"บอกแล้วไงครับว่าอย่ารื้อกระเป๋าผมส่งเดช ของมันจัดเรียงตามลำดับความสำคัญและความปลอดภัยทางกายภาพนะคุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะมาพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นจากหน้าประตูห้องพักในโฮมสเตย์ไม้เก่าแก่ริมเชิงเขา เนย์ยืนกอดอกพิงวงกบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองสภาพห้องที่ตอนนี้แทบไม่ต่างจากสนามรบขนาดย่อม รินกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางกองเสื้อผ้าและสมุดโน้ตนับสิบเล่ม ใบหน้าเนียนใสเปื้อนฝุ่นจางๆ จากการรื้อค้นซอกมุมลึกที่สุดของกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
"ก็ฉันหาที่ชาร์จสำรองไม่เจอต่างหากเล่า ใครใช้ให้คุณเอาไปซ่อนไว้ซะลึกขนาดนั้นล่ะ เจ้าพ่อแผนการ" รินเงยหน้าขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าอย่างหงุดหงิด "แล้วอีกอย่างนะ นี่มันกระเป๋าเดินทาง ไม่ใช่ห้องรังสีรักษา ไม่เห็นต้องจัดให้มันเป๊ะจนน่ากลัวเลยนี่นา เสื้อผ้าเนี่ย แค่ม้วนๆ ยัดลงไปมันก็ใส่ได้เหมือนกันแหละน่า"
เนย์ส่ายหัวช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีปลงตก มือใหญ่หยิบเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวที่รินทำตกไว้บนพื้นขึ้นมาสะบัดเบาๆ แล้วพับมันอย่างเป็นระเบียบด้วยความเคลิบเคลิ้มในระเบียบวินัยของตนเอง "มันไม่ใช่เรื่องความสะดวกครับคุณริน แต่มันคือเรื่องของระบบระเบียบ ถ้าคุณรู้จักวางแผนตั้งแต่เมื่อคืน เราคงไม่ต้องมานั่งรื้อค้นกันให้วุ่นวายแบบนี้ตอนตีห้าครึ่งหรอกนะ"
"ก็เมื่อคืนคุณมัวแต่ตรวจเช็กไฟล์รูปจนดึกดื่น ฉันก็เลยไม่อยากกวนไง... ว่าแต่ อันนี้อะไรเนี่ย?"
จังหวะที่รินกำลังเอื้อมมือไปควานหาของในซอกกระเป๋าชั้นในสุด นิ้วเรียวกลับไปสะดุดเข้ากับสันปกสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ช่องลับ ซึ่งถูกเย็บติดไว้เป็นอย่างดีจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น สมุดเล่มนั้นดูเก่าและผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ขอบกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา แต่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม
เนย์ที่ยืนอยู่เหนือหัวชะงักกึก ท่าทีนิ่งขรึมและสุขุมเมื่อครู่หายวับไปกับตา สีหน้าของช่างภาพหนุ่มเจ้าระเบียบเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบพุ่งเข้ามาคว้าสมุดเล่มนั้นทันที
"เฮ้ย! อันนั้น... อย่าเปิดนะริน!"
แต่ช้าไปเสียแล้ว ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นขั้น极ของบล็อกเกอร์สาว รินชักมือหลบพร้อมกับดีดตัวถอยหลังไปชนผนังห้องอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความสงสัยระคนทึ่ง เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ลนลานจนผิดวิสัยของนายอาคเนย์คนเก่ง
"โห อาการแบบนี้... ความลับระดับชาติแน่เลย" รินหรี่ตามองอย่างจับผิด มือข้างหนึ่งชูสมุดปกหนังขึ้นสูงเหนือหัว เลี่ยงการแย่งชิงจากคนตัวสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว "สมุดอะไรเนี่ยคุณเนย์? หรือว่าจะเป็นไดอารี่แอบรักสาวที่ไหน หรือว่า... บันทึกบัญชีลับของแก๊งมาเฟีย?"
"ไม่ใช่สักหน่อย เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะรินรดา มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมา..."
