เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 15

ก้าวต่อไปที่มั่นคงขึ้น

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
กาแฟแก้วโปรดในมือของรณภพไม่ได้อุ่นเหมือนเก่า มันเย็นชืดลงไปนานแล้ว ตั้งแต่ที่เขานั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังโครงสร้างเซฟเฮาส์วนซ้ำไปวนซ้ำมาเป็นรอบที่สิบ ความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนช่วงวันแรกที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ร่วมกัน ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่มีอุณหภูมิอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด—อุณหภูมิที่เกิดจากการเรียนรู้จังหวะหายใจของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องเอ่ยคำขออนุญาต เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบกริบตามสัญชาตญาณของคนฝึกมาดีดังขึ้นที่มุมห้อง รณภพไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เขารู้ว่านั่นคือคีย์ และเขาก็รู้ด้วยว่ากลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูอุ่นร้อนที่ลอยมาแตะจมูกนั้นหมายความว่าอย่างไร "ถ้าคิดจะนั่งแก้แบบแปลนจนตาแฉะโดยไม่แตะต้องอะไรเลยตั้งแต่เช้า ผมคงต้องพิจารณาเปลี่ยนสถานะจากบอดี้การ์ดมาเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงแทนคุณแล้วล่ะครับ คุณสถาปนิก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือแววประชดประชันบางเบาตามสไตล์ คีย์วางชามซุปควันฉุยลงบนโต๊ะทำงานไม้สักตรงหน้า รณภพเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบของบอดี้การ์ดหนุ่มยังคงเรียบเฉย ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "ปากดีไม่เปลี่ยนนะคีย์" รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ วางปากกาスタイラスลงบนโต๊ะแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า "คุณก็รู้ว่าโครงสร้างปีกซ้ายของเซฟเฮาส์หลังนี้มีปัญหา ถ้าไม่รีบแก้ตอนนี้ เกิดพวกมันบุกมาอีกรอบ ผมคงต้องเอาแบบแปลนบ้านไปกางป้องกันกระสุนแทนโล่" "โครงสร้างน่ะแก้ทันแน่... ถ้าคุณยอมกินอะไรเข้าไปบ้างก่อนที่สมองจะหยุดทำงานไปเสียก่อน" คีย์ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงโดยปริยายผ่านพื้นที่ห้องที่แคบลงจากกองเอกสารและอุปกรณ์ช่าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทขยับเข้ามาใกล้พอให้รณภพได้กลิ่นจางๆ ของสบู่และไอฝนจากระเบียงด้านนอก ผ่านพ้นค่ำคืนแห่งความวุ่นวายและกระสุนนัดเฉียดตายเมื่อสองวันก่อน กำแพงอคติที่เคยตั้งตระหง่านระหว่างสถาปนิกผู้หยิ่งทะนงกับบอดี้การ์ดผู้ปิดทองหลังพระได้พังทลายลงอย่างเงียบเชียบ พวกเขาไม่ต้องพูดจาประชดประชันกันด้วยถ้อยคำรุนแรงเพื่อปกป้องพื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป รณภพเริ่มจับทางได้ว่าเวลาไหนที่คีย์ต้องการความเงียบเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยรอบอาคาร และคีย์เองก็อ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของรณภพออกอย่างทะลุปรุโปร่ง—เพียงแค่ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ หรือถอนหายใจยาวๆ หนึ่งครั้ง บอดี้การ์ดหนุ่มก็มักจะมีกาแฟดำร้อนๆ หรือของว่างรองท้องมาวางไว้ให้ถูกจังหวะราวกับมีตาทิพย์ "มองอะไรครับ หน้าผมมีรอยกระสุนฝังอยู่หรือไง" คีย์เลิกคิ้วถามเมื่อเห็นสถาปนิกหนุ่มเอาแต่นั่งจ้องหน้าเขานิ่งไม่ยอมแตะชามซุป "เปล่า..." รณภพตอบเสียงแผ่ว สายตาสفาลเลื่อนลงมองเรียวปากที่มักจะเอ่ยคำพูดกวนประสาทเขาอยู่เรื่อย ก่อนจะรีบดึงสติตัวเองกลับมา "แค่วันนี้คุณพูดมากกว่าปกติ... สงสัยกินยาผิดซอง" "ผมพูดความจริงต่างหาก" คีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานจนเกิดเงาทอดทับลงบนร่างของรณภพ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองใบหน้าเหนื่อยอ่อนของสถาปนิกหนุ่มด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ "ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ตั้งแต่คืนนั้น เราไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวแล้วก็ได้ครับ คุณรณภพ" ประโยคสั้นๆ ที่ราบเรียบแต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นดั่งก้อนหิน ทว่ากลับอบอุ่นจนน่าใจหาย รณภพชะงักไป ปลายลิ้นที่เตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัยกลับกลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น หัวใจในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างแรง ความทรงจำจากคืนนั้นย้อนกลับมาในหัว—สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือที่กุมมือเขาไว้แน่นท่ามกลางความมืด