ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 25

ความจริงใจที่มากกว่าการรีวิว

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
หน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบในความมืดของห้องพักขนาดกะทัดรัด สะท้อนเงาใบหน้าของรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวที่เพิ่งเอื้อมไปหมายจะแย่งโทรศัพท์มือถือคืนจากชายหนุ่ม ชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับถูกสาบให้กลายเป็นหิน "คุณเนย์! คุณทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!" เสียงอุทานระคนตื่นตระหนกหลุดลอดริมฝีปากของบล็อกเกอร์สาวออกมาดังลั่นห้อง อาคเนย์ซึ่งยืนอยู่ใกล้กันไม่ขยับหนี เขายังคงถือโทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ในมือ นิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน ผิดกับหัวใจข้างในที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นใสจ้องมองหน้าจอที่ขึ้นสถานะ *'ส่งข้อความแล้ว'* ไปยังแชตของบรรณาธิการสำนักพิมพ์สาว ทริปท่องเที่ยวสามสัปดาห์ที่ควรจะสิ้นสุดลงในเช้าวันพรุ่งนี้... ถูกกดยกเลิกและยืดเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนดด้วยปลายนิ้วสัมผัสเพียงครั้งเดียวของเขาเอง "ผมไม่ได้ทำบ้าอะไรสักหน่อย..." อาคเนย์ปรายตามองเธอนิ่งๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นที่รินรดารู้จักดี "ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ... และในสิ่งที่ใจคุณอยากจะทำแต่ไม่กล้าพิมพ์ต่างหาก ริน" "นี่คุณถือวิสาสะตัดสินใจแทนฉันได้ยังไง!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้ปลายนิ้วชี้หน้าช่างภาพหนุ่มผู้เยือกเย็นด้วยความหมั่นไส้ระคนคับแค้นใจ "คุณรู้ไหมว่าฉันเคลียร์คิว ถอนหายใจโล่งอก นับถอยหลังรอวันกลับกรุงเทพฯ มาสัปดาห์เต็มๆ แล้วนะ! แล้วนี่อะไร อยู่ดีๆ คุณมาเสกให้อยู่ต่อเนี่ยนะ บก.เขาก็ด่าฉันตายพอดีสิ!" "บก.คุณไม่ได้ด่าหรอกครับ เขาเพิ่งส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวมาสามดวง... พร้อมกับข้อความบอกว่า *'ในที่สุดก็คิดได้สักทีนะริน อยู่เก็บภาพคู่กับตาเนย์มาฝากด้วยล่ะ'* " อาคเนย์อ่านข้อความจากหน้าจอออกเสียงด้วยน้ำพักน้ำเสียงกวนประสาท ชนิดที่ถ้าเป็นเวลาปกติ รินรดาคงคว้าหมอนฟาดหน้าเขาไปสักสามทีแล้ว รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวเข้ามาในห้องพักที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง อาคเนย์ลอบมองท่าทางที่เปลี่ยนจากโกรธเป็นงุนงงของหญิงสาว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว เขาค่อยๆ วางโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นลงบนโต๊ะไม้ใกล้ตัว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวาย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเม็ดบนออกเพื่อคลายความอึดอัด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียด ไปสู่ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างพยายามหลบตา "ทำไมล่ะริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ อาคเนย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคมคายคู่นั้นไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง "การอยู่กับผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงได้รีบอยากจะหนีกลับกรุงเทพฯ นัก" "มัน... มันไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย" รินรดาหลบสายตา ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว "ฉันแค่... แค่รู้สึกว่าเราเดินทางมาไกลเกินไปแล้วคุณเนย์ ทริปนี้มันควรจะจบลงแบบที่มันควรจะเป็น ตั้งแต่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกว่าเราเป็นแค่เพื่อนร่วมทางเฉพาะกิจไม่ใช่เหรอ" "เพื่อนร่วมทางเฉพาะกิจเหรอครับ?" อาคเนย์ทวนคำ หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เจือความน้อยใจไว้อย่างแนบเนียน "คนที่นอนไข้ขึ้นแล้วมีใครคอยเช็ดตัวให้ทั้งคืน คนที่ขับรถพาตะลุยฝ่าพายุไปกินกาแฟร้านโปรด หรือคนที่ยอมทิ้งตารางงานทั้งหมดเพื่อมาเดินหลงทางในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาด้วยกัน... เขาเรียกกันว่าเพื่อนร่วมทางเฉพาะกิจเหรอครับริน" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจของรินรดาอย่างแม่นยำ ทุกภาพความทรงจำตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชั่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางปากแข็งของช่างภาพเจ้าระเบียบคนนี้... เธอมองเห็นมันมาตลอด เพียงแต่ไม่กล้าพอที่จะยอมรับมัน รินรดากัดริมฝีปากแน่น หันหลังให้เขาเพื่อซ่อนขอบตาที่เริ่มร้อนผ่าว เธอก้าวเดินไปที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีน้ำตาลเก่าๆ ขึ้นมาพลิกเปิดดู หน้ากระดาษทุกแผ่นอัดแน่นไปด้วยลายมือยุ่งเหยิง รูปโพลารอยด์ที่แอบถ่าย และตั๋วรถไฟเก่าๆ ที่เก็บสะสมไว้ตลอดการเดินทาง นี่คือบันทึกความในใจที่เธอเขียนขึ้นเพื่อทบทวนตัวเองตลอดทริป... บันทึกที่เต็มไปด้วยชื่อของ "อาคเนย์" เกือบทุกหน้า ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้เงียบๆ ราวกับเสือดาว เขายืนอยู่ด้านหลังเธอโดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร ไม่ได้ฉวยโอกาสแตะต้องตัว แต่กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายธรรมชาติของเขากลับอบอวลอยู่ในพื้นที่หายใจของเธอจนหัวใจสั่นไหว "เขียนอะไรอยู่เหรอครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นใกล้ใบหู จนรินรดาสสะดุ้งเล็กน้อย "เปล่า... ไม่ได้เขียนอะไรสักหน่อย" เธอรีบหุบสมุดบันทึกปิดฉับลงทันที แต่ช้ากว่าความไวของอาคเนย์ที่เอื้อมมือมาแตะขอบสมุดไว้ "ขอดูหน่อยสิครับ" เขากระซิบเสียงนุ่ม "ไหนๆ ก็ยืดเวลาออกไปแล้ว... ขอผมอ่านเรื่องราวของผมจากมุมมองของคุณบ้างไม่ได้เหรอครับ รินรดา" รินรดานิ่งงัดข้อกับความรู้สึกในอก หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบสายตาอีกต่อไป "ถ้าอยากรู้... ทำไมไม่ลองอ่านความจริงใจที่มากกว่าแค่รีวิวในบล็อกของคุณล่ะ" พูดจบ รินรดาก็ผลักสมุดบันทึกเล่มหนาใส่อกของอาคเนย์เบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินหนีไปยืนมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนนอกหน้าต่าง ปล่อยให้อาคเนย์ยืนถือสมุดเล่มนั้นไว้นิ่งๆ ในความเงียบที่หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน อาคเนย์ก้มลงมองสมุดบันทึกในมือ ค่อยๆ เปิดหน้าแรกด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษที่จดบันทึกเรื่องราวการเดินทางของพวกเขา สายตาคมกวาดอ่านลายมือยุ่งเหยิงบรรทัดแล้วบรรทัดเล่า จนกระทั่งมาสะดุดกับข้อความในหน้าล่าสุด ซึ่งถูกเขียนด้วยหมึกปากกาซึมที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะลังเลและเขียนแก้หลายรอบ *...ถึงคุณเนย์... คนอะไรน่ารำคาญที่สุด เจ้าระเบียบที่สุด และกวนประสาทที่สุด แต่แปลก... ที่พอมองไม่เห็นเงาคุณเดินอยู่ข้างๆ แล้ว โลกใบนี้มันกลับเงียบเหงาเกินกว่าจะทนไหว... ถ้าการเดินทางครั้งนี้คือการค้นหาตัวตน ฉันคิดว่าฉันเจอสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้วล่ะ... และสิ่งนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆ ฉันมาตลอดทางนี่แหละ... ไอ้คนบ้า...* อาคเนย์อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา รอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยกำแพงและความสมบูรณ์แบบพังทลายลงในพริบตาเดียว เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกในห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "คุณรินครับ! คุณอาคเนย์ครับ!" เสียงตะโกนเรียกจากเจ้าของเกสต์เฮาส์หน้าตาตื่นดังลั่นมาจากทางเดิน "รีบออกมาดูที่ระเบียงทางเดินเร็วเข้าครับ! มีปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า... ฝนดาวตกนอกฤดูกาลกำลังมา!" รินรดาหันขวับกลับมามองอาคเนย์ด้วยความตกใจ ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องนัดหมาย อาคเนย์เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกในมือ ดวงตาคมเป็นประกายวาววับท่ามกลางแสงไฟสลัว เขาวางสมุดบันทึกเล่มนั้นลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนชิดขอบหน้าต่าง เอื้อมมือหนาไปคว้าปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอมากุมไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ "ไปดูกันครับริน..." อาคเนย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลและจริงจังจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด "ไปดูฝนดาวตกด้วยกัน... และช่วยตอบผมที ว่าในบันทึกหน้านั้น... คุณหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหม" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังแบกเป้เดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%