เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 7

ความลับในแบบแปลน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนลาดไหล่กว้างสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากห้องน้ำ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่รณภพไม่ควรใส่ใจ แต่สายตาของสถาปนิกหนุ่มกลับถูกตรึงไว้กับรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณไหปลาร้าของอีกฝ่ายอย่างเสียมารยาท "งานดีไซน์ชิ้นใหม่ของคุณเหรอครับคุณรณภพ" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน ไม่เพียงแต่ดึงสติของเขาให้กลับเข้าร่าง แต่ยังทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่หดแคบลงจนน่าใจหาย คีย์ไม่ได้ถอยหนี แถมยังก้าวประชิดเข้ามาใกล้กรอบประตูอีกก้าว โดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงอกเกรงใจผ้าขนหนูผืนน้อยที่พันกายท่อนล่างไว้หมิ่นเหม่เลยแม้แต่น้อย รณภพกะพริบตาถี่ ขยับกรอบแว่นสายตาด้วยความเคยชินเพื่อเรียกสมาธิที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้าหมายถึงมารยาทในการเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่น... ผมคงต้องบอกว่าคุณคีย์สอบตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มวิชาเบื้องต้นแล้วล่ะครับ" "ผมเคาะแล้ว" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่รณภพราวกับจะทะลุไปถึงความคิด "แต่คุณมัวแต่เหม่อมองโครงสร้าง... เอ้อ หมายถึงมองอะไรบางอย่าง จนไม่ได้ยินต่างหากล่ะครับ" คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ จะได้เห็น ทำให้รณภพรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเบาๆ ด้วยนวมนุ่ม แต่มันร้อนผ่าวไปถึงใบหู สถาปนิกหนุ่มเบือนสายตาหนีจากแผงอกกว้างที่มีหยดน้ำเกาะพราว หันไปคว้าแท็บเล็ตและม้วนกระดาษไขบนโต๊ะทำงานมากอดไว้ราวกับมันเป็นเกราะกำบัง "เลิกเล่นลิ้นแล้วถอยไปซะครับ ผมจะไปทำงานต่อที่ห้องนั่งเล่น" รณภพพูดเสียงแข็ง พยายามเดินเบี่ยงตัวผ่านร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางทางอยู่ ทว่า ท่อนแขนแข็งแรงกลับยกขึ้นกั้นกรอบประตูไว้อย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อไบเซปต์ตึงตัวขึ้นตามการเคลื่อนไหว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยสบู่เหลวกลิ่นมินต์ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงจนน่าอึดอัด "ใจร้อนจริงนะครับ สถาปนิก... งานด่วนขนาดนั้นเลยเหรอครับ" คีย์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นเมนทอลปะทะเข้ากับพวงแก้มของรณภพอย่างจัง "ถ้าคุณมีเวลามาเดินแก้ผ้าโชว์หุ่นในเซฟเฮาส์นี้ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปทบทวนหน้าที่บอดี้การ์ดของคุณดีกว่านะครับ หลบไป!" รณภพกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับดันอกอีกฝ่ายออกเบาๆ แม้สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ฝ่ามือจนต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน คีย์ยอมขยับถอยหลังแต่โดยดี นัยน์ตาคมปลาสบมองสถาปนิกหนุ่มที่เดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่แท้จริง ผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ความเงียบสงบยามดึกปกคลุมเซฟเฮาส์หลังใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างกระทบกับกระดาษไขร่างแบบแปลนสถาปัตยกรรมนับสิบแผ่นที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว รณภพนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนัง ปลายดินสอในมือหมุนวนไปมาอย่างใช้ความคิด ดวงตาคมกวาดมองเส้นสายและตัวเลขบนกระดาษแปลนบ้านชั้นเดียวที่คีย์รีเควสต์มาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในตอนแรก บ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ เน้นความโปร่งโล่ง ผนังปูนเปลือยขัดมัน และกระจกบานใหญ่รอบด้านเพื่อรับวิวธรรมชาติ ผิวเผิน... มันคือบ้านในฝันของคนรักความสงบและต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แต่มันมีบางอย่าง "ผิดปกติ" รณภพขมวดคิ้วแน่น นิ้วเรียวไล่ตามแนวเส้นผนังทึบหนาพิเศษที่ถูกซ่อนไว้ในแปลนโซนห้องครัวและห้องเก็บของใต้บันได ระยะร่นของเสาและคานคอนกรีตเสริมเหล็กถูกคำนวณไว้เกินความจำเป็นสำหรับการรับน้ำหนักของตัวบ้านชั้นเดียวถึงสามเท่า "แปลก..