“หมอบลง!”
เสียงตะคอกของคีย์สั้นกระชับดุจคำสั่งเด็ดขาด แรงดึงจากฝ่ามือหนาที่กระชากต้นคอเสื้อรณภพจนตัวปลิวไปกระแทกกับแนวกำแพงเหล็กกล้าเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงปืนเก็บเสียงที่ดัง *พั่บ... พั่บ...* เฉียดผ่านจุดที่สถาปนิกหนุ่มเพิ่งยืนอยู่ไปเพียงเสี้ยววินาที
กลิ่นดินปืนจางๆ ปะปนกับกลิ่นเหงื่อของบอดี้การ์ดหนุ่มที่แนบชิดอยู่เบื้องหลัง รณภพไม่ได้กรีดร้องเหมือนคนเสียสติ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือคว้าเหล็กฉากที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมาถือไว้มั่นดุจอาวุธ สัญชาตญาณความเย่อหยิ่งในตัวทำให้เขาเกลียดการถูกปกป้องโดยที่ทำอะไรไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาทิฐิ
“คนของใคร?” รณภพถาม เสียงลอดไรฟัน
“ถ้าผมรู้ ผมคงไม่เสียเวลาถามคุณ” คีย์ตอบกลับนิ่งเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านหน้าจอเซ็นเซอร์ที่กระพริบถี่เป็นสีแดงฉาน “อยู่ตรงนี้ อย่าขยับไปไหนจนกว่าผมจะบอก”
คีย์ทิ้งตัวลงจากพื้นที่ปลอดภัย พุ่งตัวเข้าหาเงามืดหลังตู้เก็บเอกสารราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ การปะทะสั้นๆ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที เสียงกระดูกกระทบกันและเสียงร้องโอดโครยของศัตรูที่ถูกจัดการจบลงด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุก ก่อนที่คีย์จะเดินกลับมาในสภาพชุดเชิ้ตสีขาวที่มีรอยเปื้อนฝุ่นเพียงเล็กน้อย
สองชั่วโมงผ่านไป...
เซฟเฮาส์ถูกปิดตายด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดที่รณภพเป็นคนออกแบบเองกับมือ บรรยากาศภายในห้องอาหารเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลนับถอยหลังจังหวะหัวใจ รณภพนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคีย์ บนโต๊ะมีเพียงอาหารแช่แข็งอุ่นร้อนที่รสชาติจืดชืดไม่ต่างจากสถานการณ์ในตอนนี้
รณภพใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นหนาด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกเหมือนเป็นนักโทษในบ้านของตัวเอง มากกว่าจะเป็นลูกค้าที่มาว่าจ้างบอดี้การ์ด
“ระบบความปลอดภัยนั่น... คุณเป็นคนตัดสัญญาณเองใช่ไหม” รณภพเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาเรียวรีจับจ้องไปที่ใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่าย
คีย์วางช้อนส้อมลงอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น คุณจะไม่มีโอกาสได้นั่งถามผมแบบนี้หรอกครับ สิ่งที่คุณควรทำคือขอบคุณมากกว่ามาตั้งแง่”
“ขอบคุณที่เกือบทำให้ผมตายเพราะระบบที่ผมภูมิใจนักหนาถูกเจาะเหมือนกระดาษน่ะเหรอ?” รณภพแค่นยิ้ม ปากจัดตามสันดาน “คุณเก่งนะคีย์ เก่งจนผมสงสัยว่าตกลงคุณมาปกป้องผม หรือมาเป็นสปายให้พวกมันกันแน่”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกดดันขึ้นทันตา คีย์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รัศมีคุกคามแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนรณภพต้องผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือหนาของบอดี้การ์ดคว้าข้อมือรณภพไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงให้อีกฝ่ายนิ่งค้าง
“คุณรณภพครับ” เสียงทุ้มต่ำของคีย์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ถ้าผมต้องการชีวิตคุณ ผมไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องยุ่งยากขนาดนี้หรอก ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ มีหลายครั้งที่ผมปล่อยให้คุณตายได้โดยไม่ต้องลงมือเอง... แต่ผมก็ไม่ได้ทำ”
“แล้วทำไมถึงยังอยู่ตรงนี้?” รณภพถาม เสียงแผ่วลงเล็กน้อย ใจเขาสั่นไหวกับสายตาที่ลึกซึ้งคู่นั้น
“เพราะงานของผม คือการทำให้คุณรอดไปจนถึงวันที่มีคนจ่ายค่าจ้างให้ผมจนครบ” คีย์ตอบพลางผละมือออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “กินซะ ร่างกายคุณต้องการพลังงาน ถ้าคิดจะด่าผมต่อ ก็ขอให้มีแรงเหลือไปถึงตอนเช้า”
คีย์เดินหันหลังให้ ทิ้งให้รณภพนั่งมองแผ่นหลังกว้างนั่นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ความโกรธเคืองเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสับสน สถาปนิกหนุ่มมองตามไปจนร่างสูงเดินลับเข้าสู่มุมมืดของโถงทางเดิน ก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปเพราะความระแวงที่ยังคงเกาะกินใจ
เขาสาวเท้าก้าวตามไปจนถึงหน้าห้องควบคุม แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคีย์ไม่ได้เข้าห้องนั้น แต่กลับยืนพิงกำแพงหอบหายใจหนักๆ มือข้างที่กำไว้แน่นมีเลือดสีแดงสดซึมออกมาตามง่ามนิ้ว
“คุณบาดเจ็บ?” รณภพเผลอหลุดปาก
คีย์หันขวับกลับมา ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้ไหววูบด้วยความเจ็บปวด “ผมบอกให้คุณอยู่ในห้องไงครับ!”
“ผมจะไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล...” รณภพก้าวเข้าไปหาโดยลืมความปากจัดของตัวเองไปชั่วขณะ แต่เขากลับถูกคีย์กระชากแขนดึงเข้าไปจนร่างของทั้งคู่แนบชิดกันกลางทางเดินที่มืดมิด
กลิ่นกายของคีย์—กลิ่นหอมสะอาดผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ—ทำให้ลมหายใจของรณภพสะดุดลง ลมหายใจอุ่นร้อนของบอดี้การ์ดหนุ่มรินรดอยู่บนหน้าผากของเขา
“อย่าเข้ามาใกล้...” คีย์พึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “ถ้าไม่อยากเห็นสิ่งที่ผมพยายามซ่อนไว้มากกว่าแค่บาดแผล”
ในขณะที่รณภพกำลังจะเอ่ยถามว่า 'สิ่งที่ซ่อนไว้' คืออะไร ประตูระบบนิรภัยที่ควรจะล็อกแน่นหนากลับส่งเสียงปลดล็อกดัง *กริ๊ก* อย่างช้าๆ พร้อมกับแสงไฟสีขาวสว่างวาบจากคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ชายในชุดสูทสีเทาหม่นคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด รณภพเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่ปักอยู่บนปกเสื้อของชายคนนั้น
มันคือสัญลักษณ์เดียวกันกับที่คีย์เคยสักไว้บนต้นคอ... แต่คีย์ไม่เคยบอกเขามาก่อนว่าเขามีพี่น้องที่ทำงานในองค์กรฝั่งตรงข้าม
“พบตัวแล้ว” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหันมามองคีย์ด้วยสายตาเหยียดหยาม “หัวหน้าสั่งให้พาตัวเป้าหมายไป... และจัดการกับบอดี้การ์ดนอกคอกอย่างแกซะ”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 9 ด้วยความตื่นเต้นเช่นนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 9
มื้อค่ำที่ไร้บทสนทนา
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!