"อ้าว ไหนดูซิ..." รินไม่รอให้เนย์พูดจบ นิ้วเรียวเปิดหน้าแรกของสมุดออกทันที ท่ามกลางความตกใจและการพยายามคว้าจับที่คว้าได้เพียงอากาศของช่างภาพหนุ่ม
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของเนย์ และเสียงกระดาษพลิกเบาๆ รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของรินค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย เมื่อสายตาคมกวาดมองลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบที่เขียนบันทึกไว้ในแต่ละหน้า
มันไม่ใช่บันทึกการเดินทางธรรมดา... และไม่ใช่ไดอารี่แอบรักอย่างที่เธอกล่าวหา
หน้ากระดาษเหล่านั้นเต็มไปด้วยชื่อสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งที่พวกเขากำลังเดินทางร่วมกันในทริปนี้ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... วันที่บนหัวกระดาษของแต่ละหน้า ย้อนหลังไปก่อนที่ทริปนี้จะเริ่มต้นขึ้นเสียอีก หลายเดือน... หรืออาจจะเกือบปี
*‘วันที่ 12 มีนาคม : วันที่บังเอิญเจอเธอที่ร้านกาแฟย่านอารีย์ เธอสั่งมอคบิชชู่หวานน้อยแล้วบ่นว่าเบื่อโลก ส่วนฉัน... แค่นั่งมองเธอเถียงกับบาริสต้าเรื่องฟองนม แล้วรู้ตัวเลยว่าแผนการเดินทางรอบนี้ คงต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ทั้งหมด’*
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นระรัวผิดจังหวะ ความร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งอ่านผ่านตา
เนย์ในตอนนี้ไม่ได้พยายามจะแย่งสมุดคืนอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นห้อง ใบหน้าคมสันที่มักจะถือดีและกวนประสาทเธอมาตลอดทาง กลับฉายแววความอับอายและความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด แว่นตาหนาถูกถอดออกวางไว้ข้างตัว มือหนายกขึ้นลูบต้นคอตัวเองเบาๆ เป็นปฏิกิริยาแก้เก้อที่เธอน้อยครั้งนักจะได้เห็นจากเขา
"คุณ... เขียนเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?" เสียงของรินแผ่วเบาลงอย่างไร้สาเหตุ ความปากเก่งปากดีที่เคยมีหายเกลี้ยง เหลือเพียงความอัศจรรย์ใจที่ก่อตัวขึ้นในอก
"ก็... ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าบริษัททัวร์บ้าบออะไรนั่น จัดให้เราต้องมาเป็นคู่หูร่วมทริปกันสามสิบห้าวันไงครับ" เนย์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความจริงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นั้นเงยขึ้นสบตากับรินตรงๆ โดยไม่มีการหลบเลี่ยงเหมือนเคย "ผมเป็นคนชอบวางแผนครับริน คุณก็รู้ ผมเกลียดความไม่แน่นอน เกลียดการเดินทางอย่างไร้ทิศทาง... แต่พอเป็นเรื่องของคุณ ทุกแผนการที่ผมร่างไว้มันพังไม่เป็นท่าตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลย"
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "แล้ว... แล้วทำไมต้องจดไว้ด้วยล่ะ บ้าหรือเปล่าเนี่ย มานั่งแอบส่องแอบบันทึกเรื่องของฉันเนี่ยนะ"
"เพราะผมกลัวครับ" คำตอบสั้นๆ จากปากของช่างภาพหนุ่มทำให้รินชะงัก เนย์ระบายยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่เปราะบางและจริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "ผมกลัวว่าความทรงจำที่ได้เดินทางร่วมกับคุณในทุกๆ ที่ มันจะเลือนหายไป ผมกลัวว่าความปากแข็งของคุณจะทำให้ผมถอดใจไปเสียก่อน... ไดอารี่เล่มนั้น มันคือแผนที่นำทางหัวใจของผมเองครับคุณริน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างโฮมสเตย์กลายเป็นฉากหลังที่เงียบงัน รินมองหน้าคนตรงสลับกับสมุดในมือ ความรู้สึกนับพันวิ่งวนอยู่ในหัว ทั้งตกใจ ทั้งซาบซึ้ง และความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีรวนจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
เธอก้มลงมองสมุดในมืออีกครั้ง พลิกไปหน้าสุดท้ายที่เพิ่งถูกเขียนบันทึกไว้เมื่อคืนก่อน
*‘วันที่ 34 : พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว และฉันยังไม่กล้าพอที่จะบอกเธอเลยว่า... โลกทั้งใบของผมต่อให้สวยงามแค่ไหน ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้คอยเดินกวนประสาทอยู่ข้างๆ มันก็เป็นเพียงแค่ภาพถ่ายที่ไร้ความหมาย’*
รินนิ่งค้างไปกับประโยคสุดท้ายนั้น สมองขาวโพลน มือที่ถือสมุดสั่นน้อยๆ
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันในคลื่นความถี่เดียวกันโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอกอย่างกะทันหัน
"คุณเนย์! คุณริน! แย่แล้วครับ รถตู้ที่จะพาเราไปจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นออกเร็วกว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง! รีบลงมาเร็วครับ เดี๋ยวแสงแรกจะหมดซะก่อน!"
เสียงตะโกนโวยวายของสตาฟฟ์หนุ่มจากหน้าห้องทำลายความเงียบลงทันที เนย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างจำใจ ชายหนุ่มก้มมองรินที่ยังคงนั่งกอดสมุดไดอารี่ค้างไว้อย่างนั้น แววตาคมกริบฉายประกายความระSระทึกปนความขันขื่นระคนเอ็นดู
เนย์ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ ช้าๆ และมั่นคง
"ไปครับคุณริน... เราเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งวันสุดท้ายในไดอารี่เล่มนี้แล้วนะ" เนย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "และผมหวังว่า... บทสรุปตอนท้ายของทริปนี้ เราจะเขียนมันไปด้วยกัน... แบบที่ไม่ต้องมีคำว่า 'เลิกรา' อีกต่อไป... ดีไหมครับ?"
รินเงยหน้าขึ้นมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เจือรอยยิ้มอบอุ่นชวนใจละลาย ความรู้สึกข้างในอกมันพองโตจนแทบจะระเบิดออกมา เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอาย ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปวางบนฝ่ามืออุ่นนั้นโดยไม่ลังเลอีกต่อไป
"ใครบอกว่าฉันจะยอมให้คุณเขียนบทสรุปอยู่ฝ่ายเดียวเล่า... เจ้าพ่อระเบียบ!"
รินเชิ่ดหน้าขึ้นเล็กน้อยกลบเกลื่อนความเขิน แต่รอยยิ้มที่กว้างจนปิดไม่มิดบนใบหน้าของเธอกลับทรยศทุกคำพูดอย่างสิ้นเชิง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของเจ้าพ่อระเบียบกับยัยตัวแสบของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินแบบจัดเต็มนะครับ!
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 16
ความทรงจำในไดอารี่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!