"คุณพูดใหม่อีกทีซิครับ อาคเนย์... เมื่อกี้คุณเผลอพูดคำว่าอะไรออกมานะ"
รินรดาแทบจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เลนส์กล้องราคาแพงที่ห้อยคอเขาอยู่แล้ว หากไม่ติดว่าเจ้าตัวสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมตัวนั้นกำลังถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองยังไงก็หมั่นไส้ บล็อกเกอร์สาวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดแทบระเบิด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแตะขีดแดง
"ผมก็พูดชัดเจนดีนะครับคุณริน หรือว่าหูของคุณรินจะมีปัญหาจากเสียงคลื่นซัดหาดเมื่อคืน" อาคเนย์ลอยหน้าลอยตาตอบ พลางยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาปัดหน้าจอเช็กตารางงานด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ช่างเป็นภาพที่ชวนให้คนมองอยากจะกระโดดถีบขาคู่เสียจริงในสายตาของหญิงสาว
"ฉันไม่ได้หูหนวก! และหูฉันก็ปกติดีทุกตารางนิ้ว! แต่ที่ฉันรับไม่ได้คือไอ้แผนการบ้าๆ ที่คุณเพิ่งพ่นออกมาต่างหาก!" รินรดาแทบกรี๊ด เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนช่างภาพหนุ่มต้องยอมละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์
บนหน้าจอไอpadที่อาคเนย์เพิ่งยื่นใส่Nose-to-screen (จ่อหน้า) เธอก่อนหน้านี้ มันคือแผนการเดินทางสามวันสองคืนในเกาะสวรรค์แห่งนี้ ที่ถูกซอยย่อยตารางเวลาออกเป็นรายนาที!
*06:00 น. - ตื่นนอน รับวิตามินซีจากแสงแดดยามเช้า 15 นาที*
*06:30 น. - ออกกำลังกายเบาๆ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อริมหาด*
*07:15 น. - ทานอาหารเช้า (เน้นโปรตีนและไขมันดี งดแป้งขัดสี)*
*08:00 น. - ออกเดินทางไปยังจุดดำน้ำจุดที่ 1 (ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียว เพราะกระแสน้ำจะไม่เป็นใจ)*
ให้ตายเถอะ! นี่มันทริปพักผ่อนหรือค่ายกักกันทหารอเมริกันกันแน่!
"คุณเนย์คะ... เอ๊ย! คุณเนย์ครับ!" รินรดาเกือบหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงออกไปเพราะความโมโหจนสมองตีรันฟันแทงกันมั่ว "นี่มันเกาะหลีเป๊ะนะเว้ยเฮ้ย! ไม่ใช่ค่ายฝึกรบพิเศษร้อยป่า! ชีวิตฉันเกิดมาเพื่อลุยเดี่ยว ใช้สัญชาตญาณนำทาง อยากกินตอนหิว อยากนอนตอนง่วง อยากแวะตรงไหนที่สวยก็แค่เดินเลี้ยวซ้าย ไม่ใช่ต้องมาเดินตามตารางเวลาบ้าบอที่คุณขีดเส้นไว้เหมือนปลากระป๋องในซุปเปอร์มาร์เก็ตแบบนี้!"
อาคเนย์ถอนหายใจเบาๆ เป็นเชิงระอา เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าของบล็อกเกอร์สาวจอมดีเดือดที่ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะลมทะเล แต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยไฟพะเนียง
"ถ้าคุณใช้ 'สัญชาตญาณ' อย่างที่ปากว่าจริงๆ ป่านนี้เราคงตกรถไฟตั้งแต่สถานีแรก หรือไม่ก็คงเดินหลงป่าไปกินรากไม้แทนอาหารเที่ยงแล้วครับคุณริน" อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่มนวลบาดลึก "จำตอนที่คุณบอกว่าจะลัดเลาะชายหาดไปหาจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเมื่อวานได้ไหมครับ? ผลลัพธ์คืออะไร... รองเท้าผ้าใบราคาแพงของคุณพังไปข้างหนึ่ง, โดนแมงกะพรุนไฟสอยขาซ้ายไปสามแผล, แล้วเราก็ต้องมาติดแหง็กอยู่ใต้ต้นมะพร้าวเพราะคุณจำทางกลับรีสอร์ทไม่ได้"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองที่กำลังจะหาข้อแก้ตัวพลันสะดุดกึก ภาพความซวยเมื่อวานซืนผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ จนเถียงไม่ออก
"แต่นั่น... นั่นมันเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติ!" เธอยังคงพยายามดึงดัน เสียงเริ่มเบAลงไปครึ่งหนึ่งอย่างเสียฟอร์ม
"ธรรมชาติไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ... คนต่างหากที่ประมาท" อาคเนย์พูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของครีมกันแดดผสมกับกลิ่นไอทะเลจากตัวเขา "และเพราะผมไม่อยากแบกคุณกลับห้องในสภาพที่สะบักสะบอมเหมือนหมาตกน้ำอีกรอบ ผมเลยต้องร่าง 'กฎเหล็กของคนคุมทริป' ฉบับนี้ขึ้นมาไงครับ"
"ฉันไม่เซ็น! ฉันไม่เอาด้วยเด็ดขาด!" รินรดาเชิดหน้าหนี สะบัดบ๊อบใส่คนตัวสูง "ฉันเป็นเจ้าของเพจ 'หลงทางให้สุดขอบฟ้า' นะครับคุณอาคเนย์ ให้ฉันมาเดินกางร่มตามตารางเวลาเป๊ะๆ แบบนี้ เพจฉันได้เจ๊งปิดตัวก่อนสิ้นปีแน่"
"เพจจะเจ๊งหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ทำตามตาราง ทริปนี้เราคงได้หย่าร้าง... หมายถึงแยกทางกันเดินตั้งแต่เที่ยงนี้แน่ๆ" อาคเนย์แกล้งทำเป็นกระแอมกลบเกลื่อนคำพูดที่เกือบหลุดปากเมื่อครู่ แต่รินรดากลับหรี่ตาแคบลงด้วยความสงสัย
"เมื่อกี้คุณเกือบพูดคำว่าหย่าร้างใช่ไหม?"
