เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแรงกระแทกของแฟ้มแบบแปลนโครงสร้างลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่รณภพรู้ดีว่า หากเขายังเลือกที่จะเถียงกลับในตอนนี้ มีหวังบรรยากาศในเซฟเฮาส์หลังนี้คงระเบิดเป็นจุลยิ่งกว่าดินปืน
"ถ้าคุณยังแก้เส้นสายไฟกับท่อประปาตรงมุมผนังรับแรงไม่ได้ตามที่ผมตบตาดูเมื่อคืน พรุ่งนี้ทีมวิศวกรคงได้รื้อทิ้งทั้งแถบแน่ ๆ ครับคุณสถาปนิกปากดี"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดที่ทำเอารณภพต้องกําปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครตวัดสายตาดุดันมองร่างสูงของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายสวนทางกับแววตานิ่งสนิทคู่นั้น
"ผมออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรมร่วมสมัยครับคุณคีย์ ไม่ใช่ตู้คอนเทนเนอร์เก็บสินค้าที่คุณคุ้นเคย ถ้าคุณจะใช้สายตาแข็งกระด้างมองงานศิลปะ มันก็ช่วยไม่ได้ที่คุณจะเห็นแค่ความเกะกะลูกตา" รณภพสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความถือดีและรอยยิ้มเยาะที่มุมปากตามนิสัย
คีย์ไม่โต้เถียง ปฏิกิริยาตอบกลับของบอดี้การ์ดหนุ่มคือการยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาเครื่องดื่มเย็น ๆ มาดับอุณหภูมิความร้อนระอุระหว่างคนทั้งคู่ ทิ้งให้รณภพฮึดฮัดอยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตต่อด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้
ผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ความเงียบสงบเริ่มโรยตัวปกคลุมเซฟเฮาส์หลังใหญ่ รณภพที่กำลังงละม่อมตรวจแบบแปลนรอบสุดท้ายเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ความเงียบที่ยาวนานเกินไปจากฝั่งของคีย์ทำให้สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ปกติแล้วคนอย่างคีย์ไม่มีทางปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน
ร่างโปร่งของสถาปนิกก้าวเท้าออกจากห้องทำงานอย่างเงียบเชียบ ฝ่าเท้าลงน้ำหนักเบาราวกับแมวป่า เดินเลาะไปตามทาง
ทางเดินมืดสลัวทอดยาวไปยังห้องพักส่วนตัวของบอดี้การ์ด ประตูไม้เนื้อแข็งเปิดแง้มไว้เล็กน้อย เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มอมเหลืองนวลตาจากโคมไฟตั้งโต๊ะด้านใน รณภพชะงักฝีเท้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อชะโงกหน้าผ่านรอยแง้มของประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาลมหายใจของรณภพสะดุดกึก
คีย์ถอดเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกจนหมดเหลือเพียงแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่า บอดี้การ์ดหนุ่มกำลังยืนหันหลังให้ประตูปิดบังความสนใจทั้งหมดไว้กับการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามลำตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายจากความเหนื่อยล้า ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มจนละไปไหนไม่ได้เลย ไม่ใช่กล้ามเนื้อเป็นมัดที่สมส่วนดั่งรูปปั้นกรีก หรือไหล่กว้างที่ดูแข็งแกร่งราดรดด้วยหยาดเหงื่อ
แต่มันคือ "ร่องรอย"
แผลเป็นขนาดใหญ่เป็นทางยาวพาดผ่านตั้งแต่สะบักขวาเฉียงลงมาถึงเอวสอบ รอยแผลนั้นทั้งลึกและขรุขระราวกับรอยฉีกขาดของเนื้อที่เกิดจากคมกระสุนหรือรอยมีดบาดลึกในอดีต และไม่เพียงแค่นั้น บริเวณแผ่นหลังด้านซ้ายยังมีรอยแผลไหม้จาง ๆ อีกหลายแห่งที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหนามาตลอด
รณภพยืนนิ่งค้าง ความรู้สึกกระด้างกระเดื่อง ความถือดี และความปากจัดที่เคยมีเมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบในอากาศ ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในอกอย่างรุนแรง คนที่ยืนหยัดปกป้องเขาด้วยท่าทีแข็งกร้าวและมั่นใจในทุกสถานการณ์ แท้จริงแล้วต้องผ่านสมรภูมิความเป็นความตายมาโชกโชนขนาดไหน ถึงได้แบกรับร่องรอยอดีตที่เจ็บปวดเหล่านี้ไว้บนเรือนร่างเงียบ ๆ คนเดียว
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมอง คีย์หยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ บอดี้การ์ดหนุ่มชะงักมือที่ถือผ้าขนหนู ก่อนจะค่อย ๆ หันขวับกลับมามองที่ประตูด้วยสัญชาตญาณดิบของนักล่า
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันในความสลัว รณภพเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกจับได้ ขณะที่คีย์หรี่ตาลงมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประต้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งดุดัน วูบไหว และบางเบาราวกับหมอกควัน
"แอบดูผมอาบน้ำ... งานดีไซน์ชิ้นใหม่ของคุณเหรอครับคุณรณภพ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ไยดี พร้อมกับที่เจ้าตัวก้าวประชิดเข้ามาใกล้กรอบประตูทีละก้าวโดยไม่คิดจะหาเสื้อผ้ามาสวมทับเพื่ออำพรางบาดแผลเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" มาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 6
คนซึนที่ซ่อนรอยแผล
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!