด้วยความเร็วก่อนที่บานประตูไม้เนื้อแข็งจะถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล!
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทหลายคนก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในห้อง พร้อมกับเงาร่างของชายสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งที่ก้าวตามหลังเข้ามาอย่างช้า ๆ ในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอสีแดงฉานที่กำลังกะพริบเตือนสัญญาณอันตราย
ชายสวมหน้ากากปลดหน้ากากออกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาที่รณภพและคีย์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนתทึบขึ้นทันตาเห็น
"ยินดีต้อนรับสู่ปาร์ตี้ต้อนรับคนดื้อ... นายสถาปนิก และไอ้หมาบ้าผู้ทรยศ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระสุนและหัวใจไปกับตัวละครของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 11
กลยุทธ์ต้อนรับคนดื้อ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!