รอยพับบนกระดาษร่างแบบแปลนบ้านสามมิติยับยู่ยี่คามือหนาของรณภพ สถาปนิกหนุ่มขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกวาดมองร่างสูงใหญ่ของคีย์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกนิรภัยด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"คุณพูดใหม่อีกทีซิครับ ว่าเมื่อครู่นี้คุณสั่งอะไรลงไป"
รณภพกระแทกเสียงลอดไรฟัน วางปากกาโรทริแมนลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดังลั่นจนแฟ้มเอกสารกระเด็น หลอดไฟ LED สีส้มอุ่นเหนือโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าบึ้งตึงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังเดือดดาลได้ที่
คนตรงหน้าไม่สะท้านแม้แต่น้อย คีย์ปรายตามองแบบแปลนที่เขาทุ่มเททำติดต่อกันสามวันสามคืนด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความชื่นชมระคนรื่นรมย์ใดๆ ทั้งสิ้น
"ผมบอกว่า ตรงผนังกระจกนิรภัยกันกระสุนฝั่งทิศตะวันตก ที่คุณออกแบบให้เปิดรับวิวสวนป่าโปร่ง... ให้ก่ออิฐฉาบปูนทึบ หนาสองชั้น" คีย์เอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ "แล้วก็ยกพื้นห้องนอนใหญ่ขึ้นอีกเจ็ดสิบเซนติเมตร พร้อมฝังท่อสเตนเลสเกรดพิเศษเสริมโครงสร้างใต้พื้น"
"บ้าไปแล้วหรือไง!" รณภพดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนเหลืออด "นี่มันเซฟเฮาส์ริมผา ไม่ใช่บังเกอร์หลบภัยสงครามโลกครั้งที่สาม! คุณจะให้ผมทำห้องนอนกลายเป็นหลุมหลบภัยทึบตัน มองไม่เห็นวิวภายนอก แถมยังต้องยกพื้นสูงจนเหมือนแท่นบูชาเนี่ยนะ? เหตุผลล่ะ? ดีไซน์เฮงซวยแบบนี้มันทำลายหลักสถาปัตยกรรมย่อยยับ คุณเรียนจบอะไรมาถึงกล้าสั่งแก้แบบมั่วซั่วแบบนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ รณภพหายใจหอบถี่ด้วยความโมโห ขณะที่คีย์ยังคงยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่ปลายผมจรดปลายคาง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว
ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้รณภพเผลอชะงัก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นไอฝนจางๆ จากตัวบอดี้การ์ดหนุ่มลอยปะทะจมูก ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ
"คุณเก่งเรื่องเส้นสาย โครงสร้าง และความสวยงาม... รณภพ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่ทรงพลังจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ "แต่คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับกระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงระยะแปดร้อยเมตร"
รณภพชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคู่คมกะพริบปริบๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ แต่ทิฐิอันแรงกล้าก็ทำให้เขาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว
"ต่อให้มีคนถือปืนซุ่มยิงอยู่บนยอดเขาฝั่งนู้นจริงๆ กระสุนมันก็เจาะกระจกนิรภัยเกรดทหารที่ผมเลือกใช้ไม่ได้หรอกครับ!" รณภพเถียงกลับเสียงแข็ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดปลายจมูกของอีกฝ่ายเมื่อระยะห่างใกล้ชิดเกินความจำเป็น "ผมคำนวณมาหมดแล้วด้วยหลักวิศวกรรม ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึกกลัวหัวหดแบบคุณ!"
คีย์ไม่โกรธ ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาคือการยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง—รอยยิ้มหยันที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่มันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตารณภพ
"กระจกหนาแค่ไหนก็กันกระสุนเจาะเกราะไม่ได้หรอกครับ ถ้ายิงมาจากมุมองศาที่ผมเพิ่งบอกให้คุณแก้" คีย์เอ่ยเสียงนิ่ง พร้อมกับเอื้อมมือหนามาแตะขอบโต๊ะทำงาน ใกล้กับมือของรณภพจนหลังมือของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกัน "และที่คุณต้องยกพื้นห้องนอน... เพราะใต้พื้นตรงนั้นต่างหาก คือจุดซ่อนเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลลับที่พวกมันกำลังตามล่า ไม่ใช่เพราะความกลัวของผม แต่เพราะชีวิตของคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโปรเจกต์นี้แล้ว สถาปนิกปากดี"
คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจรณภพจนชาวาบ ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มนิ่งค้าง สมองประมวลผลคำว่า 'ข้อมูลลับ' และ 'ชีวิต' ที่ถูกโยนใส่หน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของคีย์ พยายามค้นหาความล้อเล่นหรือการโกหก แต่สิ่งที่พบมีเพียงความจริงจังหนักแน่นดั่งเหล็กกล้า
ใกล้... ใกล้เสียจนรณภพได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน ไหล่กว้างของคีย์บล็อกทางหนีทีไล่ไว้หมดสิ้น ร่างกายของทั้งคู่แทบแนบชิดติดกันผ่านขอบโต๊ะทำงาน เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด รณภพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"คุณ... หมายความว่ายังไง" รณภพเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบโดยไม่รู้ตัว ความดุดันเมื่อครู่หายไปเกือบหมด เหลือเพียงความสับสนที่ฉายชัดผ่านดวงตา
คีย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากเกือบจะปัดผ่านแก้มเนียนของคนปากเก่ง ปลายจมูกโด่งรั้นชนกันเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนทำให้รณภพเผลอกลั้นหายใจ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่จะก้าวข้ามเส้นบางๆ ไปมากกว่านั้น
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ไม่ได้ล็อกสนิท ประตูเปิดผางออกพร้อมกับร่างของลูกน้องคนสนิทของคีย์ที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"หัวหน้าครับ! ระบบเซ็นเซอร์รอบบ้านแจ้งเตือน... มีคนบุกรุกเข้ามาทางแนวป่าทิศตะวันตกแล้วครับ!"
คีย์ผละออกจากรณภพในเสี้ยววินาที ความนุ่มนวลเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แววตาดุดันทรงอำนาจกลับมาทอประกายคมกริบดั่งนักล่า เขาหันไปคว้าปืนพกสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่วว่องไว
รณภพยืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวกระหน่ำด้วยความตกใจ หันมองหน้าคีย์สลับกับลูกน้องที่ยืนหายใจหอบโยนที่หน้าประตู
คีย์หันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งที่ยังคงยืนช็อกอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ก่อนจะเอ่ยประโยคสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
"ถ้าไม่อยากตายคาแบบแปลนของตัวเอง... ก็หุบปากแล้วตามผมมา!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" มาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 4
โจทย์ที่ไม่มีในตำรา
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!