ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 4

หลงทางที่หน้าผา

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“ริน... คุณบอกผมว่านี่คือทางลัดสู่จุดชมวิวผาพระจันทร์เสี้ยว แต่ทำไมไอ้ทางลัดที่ว่า มันถึงหน้าตาเหมือนปากเหวที่ไร้ทางกลับตัวแบบนี้ล่ะครับ” เสียงของอาคเนย์ลอดไรฟันออกมาทีละคำ น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลราบเรียบในยามปกติ ตอนนี้สั่นพร่าด้วยความระคนกันระหว่างความโกรธ ความเหนื่อยล้า และอะดรีนาลีนที่กำลังสูบฉีดพลุ่งพล่านจนแทบจะทะลักออกจากอก เขาใช้มือข้างหนึ่งเกาะกิ่งไม้แห้งๆ ที่ยื่นออกมาจากผนังดินร่วนซุยเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างกำลังพยายามดึงสายสะพายเป้กล้องราคาแพงลิบลิ่วให้แนบชิดติดแผ่นหลังมากที่สุด เพื่อไม่ให้มันเหวี่ยงไปตามแรงโน้มถ่วงของหุบเหวเบื้องล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น ส่วนรินรดา... ต้นเหตุของมหันตภัยครั้งนี้ ยืนพิงลำต้นสนแคระอยู่ห่างออกไปราวสองเมตร ใบหน้าเนียนใสที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ ส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านหน้าผาชัน “เอ่อ... เนย์ คือว่านะ...” รินลากเสียงยาวอย่างคนจนมุม ดวงตากลมโตหลบเลิกซ้ายขวาไม่กล้าสบตาชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อเธอ “ตอนที่รินดูในกูเกิลแมปส์... มันก็เป็นเส้นประสีส้มนะ มะ...มันน่าจะเป็นทางเดินเท้าเก่าที่ชาวบ้านใช้กันจริงๆ แหละ เพียงแต่ว่า... อืม... อาจจะไม่ได้ใช้งานมาสักยี่สิบปีได้แล้วมั้งคะ... เอ๊ย! หมายถึง... ได้แล้วมั้งครับ!” รินรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นดวงตาคมกริบของอาคเนย์ที่หรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิดเดียว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวช่างภาพหนุ่มเจ้าระเบียบคนนี้จนบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน “สี่ปี... สี่ปีที่ผมรู้จักคุณ รินรดา” อาคเนย์ขยับตัวช้าๆ อย่างระมัดระวังบนพื้นดินที่พร้อมจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ เขากัดฟันกรอด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลืออด “ทุกทริปที่คุณเป็นคนนำทาง ไม่เคยมีครั้งไหนที่คำว่า ‘ทางลัด’ ของคุณจะไม่พาเราไปจบลงที่ดงหนาม ป่ารกทึบ หรือไม่ก็... หน้าผามรณะแบบนี้! คุณมีความแค้นส่วนตัวอะไรกับแรงโน้มถ่วงของโลกใบนี้หรือเปล่าครับ ถึงได้พยายามท้าทายมันอยู่เรื่อย” “ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าป้ายบอกทางมันจะหักพังไปตามกาลเวลาแบบนั้นเล่า!” รินเถียงกลับเสียงอุบอิบ แม้จะรู้เต็มอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่ออำพรางอาการสั่นเทาของเรียวขา “อีกอย่างนะเนย์ ถ้าคุณไม่เอาแต่บ่นตั้งแต่ตอนที่เราแวะกินลูกชิ้นปิ้งหน้าปากทาง เราก็คงเดินพ้นโซนนี้ไปนานแล้วแหละ” “อ้าว กลายเป็นความผิดลูกชิ้นปิ้งไปเสียอย่างนั้น?” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังจะสติหลุด “รินครับ ตั้งสติหน่อย ตอนนี้เรายืนอยู่บนขอบเหวที่กว้างไม่ถึงคืบ รองเท้าผ้าใบของคุณแทบจะไม่มีดอกยางเหลืออยู่แล้ว และที่สำคัญที่สุดคือ แบตเตอรี่มือถือของคุณเหลือสี่เปอร์เซ็นต์ สัญญาณโทรศัพท์เป็นศูนย์ ศูนย์จริงๆ ครับคุณบล็อกเกอร์สายลุย!” คำพูดของอาคเนย์เหมือนเข็มเล่มใหญ่ที่จิ้มเข้ามาตรงจุดตาย รินรีบคว2ควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาดู หน้าจอสีดำมืดสนิทไปเรียบร้อยแล้วหลังจากกระพริบเตือนเปอร์เซ็นต์สุดท้ายเมื่อสักครู่นี้ ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงลมพัดแรงที่ปะทะเข้ากับร่างของพวกเขาราวกับจะผลักให้ร่วงหล่นลงไป ในสถานการณ์วิกฤตที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สัญชาตญาณของความเป็นมืออาชีพและการปกป้องคนที่อยู่ตรงหน้าก็ทำงานเหนือความโกรธเคืองทั้งหมด อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือกบนยอดเขา เขามองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ผนังหินด้านขวามีรากไม้หนาที่ดูแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักได้ ส่วนพื้นดินแคบๆ ที่พวกเขายืนอยู่เอียงทำมุมสี่สิบห้าองศา หากก้าวพลาดแม้แต่นิตยสารฉบับเดียว ทุกอย่างคงจบลง “ถอดเป้ของคุณออกมาก่อนครับ ริน” อาคเนย์เอ่ยสั่งเสียงเข้มแต่นุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเด็ดขาดทำให้รินยอมทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่มีข้อแม้ “ทะ...