ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 18

แยกทางกันชั่วคราว

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
เสียงฝีเท้าที่ก้าวสวนทางกับเสียงลากกระเป๋าเดินทางบนพื้นหินกรวดของเมืองเก่าเชียงใหม่ มันไม่ได้ดังเอะอะโهاกฮาก แต่มันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของผม จนอยากจะยกมือขึ้นมาอุดหูแล้วตะโกนบอกให้โลกใบนี้หยุดหมุนสักสามวินาที "ริน... เดินแบบนี้หมายความว่าไงวะ" ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น ขณะสาวเท้าก้าวยาว ๆ เข้าไปดักหน้าหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังสะพายเป้อัดแน่นใบโต บ่าข้างหนึ่งเกี่ยวสายกล้องฟิล์มตัวโปรดที่ผมจำได้แม่นว่าเธอหวงนักหนา แว่นกันแดดทรงวินเทจถูกดันขึ้นไปไว้บนกลุ่มผมยุ่งเหยิง รินรดาในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนบล็อกเกอร์สายชิลที่ชอบเดินกินไอติมไปถ่ายรูปไปอย่างเคย เธอกำลังทำหน้าเหมือนคนตัดสินใจจะกระโดดร่มชูชีพโดยไม่ตรวจเช็กสายรัดตัวให้ดีเสียก่อน "ก็หมายความตามที่เห็นค่ะ... เอ้ย! หมายความตามที่พูดไง เนย์!" รินชะงักไปนิดเมื่อเผลอทำเสียงเขียวใส่ผม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวอย่างกระสับกระส่าย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนผมพลอยอึดอัดตาม "เราต่างคนต่างเดินดีกว่าเนย์ ทริปนี้มันไม่ใช่ละ จุดหมายเดียวกันแต่วิสัยทัศน์คนละขั้ว แบบนี้ไปต่อมีหวังได้หยุมหัวกันกลางสี่แยกแน่ ๆ" "วิสัยทัศน์อะไรของเธอกลางดึกเนี่ย ริน นี่มันห้าโมงเย็นแล้วนะ! แล้วแผนที่เราวางไว้ล่ะ ตารางรถตู้ โรงแรมที่จองไว้ หรือแม้กระทั่งคาเฟ่แมวที่เธอเป็นคนปักหมุดเองในกูเกิลแมป เธอกำลังจะบอกว่าทิ้งมันลงถังขยะหมดเลยว่างั้น?" ผมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนกลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ผสมกลิ่นเหงื่อจาง ๆ จากการเดินตากแดดมาทั้งวันลอยเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยและเริ่มจะเสพติดมันเสียแล้วสิ รินเบี่ยงหน้าหนีสายตาคาดคั้นของผม เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวเล็กกำสายสะพายเป้าแน่นเสียจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด "แผนเหรอ... แผนของเนย์มันคือการใช้ชีวิตอยู่บนสเปรดชีตเอ็กเซลทุกกระเบียดนิ้วไง! ตื่นเจ็ดโมง ออกเดินทางเจ็ดโมงครึ่ง แวะกินกาแฟร้านนี้สิบห้านาที ถ่ายรูปมุมนี้สามรูปแล้วรีบเดินต่อ เพราะเดี๋ยวแสงจะหมด... เนย์คะ นี่เรามาเที่ยวพักผ่อนนะเว้ย ไม่ได้มาวิ่งมาราธอนเก็บแต้มโอลิมปิก!" รินหันขวับกลับมาตวาดใส่ผม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดสามวันที่เราเดินทางร่วมกัน ผมชะงัก คำพูดมากมายที่เตรียมไว้จะเถียงเพื่อปกป้องตารางเวลาอันสมบูรณ์แบบของตัวเองพลันจุกอยู่ที่ลำคอ "ริน... ที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพราะไม่อยากให้เธอต้องมาตกหล่นอะไรข้างทาง อยากให้เธอได้เจอสิ่งที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด และปลอดภัยที่สุดต่างหาก" ผมพยายามปรับเสียงให้อ่อนลง เป็นน้ำเสียงของ "ผู้ชายเจ้าระเบียบ" ที่พยายามอธิบายให้เด็กดื้อฟัง แต่มันคงฟังดูน่าหงุดหงิดสิ้นดีในสถานการณ์นี้ "แต่บางครั้ง... สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเนย์ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่รินต้องการเลยสักนิด" ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว แต่กลับทำเอาผมรู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกแอ่น รินหลบตาผม เธอก้มมองพื้นถนนหินกรวด ปรับสายเป้บนบ่าอีกครั้งด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิม "รินจะเดินไปทางประตูท่าแพคนเดียว ส่วนเนย์จะไปเช็กอินโรงแรมหรูริมแม่น้ำปิงตามตารางเป๊ะ ๆ ของเนย์ก็ตามใจเลยนะ... เราแยกกันตรงนี้แหละ ดีที่สุดแล้ว" พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินจ้วงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่ผมทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดท้วงอะไรสักคำ แผ่นหลังเล็ก ๆ ที่สะพายเป้ใบโตนั้นดูโดดเดี่ยวแต่ก็ดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน ผมยืนนิ่งอยู่กลางถนนคนเดิน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่เดินสวนไปมา เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และกลิ่นหอมของไส้อั่วจากร้านค้าข้างทางรอบตัว ราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงให้เหลือเพียงความเงียบงันในอก *ให้ตายเถอะยัยตัวแสบ... กล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันปล่อยเธอเดินคนเดียวในเมืองที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้วะ!* ผมยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง สมองประมวลผลด้วยความเร็วจี๋ สัญชาตญาณช่างภาพสารคดีที่ต้องวางแผนทุกช็อตบอกให้ผมยืนกรานอยู่ที่นี่ ปล่อยให้เธอไปเจอความลำบากแล้วสำนึกได้เองตามบทเรียนราคาแพง แต่วินาทีที่เห็นเธอกำลังจะเลี้ยวหายไปตรงหัวมุมถนนที่มีฝูงชนหนาแน่น หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้สองขาขยับตามไปทันทีแบบไม่ต้องรอให้สมองอนุมัติ ผมไม่ได้เดินตามเธอติด ๆ หรอกครับ ผมรักษาระยะห่างไว้ประมาณสิบห้าเมตร คอยสอดส่องสายตามองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นผ่านฝูงชน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่เดินไปสะดุดขาใครล้ม หรือหลงเข้าไปในซอยเปลี่ยว ๆ จนเป็นอันตราย แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงเริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม ไฟประดับตามร้านค้าริมทางเริ่มทยอยเปิดสว่างไสว บรรยากาศโรแมนติกแบบเมืองเหนือที่ควรจะทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย กลับทำให้หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลระคนหงุดหงิด ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง รินเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านกาแฟอินดี้ขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบ ๆ บรรยากาศในร้านดูอบอุ่น ตกแต่งด้วยต้นไม้เขียวขจีและไฟส้มสลัว เธอนั่งลงที่โต๊ะมุมสุดติดกระจกใส สั่งเครื่องดื่มอะไรสักอย่าง แล้วควักสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาเขียนอะไรยุกยิกด้วยสีหน้าจริงจัง ผมยืนหลบอยู่หลังเสาไฟฟ้าริมถนนหน้าร้าน มองลอดผ่านกระจกใสเข้าไปเห็นท่าทางของเธอ ยัยนี่เวลาตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วก็น่ารักเป็นบ้า... น่ารักจนอยากจะเดินเข้าไปเคาะกระจกแล้วดึงตัวมากอดให้หายหมั่นไส้จริง ๆ มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตสั่นครืด ผมหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากกลุ่มแชตที่เราตั้งไว้คู่กัน *[รินรดา]: ถึงไหนแล้วเนย์ อย่าบอกนะว่ายังนั่งเถียงกับตัวเองอยู่หน้าโรงแรม* *[รินรดา]: บอกไว้ก่อนนะว่ารินจองโต๊ะกินข้าวต้มมัดย่านช้างเผือกไว้แล้ว ถ้าหิวก็หาอะไรกินเองนะ ไม่ต้องมารอ!* ผมมองหน้าจอแล้วหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ยัยเด็กนี่... ปากบอกว่าแยกทางกันชั่วคราว แต่ยังอุตส่าห์ส่งข้อความมาเช็ก (หรือเยาะเย้ย) ผมเนี่ยนะ? ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีด้วยความเร็วแสง *[อาคเนย์]: ใครบอกว่านั่งเถียงวะ กำลังนั่งดูคนโง่เดินหลงทางอยู่ในซอยตันต่างหาก* *[อาคเนย์]: ส่งโลมาเดี๋ยวนี้ ยืนอยู่หน้าร้านใช่ไหม ยืนรอตรงนั้น อย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม!* ผมกดส่งข้อความไปแล้ว... แต่จังหวะนั้นเอง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ท่าทางมีพิรุธ สวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำจนบังใบหน้า กำลังเดินตรงดิ่งเข้าไปหารินที่นั่งเหม่อลอยอยู่ริมกระจกภายในร้าน โดยที่เจ้าตัวยังก้มหน้าก้มตาเขียนสมุดบันทึกอยู่โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด! สมองผมขาวโพลน สัญชาตญาณความหวงและความเป็นห่วงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ผมโยนความลังเลทั้งหมดทิ้งไป ขยับตัวเตรียมจะพุ่งเข้าไปในร้านทันที แต่ทว่า... ชายแปลกหน้าคนนั้นกลับเอื้อมมือคว้าหมับเข้าที่กระเป๋าเป้ของรินที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างตัวเธอ พร้อมกับกระชากมันอย่างแรงจนร่างของรินเซถลาล้มลงไปกระแทกพื้นร้านเสียงดังโครม! "ริน!" ผมตะโกนลั่นชื่อเธอสุดเสียง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับที่สองขาพุ่งทะยานฝ่าความมืดเข้าไปในร้านกาแฟนั้นอย่างไม่คิดชีวิต! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับการเดินทางในตอนนี้ด้วยนะครับ --- *(หมายเหตุ: แบกเป้ท่องโลก ขอฝากเนื้อฝากตัวและหัวใจดวงน้อยๆ ไว้กับรี้ดเดอร์ทุกท่านในตอนต่อไปด้วยนะครับ รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นจนนั่งไม่ติดแน่นอนครับ)*
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%