ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 26

จูบแรกใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"คำตอบของผม... มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอครับริน" อาคเนย์ย้ำคำถามเดิม ท่ามกลางความเงียบสงัดของยอดดอยที่ดูเหมือนโลกทั้งใบจะหมุนช้าลงจนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนสองคน รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่กำสายกล้องไว้แน่นสั่นระริก สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังท้องฟ้าที่กำลังจะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตก แต่กลับตรึงไว้ที่แววตาจริงจังของช่างภาพหนุ่มผู้ซึ่งมักจะมีกำแพงความสมบูรณ์แบบขวางกั้นอยู่เสมอ "ก็... ถ้าในบันทึกนั่นมันไม่ใช่แค่การเขียนแก้เบื่อตอนติดพายุที่เชียงดาว แล้วทำไมคุณต้องมาคาดคั้นเอาตอนนี้ด้วยล่ะคะเนย์ เอ้ย! คุณเนย์!" รินรดาเผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นอย่างเคยชิน ก่อนจะรีบแก้เกี้ยวด้วยการหันไปจัดแจงขาตั้งกล้องที่ตั้งอยู่นิ่งๆ มาเกือบชั่วโมง แต่ทว่ามือหนาของอาคเนย์กลับเอื้อมมาวางทับบนหลังมือของเธอเบาๆ มันเป็นสัมผัสที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับทำลายกำแพงความใจแข็งของเธอลงอย่างราบคาบ "เพราะสำหรับผม... คำตอบของคุณมันคือจุดหมายปลายทางที่ผมตามหามาตลอดทริปนี้เลยครับ" อาคเนย์พูดพลางขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อแจ็กเก็ตลุยป่าของเขาอบอวลไปทั่วบริเวณ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปหมด เธออยากจะหันไปตอกกลับด้วยมุกตลกกวนๆ เหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่ยามที่สบตากับดวงตาคมเข้มคู่นั้น จังหวะการพูดจาโต้ตอบแบบโบ๊ะบ๊ะที่เคยมีก็มลายหายไปสิ้น "เนย์... คุณอย่ามาทำเหมือนเป็นพระเอกหนังรอมคอมได้ไหมครับ ผมใจคอไม่ดี" เธอพยายามกลั้วหัวเราะกลบเกลื่อน แต่เสียงที่สั่นพร่านั้นทรยศความรู้สึกข้างในอย่างจัง "แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้กำลังแสดง แต่ผมกำลังบอกความจริงจาก 'คนหลังเลนส์' ที่เอาแต่มองคุณผ่านช่องมองภาพมาเป็นเดือนล่ะ" สิ้นเสียงนั้น ดาวตกดวงแรกก็พุ่งผ่านท้องฟ้าสีหมึกราวกับเป็นสัญญาณเปิดม่านละคร รินรดามองเห็นแสงสีขาวนวลสะท้อนอยู่ในดวงตาของอาคเนย์ มันไม่ใช่แค่เรื่องของดวงดาว แต่มันคือเรื่องของ 'เรา' ที่เดินทางมาถึงจุดหักเหที่ไม่อาจถอยกลับได้อีกต่อไป อาคเนย์ไม่ได้รอคำตอบ เขาค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ จังหวะนี้เองที่หัวใจของรินรดาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกังวลเรื่องการผูกมัดหรือชีวิตที่รักอิสระถูกปัดตกไปชั่วขณะ เหลือเพียงความต้องการจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้... ใต้แสงจันทร์ที่กำลังทำงานของมันอย่างเต็มที่ สัมผัสแผ่วเบาที่แตะแต้มลงมาบนริมฝีปากของเธอไม่ได้มีความร้อนแรงแบบนิยายพาฝัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกโหยหาและทะนุถนอม ราวกับเขากำลังกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้... เธอจะสลายกลายเป็นเพียงความฝัน รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสนั้นด้วยความสมัครใจ แม้มันจะเงอะงะและตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างนั้นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ทว่าในจังหวะที่ความหวานกำลังเอ่อล้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงของอาคเนย์ก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ มันเป็นเสียงข้อความที่สั่นยาวต่อเนื่องราวกับจะเตือนสติให้ทั้งคู่กลับสู่โลกความเป็นจริง อาคเนย์ผละออกเพียงนิด แต่ยังคงประคองใบหน้าเธอไว้ "ขอโทษครับ... แต่ดูเหมือนจะมีเรื่องด่วน" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเสียดาย รินรดาลืมตาขึ้น มองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด ข้อความนั้นส่งมาจากใครบางคนที่เธอจำได้แม่นว่าควรจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่นี่ และเนื้อหาในข้อความสั้นๆ นั้นกลับทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ *“เนย์... กลับมาหาฉันเถอะนะ เรื่องที่ค้างคาไว้... ฉันยอมทุกอย่างแล้ว”* ร่างของรินรดาแข็งทื่อ อาคเนย์มองเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตระหนก ในขณะที่คนตรงหน้า—ผู้หญิงที่เพิ่งจะมอบจูบแรกให้เขา—กำลังถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าวด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ริน... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด..." "ไม่ใช่อย่างที่คิดเหรอครับ?" รินรดาแค่นยิ้ม ทั้งที่น้ำตากำลังคลอเบ้า "คุณเนย์... ในขณะที่ฝนดาวตกกำลังตก เรากลับพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์แทนสินะครับ" เธอหันหลังเดินหนีไปทางที่พัก ทิ้งให้อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่กับแสงดาวที่เริ่มเลือนหายไปพร้อมกับความเชื่อใจที่กำลังพังทลายลงตรงหน้า... ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับรินและเนย์ในตอนนี้จนจบนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%