เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 10

เมื่อกำแพงเริ่มร้าว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
คมมีดสเตนเลสในมือสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มหม่นจากห้องครัวร้าง เป็นประกายเย็นเยียบที่บาดตาจนรณภพต้องกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก ทว่าสิ่งเดียวที่คมชัดยิ่งกว่าบรรยากาศรอบตัว กลับเป็นสายตาคู่คมกริบของคีย์ บอดี้การ์ดหนุ่มผู้ยืนตระหง่านบังร่างของเขาไว้มิดชิด ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย "หัวหน้าสั่งให้พาตัวเป้าหมายไป... และจัดการกับบอดี้การ์ดนอกคอกอย่างแกซะ" สิ้นเสียงคำสั่งเหี้ยมเกรียมจากชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้สวมสูทสีดำสนิท ซึ่งก้าวออกจากเงาตึกร้างอย่างไร้ซุ่มเสียง ลูกสมุนอีกสามคนก็แยกย้ายกระจายกำลังปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างเป็นมืออาชีพ รณภพเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกแต่นัยน์ตากลับฉายแววท้าทาย เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมยืนรอความตายเป็นเป้านิ่งให้ใครมายิงเล่นแน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อผลงานการออกแบบโครงสร้างเซฟเฮาส์หลังนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจไว้! "ระวังตัวด้วยล่ะคุณสถาปนิกปากดี" คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน มือหนากระชับปืนพกสั้นในมือมั่น ใบหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยความนิ่งสนิทจนน่ากลัว "อย่าตายก่อนที่ผมจะตรวจรับแบบบ้านของคุณก็แล้วกัน" "พูดบ้าอะไรของนายตอนนี้เล่า!" รณภพสวนกลับทันควัน แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธปนหวาดกลัว แต่สองมือก็ไม่ยอมอยู่เฉย เขาคว้าท่อเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบสองนิ้วที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้มั่น ถอยหลังไปชนกับเสาคานคอนกรีตเปลือยตามหลักการยศาสตร์ที่เขาเพิ่งคำนวณในใจเพื่อหาจุดอับสายตาและมุมปะทะที่ดีที่สุด การต่อสู้ในพื้นที่ปิดระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน ไร้ซึ่งความปรานีและคำเตือนใด ๆ ร่างสูงใหญ่ของลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าใส่คีย์ด้วยหมัดฮุกขวาที่หนักหน่วงราวกับค้อนปอนด์ ทว่าคีย์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำและรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นลั่นตึก เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันดังระงมท่ามกลางความมืด รณภพกัดฟันกรอดเมื่อเห็นชายอีกคนถือมีดสั้นพุ่งตรงเข้ามาหาตนเองโดยตรง ไม่ต้องรอให้คีย์สั่ง สถาปนิกหนุ่มใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเหวี่ยงท่อเหล็กในมือสุดแรงเกิด ฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าของคนร้ายอย่างไม่ลังเล *ปั้ก!* เสียงเหล็กกระทบกระดูกหนักหน่วงจนคนร้ายทรุดฮวบคุกเข่าลงไปกองกับพื้น รณภพไม่รอช้า ซ้ำด้วยการเตะเสยปลายคางเต็มแรงจนอีกฝ่ายหงายหลังสลบเหมือดคาที่ แต่นั่นก็ทำให้เขาเสียหลัก เซถอยหลังไปชนเข้ากับกองลังไม้จนข้าวของกระจัดกระจาย ส่งเสียงดังโครมคราม "ระวัง!" เสียงทุ้มตะโกนลั่นพร้อมกับร่างหนาของคีย์ที่พุ่งเข้ามาคว้าเอวรณภพไว้แล้วกระชากหลบกระสุนปืนนัดหนึ่งที่เจาะทะลุกำแพงปูนเข้ามาเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! กระสุนนัดที่สองและสามตามมาติด ๆ เศษปูนแตกกระจายฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ รณภพถูกแรงกระแทกดึงเข้ามาซุกแนบอกแกร่งของบอดี้การ์ดหนุ่ม ทั้งสองกลิ้งหลบหลังเสาคอนกรีตหนาด้วยกันอย่างทุลักทุเล ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันและกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้หัวใจที่กำลังเต้นเร่าจากความตายเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะไปอย่างสิ้นเชิง รณภพเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์ในความมลสลัว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาที่กำลังหอบสะท้าน มือหนาของคีย์ยังคงโอบเอวเขาไว้แน่นเพื่อป้องกันอันตราย ขณะที่มืออีกข้างถือปืนเตรียมพร้อมตอบโต้ตลอดเวลา "นาย... เลิกกอดฉันแน่นสักที กระดูกฉันจะหักอยู่แล้วนะไอ้บอดี้การ์ดหน้าตาย" รณภพกระซิบเสียงลอดไรฟัน ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบแน่นที่ทำให้รับรู้ถึงมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนระอุของอีกฝ่าย "ถ้าผมไม่กอดคุณไว้ ป่านนี้คุณกลายเป็นรังผึ้งไปแล้วครับคุณสถาปนิก" คีย์ตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าแววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะปรับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "อยู่เฉย ๆ ก่อน ไอ้นั่นมันยังเหลือกระสุนอีกสามนัด" ภายนอกเสาคอนกรีต เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ รณภพเม้มปากแน่น ความโกรธที่สั่งสมมาตั้งแต่ต้นเรื่องพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด เขาเกลียดความไร้เหตุผล เกลียดการถูกล่า และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดการที่งานออกแบบเซฟเฮาส์ที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องชีวิตคนอื่น กลับถูกพวกโสมมกลุ่มนี้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา! ในจังหวะที่หัวหน้ามือสังหารก้าวพ้นมุมเสาเข้ามาพร้อมเล็งกระบอกปืนมาที่พวกเขา คีย์เตรียมจะพุ่งออกไปแลกหมัดครั้งสุดท้าย ทว่ารณภพกลับคว้าข้อมือหนาของบอดี้การ์ดไว้แน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน "คีย์... นายจำโครงสร้างคานเหล็กรับน้ำหนักด้านบนที่ฉันเพิ่งตรวจไปเมื่อกี้ได้ไหม?" รณภพกระซิบถามเสียงเบาหวิวแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ คีย์ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนมุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "จำได้ครับ... จุดอ่อนทางวิศวกรรมที่เสาต้นที่สามใช่ไหม?" "ฉลาดมาก" รณภพยิ้มมุมปาก "จัดการมันให้ร่วงลงมาซะ!" สิ้นคำสั่ง พริบตานั้นเอง คีย์ก็ดีดตัวพุ่งออกไปทางขวา ล่อเป้าให้มือสังหารหันปลายกระบอกปืนตามไปอย่างติด ๆ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บอดี้การ์ดหนุ่มกลับไม่ได้ยิงตอบโต้ แต่ใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่สลักยึดคานเหล็กชั่วคราวที่รณภพจงใจออกแบบไว้ให้รับน้ำหนักเกินพิกัดเมื่อมีแรงกระแทกจากภายนอก! *ครืนนนก!* เสียงเหล็กเส้นขนาดใหญ่และคอนกรีตหลายตันถล่มลงมาทับร่างของหัวหน้ามือสังหารและลูกสมุนที่เหลืออย่างแม่นยำราวกับจับวาง ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นทาง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กลับคืนสู่ตึกร้างอีกครั้ง รณภพยืนหอบหายใจโยนท่อเหล็กในมือทิ้งลงพื้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังขึ้นแผ่วเบากוד ก่อนที่ร่างสูงของคีย์จะเดินทะลุกลุ่มควันกลับมาหาเขา เนื้อตัวมีรอยเปื้อนฝุ่นและรอยเลือดจาง ๆ ที่มุมปาก แต่แววตายังคงนิ่งสงบเช่นเคย รณภพมองสำรวจสภาพของบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งอก หงุดหงิด และ... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอก "นายเลือดออก" รณภพเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ยื่นมือออกไปโดยไม่ทันคิด ตั้งใจจะใช้ปลายนิ้วแตะรอยแผลที่มุมปากให้อีกฝ่าย ทว่าคีย์กลับเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย ก่อนจะคว้าข้อมือของสถาปนิกหนุ่มไว้แน่นด้วยมือที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรณภพ นิ่งนาน ราวกับต้องการค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีปากจัดและมั่นใจเกินร้อยนั้น "เป็นห่วงผมเหรอครับ?" คีย์เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาล้อเลียนเจือประกายความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นชั่วขณะ รณภพชักสีหน้าใส่ทันที ชักมือกลับแต่ถูกบอดี้การ์ดหนุ่มรั้งไว้แน่นกว่าเดิม "ใครเป็นห่วงนายกัน! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้บอดี้การ์ดปากเสีย ฉันแค่กลัวว่าถ้านายตายไป ใครจะช่วยฉันแบกปูนสร้างเซฟเฮาส์ต่อให้เสร็จต่างหากเล่ะ!" คีย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนอยู่ในอกจนรณภพรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดกลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้โต้เถียงอะไรกันต่อ เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้าทางออกหลัก *แปะ... แปะ... แปะ...* รณภพและคีย์หันขวับไปมองพร้อมกันทันที ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดอย่างดี ก้าวเท้าออกมาจากเงาแสงจันทร์ รอยยิ้มเย็นเยียบประดับอยู่บนใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ สิ้นเชิง "เก่งมาก... ทั้งสถาปนิกผู้ปราดเปรื่อง และบอดี้การ์ดผู้ทรยศ" ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนน่าขนลุก "ไม่นึกเลยว่าพวกแกจะกำจัดลูกน้องมือหนึ่งของฉันได้ง่ายดายขนาดนี้" คีย์ขยับตัวก้าวขึ้นมาบังรณภพไว้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ร่างกายตึงเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญชัดเจน นัยน์ตาของบอดี้การ์ดหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว ซึ่งเป็นภาพที่รณภพไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลาที่รู้จักกัน "นายท่าน..." คีย์พึมพำชื่อนั้นออกมาลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเคียดแค้นที่เก็บกดไว้มานานปี รณภพขมวดคิ้วมุ่น มองสลับระหว่างแผ่นหลังกว้างของบอดี้การ์ดกับชายผู้มาใหม่ ก่อนที่หัวใจจะกระตุกวูบเมื่อชายคนนั้นเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำลายความจริงทุกอย่างที่เขารู้จักลงในพริบตา "แปลกใจล่ะสิไอ้คีย์... ว่าทำไมฉันถึงรู้ที่กบดานนี้?" ชายวัยกลางคนยิ้มเหี้ยมเกรียม "ก็เพราะว่า **'เซฟเฮาส์' ที่แกกำลังออกแบบให้มันอยู่ เพื่อปกป้องหัวใจของแกเอง... จริง ๆ แล้วมันคือแบบแปลนเดียวกับบ้านพักตากอากาศของฉันเมื่อสิบปีก่อนยังไงล่ะ!**" โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาส่งแรงใจให้แบล็กสมิธคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%