เสียงกระซิบพร่าต่ำที่ข้างหู และไออุ่นของร่างกายที่แนบชิดเพื่อถ่าย0ทอดความปลอดภัยให้แก่กันและกัน ไม่มีคำสารภาพรักน้ำเน่า ไม่มีคำหวานเลี่ยน แต่ทว่ามันกลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึกยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก "ใครบอกว่าผมแบกไว้คนเดียว..." รณภพพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการยกชามซุปขึ้นมาซดกลบเกลื่อน แม้ใบหูทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิด "ผมก็แค่... กำลังทบทวนงานของผมอยู่ต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดนักเลยบอดี้การ์ด" คีย์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ไพเราะเสียจนรณภพต้องแอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย "ครับ... ผมมันก็แค่ลูกจ้างปากเสียคนหนึ่ง" คีย์ยอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะยื่นมือหนามาปัดเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บนเส้นผมของรณภพออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านขมับทำเอารณภพตัวแข็งทื่อ ลลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายเผลอโน้มเข้าหาระยะประชิดโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะห่างเพียงคืบ ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกันในอก บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปราะบางเสียจนรณภพแทบอยากจะหยุดเวลาตรงนี้ไว้ชั่วนิรันดร์ ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบเซ็นเซอร์รอบนอกเซฟเฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงชาดสาดส่องวับวามไปทั่วห้องทำงาน ทำลายบรรยากาศสีชมพูในเสี้ยววินาทีให้แตกละเอียดเป็นจุล! คีย์เปลี่ยนโหมดจากบอดี้การ์ดหนุ่มผู้ผ่อนคลายกลายเป็นนักฆ่าเลือดเย็นในพริบตา มือหนาคว้าปืนพกสั้นออกจากซองใต้ร่มผ้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับดันตัวรณภพให้หลบลงไปใต้โต๊ะทำงานทันที "หมอบลง!" คีย์คำรามลั่น เสียงเข้มดุดันจนรณภพต้องทำตามสัญชาตญาณ หน้าจอแท็บเล็ตที่ยังเปิดค้างไว้ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกรั้ว ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกด้วยความตกใจ—ไม่ใช่กลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมที่เคยบุกมา แต่เป็นร่างของชายปริมาณสี่คนในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังยืนล้อมรอบประตูทางเข้า พร้อมกับเงาดำอีกหลายสายที่กำลังปีนข้ามรั้วเข้ามาอย่างเงียบเชียบ และที่แย่ที่สุดคือ... หนึ่งในคนที่เดินนำหน้าสุดกำลังถืออุปกรณ์ตัดสัญญาณสื่อสารที่ทำให้โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในบ้านไร้สัญญาณทันที! คีย์ลดปืนลงเล็กน้อย หันมามองรณภพที่กำลังจ้องหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบของบอดี้การ์ดหนุ่มฉายแววอันตรายที่รณภพไม่เคยเห็นมาก่อน "ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญชุดใหม่จะมาเร็วกว่าที่คิด..." คีย์กระซิบชิดริมหูของรณภพด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบมีดพกสนามออกมาจากข้อเท้า "ล็อคประตูนี้ไว้ อย่าส่งเสียงเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา..." "เดี๋ยว..." รณภพคว้าชายเสื้อของคีย์ไว้แน่น ดวงตาสองคู่สบกันท่ามกลางแสงไฟสีแดงกะพริบ "พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา... ระวังตัวด้วย" คีย์มองมือนั้นนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดุดันแต่กลับทำให้อุ่นใจอย่างประหลาด "ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ... เพราะสถาปนิกปากดีแถวนี้ยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างผมเลยสักบาท" พูดจบคีย์ก็พุ่งตัวออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็วดุจเงาพราย ทิ้งให้รณภพต้องนั่งกำมีดสั้นในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงและเป็นห่วงจนแทบคลั่ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวตามไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงกระแทกบานไม้หนาจนสั่นสะเทือน! *โครม!* บานประตูเซฟเฮาส์ถูกถีบพังกระเด็นเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ชักปืนเล็งตรงมาที่มุมห้อง—โดยมีปลายกระบอกปืนจ่อตรงมาที่ซอกหลืบที่รณภพกำลังหลบอยู่พอดี! -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและเดินทางหัวใจไปกับรณภพและคีย์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%