เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้รณภพละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สถาปนิกหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปรดปรานของบอดี้การ์ดประจำตัวที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างโต๊ะ
ใบหน้าคมคายของคีย์เรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นหินผา ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าเขา แต่มันกำลังจ้องเขม็งไปยังกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนกองแบบแปลน
"ถ้าจะใช้สายตาเผากระดาษแผ่นนั้นให้เป็นจุล ผมแนะนำให้ไปหาซื้อไฟแช็กมาน่าจะเร็วกว่านะครับ คุณบอดี้การ์ด" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างนึกสนุกเมื่อเห็นอาการแปลกประหลาดที่อีกฝ่ายพยายามปกปิด
"มันไม่ใช่กระดาษที่ผมอยากเผาครับ" คีย์ตอบเสียงเรียบ ห้วนสั้น และเย็นชาผิดปกติ
"อ้าวเหรอ นึกว่ารำคาญใจอะไรซะอีก ก็เห็นยืนจ้องตากลมใส่ใบนัดหมายลูกค้ารายใหม่ของผมมาสามนาทีเต็มแล้วนะ" รณภพยักไหล่ จงใจหมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้าเต็มตัว ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความท้าทาย "หึงเหรอครับ?"
คำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ คีย์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน แต่ดวงตาที่มักจะนิ่งสงบราวน้ำผิวนิตรกลับไหววูบคล้ายคลื่นใต้น้ำ รณภพสังเกตเห็นท่วงท่าที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยนั้น หัวใจดวงโตกลับเต้นกระหน่ำผิดจังหวะเสียเอง ทั้งที่เขาแค่แกล้งหยอกเล่นตามนิสัยปากเสียเท่านั้น
"ผมไม่ได้มีหน้าที่มาหึงใครครับ รณภพ" คีย์กดเสียงต่ำลงทีละนิด "ผมมีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของคุณ และการที่คุณตกลงจะไปดินเนอร์คุยงานกับนักธุรกิจอสังหาฯ คนนั้น... ลำพังแค่สองต่อสองในที่ลับตาคน มันไม่ใช่ความปลอดภัย แต่มันคือความเสี่ยง"
"ความเสี่ยงบ้าบออะไรล่ะคุณ นั่นมันคุณกรณ์ ลูกค้ารายใหญ่ที่จะมาลงทุนโปรเจกต์คอมมิวนิตี้มอลล์มูลค่าหลักพันล้านนะ!" รณภพดีดตัวลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้แรงกดดันแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง "อีกอย่าง เขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทำอะไรผมกลางร้านอาหารหรูหราหรอกครับ ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบบุกเข้ามาในเซฟเฮาส์แล้วทำตัวเถื่อนใส่ผมหรอกนะ"
รอยยิ้มมุมปากของรณภพฉาบด้วยความถือดี แต่ในใจกลับเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ คีย์ไม่มีสิทธิ์มาทำหน้าถมึงทึงใส่เขาแบบนี้ นี่มันชีวิตส่วนตัวและการทำงานของเขา ทำไมบอดี้การ์ดรับจ้างถึงต้องทำตัวราวกับเจ้าชีวิตที่คอยก้าวก่ายทุกย่างก้าวด้วยเล่า
"คุณกรณ์อะไรนั่น... สายตาตอนมองคุณมันไม่ได้มองแบบลูกค้ารosนะครับ รณภพ" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าว ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ผมอยู่ในวงการนี้มานานพอที่จะมองออกว่าผู้ชายด้วยกัน เขามองเหยื่อ... เอ้ย มองเป้าหมายด้วยความรู้สึกแบบไหน"
"เหยื่อ? คุณคิดว่าผมเป็นเหยื่อเหรอ!" รณภพตایใส่อย่างเหลืออด มือเรียวยกขึ้นผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่คีย์กลับไม่ขยับเขยื้อnแม้แต่น้อย ร่างหนากลับโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความอันตรายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง
"ถ้าคุณยังดื้อดึงจะไป... ผมก็จะตามไปนั่งโต๊ะข้างๆ" คีย์กระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นจริงจังจนน่ากลัว "และถ้าไอ้คุณกรณ์อะไรนั่นมันยื่นมือมาแตะต้องตัวคุณแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ผมเกรงว่ามือข้างนั้นของมันอาจจะไม่ได้ใช้งานต่อ"
รณภพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความโกรธที่ควรจะมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความวูบวาบแปลกๆ ที่เกิดจากการถูกแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามผม คีย์..." รณภพพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าแผ่นหลังจะแนบชิดติดกับโต๊ะจนไม่มีทางถอยหนีแล้วก็ตาม "เราเป็นแค่... เจ้านายกับบอดี้การ์ด"
"งั้นเหรอครับ" คีย์ยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "ถ้าเราเป็นแค่เจ้านายกับบอดี้การ์ด... ทำไมผมถึงต้องรู้สึกกระวนกระวายใจทุกครั้งที่คุณเอาตัวเข้าไปใกล้ผู้ชายพวกนั้นด้วยวะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของบอดี้การ์ดมาดนิ่งทำให้ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รณภพเบิกตากว้าง ค้างเติ่งไปกับประโยคที่คาดไม่ถึง หัวสมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่พรั่งพรูออกมาจากคนปากหนัก
ก่อนที่รณภพจะได้ทันอ้าปากเถียงหรือหาคำพูดใดมาแก้เก้อ เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
"คุณรณภพครับ! แย่แล้วครับ... คุณกรณ์โทรมาแจ้งยกเลิกนัดกะทันหัน แถมบอกว่า..." เลขานุการหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งพรวดพราดเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายตัวเองกับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนประกบชิดติดกันราวกับกำลังจะสิงร่างกันอยู่
รณภพรีบผลอกคีย์ออกสุดแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความกระดากอาย ขณะที่คีย์กลับยืนนิ่งสนิท สีหน้าไม่มีความสะทกสะท้านใดๆ มีเพียงประกายตาคมปลาบที่มองเลยผ่านเลขานุการหนุ่มไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ
"บอกว่าอะไร?" รณภพกระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ พยายามก้าวเท้าออกมาจากมุมอับของโต๊ะ
เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อมมือส่งโทรศัพท์มือถือหน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับให้เจ้านาย พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "คุณกรณ์บอกว่า... เขาขอถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ครับ... เพราะมีคนโทรไปขู่ฆ่าเขาเมื่อห้านาทีก่อนนี้เองครับ!"
รณภพชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มข้างกายทันที
และสิ่งที่เขาเห็น... คือรอยยิ้มมุมปากเย็นเยียบของคีย์ ที่ไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระสุนและหัวใจไปกับตัวละครของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 12
อาการหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!