"คุณจะใช้ชีวิตแบบวันต่อวันไปถึงไหนริน! ชีวิตคนเรามันไม่ใช่แผนที่ขีดมั่ว ๆ ในกระดาษทดนะ มันมีเรื่องของเวลา อนาคต และความรับผิดชอบที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่ตื่นมาแล้วค่อยคิดว่าจะไปตายดาบหน้าตรงไหน!"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะนุ่มนวลและแฝงความกวนประสาทในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ อาคเนย์ยืนค้ำหัวอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวเล็กในเกสต์เฮาส์ริมโขง สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าคมสันที่มักจะถือกล้องส่องหาความงดงามของโลกกว้าง บัดนี้บูดบึ้งจนแทบจะเป็นเลขแปด ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
รินรดาที่กำลังนั่งยอง ๆ รื้อค้นกระเป๋าเป้ใบโตเพื่อหาอะแดปเตอร์ชาร์จกล้อง ชะงักกึกทันที เธอค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นช้า ๆ หันกลับมามองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะไม่แพ้กัน
"แล้วมันธุระกงการอะไรของคุณล่ะอาคเนย์! ชีวิตฉัน ฉันจะใช้แบบไหน มันก็เรื่องของฉันป่ะวะ! ไม่ได้ไปขอเงินคุณกินสักบาท!" เสียงหวานตวาดกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตจ้องเขม็ง "คุณเป็นนักวางแผน เป็นคุณชายสมบูรณ์แบบ ก็เรื่องของคุณสิ จะมาก้าวก่ายการใช้ชีวิตของฉันทำไมวะ!"
นี่ไม่ใช่การเถียงกันเล่น ๆ เหมือนทุกที บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ตอนนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ปมปัญหาที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ของการเดินทาง—ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างคนประเภท 'แผน A ถึง Z ต้องเป๊ะ' กับคนประเภท 'ถึงหน้างานค่อยแก้ปัญหาเอาดาบหน้า'—ระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ ในค่ำคืนนี้
"นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะริน!" อาคเนย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังชนขอบโต๊ะ "ผมไม่ได้ก้าวก่าย! แต่ผม... ผมเหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามเช็ดตามล้าง คอยพะว้าพะวงว่าคุณจะตกรถ จะไม่มีที่ซุกหัวนอน หรือจะอดตายเพราะมัวแต่แวะถ่ายรูปข้างทางอย่างไร้จุดหมาย!"
"อ๋อ! งั้นก็ไม่ต้องมาสนใจฉันสิคะ! ใครใช้ให้คุณมาเป็นพี่เลี้ยงล่ะ! ใครขอร้องคุณไม่ทราบ!" รินรดากระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความน้อยใจลึก ๆ วิ่งพล่านขึ้นมาจุกที่อก "กลับไปกรุงเทพฯ ของคุณไป๊! ไปอยู่กับตารางงานบ้าบอและคอนโดหรู ๆ ของคุณคนเดียวเลย ไม่ต้องมาทนรำคาญกับคนไม่มีอนาคตอย่างฉันหรอก!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที
อาคเนย์นิ่งงิ่ง มือที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดวูบหนึ่งที่ไหวระริก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความตลกขบขันสิ้นเชิง
"พูดออกมาได้เต็มปากดีนี่... ริน" เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ "คิดว่าผมทำทั้งหมดนี่... เป็นเพราะหน้าที่เหรอวะ คิดว่าผมแค่อยากเป็นพี่เลี้ยงน่ารำคาญแก้เซ็งไกด์บุ๊กบ้าบอนี่รึไง"
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในแววตาของช่างภาพหนุ่มผู้หยิ่งทะนง "ฉัน... ฉันไม่ได้..."
"พอเถอะ" อาคเนย์ยกมือขึ้นโบกปัดตัดบท ดวงตาคู่นั้นมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย "ในเมื่อคุณมองว่าความหวังดีของผมมันคือความน่ารำคาญ... ในเมื่อแผนชีวิตที่เราพยายามจูนกันมันไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับคนรักอิสระอย่างคุณ งั้นก็ต่างคนต่างไปเถอะครับ"
พูดจบ อาคเนย์ก็หันหลังคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจและขาตั้งกล้องเดินดุ่ม ๆ ไปที่ประตูห้องทันที
"นี่คุณ! จะไปไหน ดึกดื่นแบบนี้เนี่ยนะ!" รินรดาร้องท้วงโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่หัวใจกลับกระหน่ำเต้นด้วยความตระหนก
"ไปไหนก็ได้ ที่ไม่ต้องมานั่งทนฟังคำพูดใจร้ายของคุณไง!"
*ปั้ง!*
เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างแรง ดังก้องกังวานไปทั่วผนังห้องพัก รินรดายืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกใจ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความเคว้งคว้างและโหวงเหวงในช่องท้องที่รุนแรงเสียจนเธอต้องทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินรดานั่งกอดเข่าตัวเองท่ามกลางความเงียบงัน แสงไฟนีออนจากถนนด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระทบกับเงาของเธอที่ดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน ปลายนิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างไร้จุดหมาย หน้าจอแชตในแอปพลิเคชันสีเขียวแสดงข้อความล่าสุดที่เเพ็คคู่ไว้ด้วยความเงียบงัน ไม่มีแม้แต่ข้อง้อหรือข้อความแจ้งพิกัดจากคนใจร้ายที่เพิ่งเดินออกไป
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัว ๆ ที่ด้านนอก ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นระรึกด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
*หรือว่า... เขาจะเปลี่ยนใจกลับมาง้อ? หรือลืมกุญแจห้อง?*
หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว มือบางบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกอย่างไร้การระวังตัว
"บอกแล้วไงว่าอย่าลืม—!"
คำพูดต่อว่าที่เตรียมจะพ่นใส่หน้าอาคเนย์กลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อร่างที่ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าห้องไม่ใช่ช่างภาพหนุ่มมาดกวนคนนั้น แต่กลับเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์วัยกลางคนที่ใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกปุ่มไปด้วยหยาดฝน และมีท่าทางลนลานจนผิดปกติ
"คุณริน! แย่แล้วครับ! คุณอาคเนย์... คุณอาคเนย์เขาเดินออกไปทางสะพานเก่าริมโขงฝั่งโน้น... แล้วเมื่อกี้... มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับพวกวัยรุ่นเจ้าถิ่นกลุ่มใหญ่เข้า... ตอนนี้... ตอนนี้ท่าทางจะไม่ค่อยดีแล้วครับ!"
สิ้นเสียงบอกเล่าของเจ้าของเกสต์เฮาส์ โลกทั้งใบของรินรดาก็คล้ายจะหมุนคว่ำคะมำหงาย สติสตังที่เคยมีหลุดกระเจิงไปในพริบตาเดียว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 17
ทะเลาะกันชุดใหญ่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!