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เขาดึงแปลนโครงสร้างวิศวกรรมขึ้นมาเทียบเคียงกับแบบแปลนสถาปัตยกรรมทันที สมองอันปราดเปรื่องทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคำนวณพื้นที่ใช้สอยภายในและภายนอก ปรากฏว่ามี "พื้นที่ว่าง" (Dead Space) ขนาดใหญ่ราวสี่สิบคารางเมตรถูกบดบังไว้ด้วยแนวผนังทาสีทับซ้ำซ้อนสองชั้น ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่าหรือแม้แต่คนตรวจรับบ้านทั่วไป จะไม่มีทางรู้เลยว่าหลังผนังปูนเปลือยนั้นมีโพรงอากาศว่างเปล่าซ่อนอยู่ มันไม่ใช่ห้องเก็บของใต้ดินธรรมดา... แต่มันคือ "ห้องนิรภัย" หรือห้องใต้ดินเสริมความแข็งแกร่งระดับกันกระสุนและแรงระเบิด คีย์ต้องการบ้านที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์สงครามย่อมๆ ไม่ใช่แค่บ้านพักตากอากาศธรรมดาอย่างที่ปากบอก ในจังหวะที่รณภพกำลังก้มลงใช้ไม้บรรทัดมาตราส่วนวัดระยะทางลับบนแปลนพิมพ์เขียว เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แผ่วเบาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลัง โดยที่เขาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร "เจออะไรน่าสนใจในแปลนบ้านผมเหรอครับ คุณรณภพ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมใบหู จนสถาปนิกหนุ่มสะดุ้งเฮือก ขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง รณภพสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เขาหันขวับกลับไปเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว แปลนกระดาษในมือถูกยกขึ้นชูตรงหน้า "นี่มันไม่ใช่แบบบ้านพักอาศัยธรรมดาแล้วครับคุณคีย์..." รณภพเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าจริงจังไร้ซึ่งความขี้เล่น "ผนังทึบสองชั้น เสาเข็มเจาะลึกพิเศษ และพื้นที่ว่างปริศนาตรงนี้... คุณกำลังสร้างหลุมหลบภัย หรือคุณกำลังซ่อนอะไรไว้ใต้บ้านหลังนี้กันแน่ครับ?" คีย์เงียบไปชั่วขณะ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาอย่างมีความหมาย ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "ฉลาดสมกับที่เป็นสถาปนิกมือหนึ่งจริงๆ ครับ..." คีย์กระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "แต่บางที... การรู้ความลับในแบบแปลนนี้มากเกินไป อาจจะทำให้คุณไม่มีวันได้เดินออกจากบ้านหลังนี้เลยก็ได้นะครับ" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รณภพสบตากับร่างสูงนิ่งงัน หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาดุดันที่แฝงความอันตรายของคนตรงหน้ากำลังดึงดูดให้เขาอยากก้าวล่วงเข้าไปในเขตอันตรายนั้นเสียเหลือเกิน ทว่า ก่อนที่รณภพจะได้ทันเอ่ยปากตอบโต้ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งร้อน พร้อมกับแสงไฟหน้ารถยนต์สาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่ง คีย์ผละตัวออกจากรณภพอย่างรวดเร็ว แววตาเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที "ซวยแล้ว..." คีย์พึมพำสบถเบาๆ เมื่อหันไปมองมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดที่หน้าประตูรั้ว "พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด..." *** ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "แบล็กสมิธในตำนาน" ครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%