"หูฝาดแล้วครับคุณรินแดดมันคงเผาหัวสมองคุณจนเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว" ชàngภาพหนุ่มรีบเฉไฉ พลางยื่นแท็บเล็ตกลับมาตรงหน้าเธออีกครั้ง "เอาล่ะ ในฐานะที่ผมเป็นโปรดิวเซอร์และช่างภาพหลักของโปรเจกต์สารคดีท่องเที่ยวชุดนี้ ผมมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการควบคุมทิศทางของเนื้อหา... ซึ่งหมายความว่า คุณต้องเชื่อฟังผม 80% ส่วนอีก 20% ที่เหลือ... ผมอนุญาตให้คุณไปนั่งหายใจทิ้งอย่างไร้จุดหมายได้ในช่วงเวลาอาหารเย็น"
"แค่ 20% เองเนี่ยนะ!?" รินรดาแทบจะกรี๊ดรอบที่สอง "นี่คุณเห็นฉันเป็นทาสในเรือนเบี้ยหรือไง อาคเนย์!"
"ผมเห็นคุณเป็น 'พาร์ทเนอร์' ต่างหากครับ... พาร์ทเนอร์ที่ชอบทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้าง" ประโยคหลังเขาพูดพึมพำเบาๆ แต่ด้วยความที่ยืนใกล้กันมาก รินรดากลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ
หญิงสาวเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ ปกติแล้วเธอเกลียดผู้ชายเจ้าระเบียบ น่าเบื่อ และชอบบงการชีวิตที่สุดในสามโลก แต่ทำไมเวลาที่ผู้ชายตรงหน้าขยับแว่นสายตาพร้อมกับทำหน้าดุๆ แบบนี้ เธอกลับรู้สึกว่ามัน... มีเสน่ห์แปลกๆ จนน่าโมโหชะมัด
"ถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ? คุณจะทำไม?" รินรดาลองเชิง เชิดคางขึ้นท้าทาย
อาคเนย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่น ดวงตาคมกريบหลังเลนส์ใสคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของคำพูด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่รินรดามองทีไรก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
"ถ้าคุณดื้อไม่ยอมทำตามกฎ... ผมก็มีวิธีจัดการของผมครับ"
"วิธีอะไร? จะหักเงินค่าจ้างบล็อกเกอร์เหรอ ฝันไปเถอะ ฉันเซ็นสัญญารับเงินมัดจำมาหมดแล้วย่ะ!"
"เงินผมไม่แคร์หريอกครับ..." อาคเนย์ก้าวเข้าไปประชิดอีกก้าว จนรินรดาต้องเอนตัวไปข้างหลังโดยอัตโนมัติเนื่องจากแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้ของระเบียงรีสอร์ท "แต่ถ้าคุณยังดื้ออีกคำเดียว... ผมจะลงโทษคุณด้วยการ..."
เขาก้มหน้าลงมาจนกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่ารọiกระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"...อุ้มคุณพาดบ่าเดินประจานรอบหาดให้ฝรั่งดูเป็นขวัญตา เอาให้เข็ดเลยดีไหมครับ คุณรินรดา"
สิ้นคำขู่หน้าตายแต่น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว รินรดาก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก สมองขาวโพลนไปหมด เธอได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอจนหัวใจเต้นโครมครามดังสนั่นแข่งกับเสียงคลื่นซัดฝั่ง
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มันปีศาจชัดๆ!
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากด่ากราดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีบล็อกเกอร์สาวสายลุยกลับคืนมา เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของอาคเนย์ก็ดังขึ้นแทรกกลางจังหวะพอดี ชายหนุ่มผละตัวออกห่างเล็กน้อยอย่างเสียดาย ปัดหน้าจอเพื่อกดอ่านข้อความสั้นๆ ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาจากกรุ๊ปไลน์ทีมงานเบื้องหลัง
ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที สีหน้าของอาคเนย์ถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอเพียงไม่กี่บรรทัด
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ลืมเรื่องทะเลาะเรื่องตารางเวลาไปชั่วขณะ เมื่อเห็นท่าทีเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวของคนตรงหน้า
"เกิดอะไรขึ้น... ใครส่งอะไรมา?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งตกใจ กังวล และระมัดระวังตัวแจ เขาค่อยๆ ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ปิดหน้าต่างแชตไม่ทันให้เธอดูชื่อผู้ส่งและข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาเมื่อสามวินาทีก่อน
ชื่อโปรไฟล์ของบัญชีปริศนาที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ... คือชื่อของบุคคลที่รินรดาคิดมาตลอดว่าชาตินี้ไม่มีวันได้พบเจออีกแล้วในทริปนี้
และข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากล็อบบี้รีสอร์ทด้านล่าง ก็ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกทันที
*“ถึงไหนกันแล้วครับคุณเนย์... ผมอุตส่าห์บินตามมาร่วมทริปเซอร์ไพรส์รินด้วยคน หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาสวีตกันนะ”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและร่วมผจญภัยไปกับความปั่นป่วนนี้นะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมทริป
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!