ปลายปากกาเคมีสไตลัสในมือของรณภพถูกกระแทกลงบนโต๊ะเขียนแบบกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงดังสนั่น เสียงนั้นคมกริบและบาดลึกพอจะกรีดบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานส่วนตัวของเซฟเฮาส์ให้ขาดวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกกลับไม่ได้ใส่ใจเสียงสะท้อนนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มคู่คมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างหนาของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะ
"คุณมันบ้าไปแล้วหรือเปล่า คีย์!" รณภพสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่รelนเร้าด้วยความหงุดหงิด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンขึ้นมาเล็กน้อยตามจังหวะการเต้นของหัวใจ "ห้องกระจกนิรภัยกันกระสุนระดับสามที่ผมออกแบบเนี่ย มันถูกคำนวณตามหลักวิศวกรรมสถาปัตยกรรมสากล รองรับแรงระเบิดและแรงกระแทกได้ถึงสามร้อยกิโลวัตต์ แต่วิศวกรบ้านี่กลับบอกว่า... 'มันดูทึบตันเกินไป ขวางทางปืนเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน' ประสาทหรือเปล่าครับ! นี่บ้านพักตากอากาศริมผา ไม่ใช่สนามรบเวียดนาม!"
คีย์ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกราบกวาดมองแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางหราอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะเขียนแบบ ร่างหนาในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่ไอความกดดันออกมาอย่างแนบเนียน ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อใช้สายตาไล่ดูสัดส่วนฟังก์ชันการใช้งานที่สถาปัตยกรรมหนุ่มภาคภูมิใจนักหนา
"คุณรณภพครับ..." เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความเกรงกลัวต่อรังสีความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย "ถ้าคนร้ายบุกเข้ามาจากระเบียงด้านทิศตะวันตกตามมุมอับสายตาของกล้องวงจรปิด ระยะเวลาที่คุณใช้ในการวิ่งหลบหลังผนังกระจกหนาหนิ้วครึ่งนั้น คือเจ็ดวินาทีเต็ม... ในสนามจริง เจ็ดวินาทีนี้หมายถึงหลุมศพครับ ไม่ใช่ใบประกาศเกียรติคุณ"
"แต่มันคือความสมบูรณ์แบบทางสุนทรียศาสตร์!" รณภพสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละใบหน้าลงแม้แต่นเซนติเมตรเดียว ดวงตาสองคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ "คุณไม่เข้าใจหรอกว่าเส้นสายโค้งเว้าของโครงสร้างเหล็กกล้าคอร์เทนกับกระจกใสไร้ขอบพวกนี้ มันถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสร้างสมดุลทางจิตวิทยาให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกปลอดภัยจากภายใน ไม่ใช่การกักขังตัวเองให้อยู่ในรังเหล็กกันกระสุนที่ไร้รสนิยมแบบที่คุณต้องการ!"
"ความสุนทรีย์ที่ปกป้องชีวิตคนไม่ได้ มันก็เป็นแค่ขยะราคาแพงครับ" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด รอยยิ้มมุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน "ผมไม่ได้จ้างคุณมาวาดภาพศิลปะโชว์ในแกลเลอรี แต่ผมจ้างคุณมาสร้าง 'เซฟเฮาส์' ที่ทำให้ไอ้คนที่มันจ้องจะเอาชีวิตผม เดินทางกลับไปยมโลกแบบมือเปล่าต่างหาก"
คำพูดนั้นแทงใจดำสถาปนิกหนุ่มเข้าอย่างจัง รณภพสะบัดหน้าลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกทำให้เก้าอี้หมุนด้านหลังไถลถอยหลังไปชนชั้นหนังสือจนเกิดเสียงดังโครม ร่างโปร่งก้าวเข้าประชิดตัวบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยความโมโหจนหน้าดำหน้าแดง มือเรียวที่เคยจับแต่ดินสอและเมาส์ปากกาตอนนี้กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"ปากดีนักนะ! ถ้าคุณเก่งเรื่องความปลอดภัยนัก ทำไมไม่ไปออกแบบเองเลยล่ะครับ จะจ้างผมมาเสียเงินแพงๆ ทำไมในเมื่อคุณมีคำตอบในหัวอยู่แล้ว!" รณภพตะคอกใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยความเหลืออด ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่กลับซ่อนความเย้ายวนใจไว้อย่างประหลาดในสายตาของคนที่ยืนนิ่ง
คีย์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งเดิม สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหงที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจหอบสะท้าน ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสอง ร่างหนาขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอีกนิด จนพื้นที่ว่างแทบไม่เหลือให้ลมพัดผ่าน
"เพราะผมออกแบบโครงสร้างตึกเป็นที่ไหนล่ะครับ..." คีย์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้า แต่กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้รณภพชะงักกึก "และที่สำคัญ... ผมไม่มีทางมีความอดทนพอที่จะนั่งมองแปลนบ้านหลังนี้ไปพร้อมกับสถาปนิกปากจัดคนไหนได้อีก นอกจากคุณ"
รณภพเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อเจอหมัดฮุกทางคำพูดที่ไม่มีตั้งรับแบบนี้ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสจากไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกดดันเขาจนมุมชิดโต๊ะเขียนแบบ
ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น รณภพพยายามจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์มของสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ทว่าก่อนที่ถ้อยคำเชือดเฉือนบทใหม่จะหลุดรอดจากริมฝีปากสีระเรื่อ...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคาร ไฟสีแดงฉานสลับขาวสาดส่องวับวามไปตามโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านล่างอย่างเร่งรีบ!
คีย์เปลี่ยนสีหน้าเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างหนาคว้าข้อมือเรียวของรณภพไว้มั่นด้วยแรงมหาศาลก่อนจะดึงร่างบางให้หลบมาอยู่ด้านหลังโต๊ะเขียนแบบหนาตามหลักยุทธวิธีทันที ดวงตาคมกวาดมองผ่านกระจกบานใหญ่ที่มืดสนิทด้านนอก และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องทำงานไม้สักทองบานหนาก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ถืออาวุธปืนยาวพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมเล็งปากกระบอกตรงดิ่งมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" มาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 5
การปะทะกันเหนือโต๊ะเขียนแบบ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!