เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 16

พายุเริ่มก่อตัว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานสไตล์โมเดลลอฟท์ รณภพวางปากกาโรทริแร็ง ลงบนกระดาษไขแปลนบ้านแรงเสียดทานจนเกิดเสียงดัง 'แกร็ก' สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ในอกมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินแกรนิต คีย์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูททางการ แต่เสื้อยืดสีดำสนิทที่แนบไปกับแผงอกกว้างยิ่งขับเน้นออร่าอันตรายและความดิบเถื่อนที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด "คุณจะยืนเป็นเสาหินทื่อๆ อยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือว่าค่าจ้างแพงๆ ของคุณมันรวมบริการยืนนิ่งเป็นอนุสาวรีย์ประดับเซฟเฮาส์ด้วย" รณภพกระแทเสียงประชดใส่ทันทีเมื่อทนความเงียบงันไม่ไหว ปากเรียวได้รูปเบะลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ คีย์ไม่โต้ตอบในทันที ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นกวาดมองออกไปนอกกระจก ประเมินความเคลื่อนไหวของถนนเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะปรายกลับมามองสถาปนิกปากดีที่กำลังนั่งทำหน้ายักษ์ใส่เขา "ถ้าผมเป็นอนุสาวรีย์ คุณคงเป็นสถาปนิกที่ปากเสียที่สุดเท่าที่ผมเคยคุ้มครองมาแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้แววหยอกล้อ แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "ปากเสียแต่ผลงานผมขายได้หลักสิบโล้นนะครับ ไม่เหมือนคุณ ที่วันๆ เอาแต่ทำหน้าถมึงทึงเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา" รณภพสวนกลับทันควันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือเรียวคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาจิบแก้เก้อ ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปกับรอยยิ้มมุมปากจางๆ ที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากบอดี้การ์ดหนุ่มคนนี้ บรรยากาศในห้องที่ควรจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากคดีความและภัยคุกคาม กลับถูกเจือปนด้วยเคมีประหลาดที่ทั้งกัดจิกและเร้าอารมณ์ในเวลาเดียวกัน รณภพเกลียดนักที่ตัวเองมักจะเผลอใจไปกับความนิ่งขรึมและไหล่กว้างๆ นั่นทุกทีที่เข้าใกล้ ทว่า... ช่วงเวลาแห่งการปะทะฝีปากอันคุ้นเคยก็ถูกตัดขาดลงอย่างกะทันหัน กริ๊งงงงง! เสียงเตือนจากระบบเซนเซอร์ความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้รอบเซฟเฮาส์ดังลั่นขึ้นทำลายความเงียบ คีย์หุบยิ้มทันที ร่างสูงดีดตัวออกจากกรอบหน้าต่างด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ที่ได้กลิ่นเหยื่อ ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที "เกิดอะไรขึ้น" รณภพผุดลุกขึ้นยืนตามโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณเตือนภัยบอกเขาว่ามีบางอย่างไม่ชอบ마루 "อยู่ห่างจากกระจกครับ" คีย์สั่งเสียงเฉียบขาด มือหนาเอื้อมไปดึงแขนเรียวให้หลบเข้ามุมอับสายตาหลังเสาปูนเปลือยทันที แรงกระชากนั้นแม้จะไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่ก็เด็ดขาดพอที่จะทำให้รณภพรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หน้าจอคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบตัวอาคาร ตัวเลขสีแดงกระพริบเตือนที่โซนด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและติดกับตรอกมืดของย่านตึกร้าง บนหน้าจอ... ปรากฏเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนกำลังเดินเลาะกำแพงเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่าทางการเคลื่อนไหวและการแต่งกายที่เน้นความคล่องตัวบ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันไม่ใช่โจรย่องเบาธรรมดา แต่เป็นมืออาชีพที่ถูกฝึกมาอย่างดี และที่สำคัญที่สุด... สัญลักษณ์รอยสักรูปกางเขนไขว้บนต้นคอของหนึ่งในนั้น ทำให้คีย์ถึงกับสันหลังวาบ ดวงตาคมกริบของบอดี้การ์ดหนุ่มหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีจนรณภพที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่น่าขนลุก "รู้จักพวกมันเหรอครับ" รณภพถามเสียงเบา สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากท่าทีนิ่งขรึมที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย "หมาล่าเนื้อจากนรก... ตามกลิ่นเก่งไม่เปลี่ยนเลยสินะครับ" คีย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเสียจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปปลดซิปกระเป๋าเดินทางใบน้อยใต้โต๊ะทำงาน เผยให้เห็นปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติสีดำด้านที่ถูกบรรจุกระสุนเต็มแม็ก พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง อดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดหลายปี กำลังไล่ล่ามาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว "คีย์..." รณภพเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเงาร่างของคีย์ที่กำลังเตรียมตัวเผชิญหน้ากับอันตราย มือเรียวยื่นไปแตะที่แขนแกร่งเบาๆ เชิงห้ามปราม "ถ้ามันอันตรายเกินไป เราแจ้งตำรวจดีกว่าไหม" คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ก้มมองมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่ม แววตาดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วขณะ เหลือเพียงความจริงจังที่ระคนความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ "ตำรวจช่วยคุณได้ในฐานะประชาชนครับรณภพ แต่คนพวกนี้... มันมาเพื่อเอาชีวิตผม และมันจะไม่ยอมหยุดจนกว่าผมหรือมันจะตายกันไปข้างหนึ่ง" คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับหนักแน่นเสียจนคนฟังรู้สึกจุกในอก "แล้วผมล่ะ?" รณภพสวนกลับทันที ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิล "ถ้าพวกมันมาเพราะคุณ ทำไมผมถึงต้องมาซวยติดร่างแหไปด้วยเล่า!" "เพราะคุณดันปากดีมารับงานออกแบบบ้านให้ผมไงครับ" คีย์มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาได้แม้ในสถานการณ์วิกฤต ก่อนจะดึงมือเรียวออกเบาๆ "อยู่ที่นี่ ล็อคประตูให้เรียบร้อย อย่าส่งเสียง... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างนอก" พูดจบ บอดี้การ์ดหนุ่มก็หันหลังก้าวเดินไปยังประตูดังกล่าว ทว่า ก่อนที่มือหนาจะได้ผลักบานประตูออก เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เสียงเคาะนั้นไม่ได้มาจากด้านนอกตึก แต่มันดังมาจาก *หน้าประตูห้องทำงาน* ที่ควรจะถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน! คีย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นในทันที ดวงตาส่อประกายความระแวงถึงขีดสุด ขณะที่รณภพหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล แกร็ก... เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นช้าๆ พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาทางพวกเขาทั้งคู่พอดี "เซอร์ไพรส์... คิดถึงกันไหมล่ะครับ ลูกพี่เก่า" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและเดินทางหัวใจไปกับรณภพและคีย์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%