ทำไมล่ะเนย์?” “น้ำหนักมันจะดึงตัวคุณหงายหลัง ส่งเป้ของคุณมาให้ผม” อาคเนย์เอื้อมมือหนาออกไปคว้าสายเป้ของหญิงสาวอย่างระมัดระวัง เขาจัดการรวบเป้ทั้งสองใบมาสะพายไว้ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเองอย่างทุลักทุเล จากนั้นจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปประชิดตัวรินรดา ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มเป่ารดอยู่บริเวณขมับของหญิงสาว รินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่เต้นระส่ำอยู่แล้วจากความกลัว ตอนนี้กลับเต้นรัวยิ่งกว่าเดิมด้วยเหตุผลอื่น ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ลมหนาวพัดกรรโชกแรง “เนย์... จะทำอะไรน่ะ” “จับมือผมไว้ครับ” อาคเนย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าไปยังชะโงกหินอีกฝั่งที่กว้างพอจะปลอดภัย “อย่ามองลงไปข้างล่าง มองที่ผม ก้าวตามรอยเท้าผมทีละก้าว... ถ้าร่วงลงไปรอบนี้ ผมไม่ตามไปช่วยเก็บศพคุณขึ้นมาหรอกนะ จะบอกให้” แม้คำพูดจะยังคงกวนประสาทและแฝงความดุอยู่เล็กน้อย แต่มือหนาที่เอื้อมมาคว้าฝ่ามือเย็นเฉียบของเธอไว้แน่นและอบอุ่นนั้น กลับเป็นที่พึ่งเดียวที่ทำให้รินรู้สึกว่าเธอยังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ฝ่ามือของอาคเนย์แห้งสนิทและแข็งแกร่ง ถ่ายทอดความมั่นคงและความปลอดภัยมาสู่ตัวเธอได้อย่างน่าประหลาด “อืม... รินรู้แล้วค่ะ... เอ๊ย! รินรู้แล้วครับ!” รินรีบแก้คำลงท้ายอีกรอบเมื่อเห็นหางตาของชายหนุ่มเหลือบมองมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด “ดีมากครับคนเก่งของผม... ไปกัน” อาคเนย์เป็นฝ่ายนำทาง เขาใช้มืออีกข้างยึดรากไม้และโขดหินอย่างมั่นคง พาตัวเองและร่างบางที่ก้าวตามหลังมาติดๆ ข้ามผ่านจุดอันตรายทีละนิดทีละหน่อย จังหวะการก้าวเท้าของเขาช้าแต่มั่นคง ราวกับกำลังปกป้องสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลก ความโกรธเคืองที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสมาธิแน่วแน่และการรับรู้ถึงสัมผัสกระชับที่ฝ่ามือของคนทั้งสองที่ประสานกันแน่น ใช้เวลาเกือบสิบนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ในที่สุดพวกเขาก็พาตัวเองหลุดพ้นจากหน้าผามรณะ เลี้ยวโค้งผ่านพุ่มไม้หนาทึบขึ้นมาสู่ลานกว้างของจุดชมวิวผาพระจันทร์เสี้ยวได้สำเร็จ แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ สาดส่องกระทบกับผืนน้ำในอ่างเก็บน้ำเบื้องล่างระยิบระยับเป็นประกาย ทิวทัศน์รอบตัวกว้างไกลสุดสายตา งดงามคุ้มค่ากับการแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเสียงหัวใจเกือบวาย รินทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับโขดหินราบเรียบอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม หายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง อาคเนย์วางเป้ทั้งสองใือลงข้างตัว เขาถอนหายใจยาวเหยียด ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างกันอย่างเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน บรรยากาศเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ค่อยๆ ผ่อนช้าลงจนเป็นจังหวะปกติ รินหันไปมองหน้าชายหนุ่มข้างกายที่ตอนนี้เส้นผมชื้นเหงื่อลู่ลงมาปรกหน้าผาก ดั้งจมูกโด่งเป็นสันคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ภาพของช่างภาพเจ้าระเบียบที่บ่นกระปอดกระแปดเมื่อครู่ กลายมาเป็นฮีโร่จำเป็นที่ช่วยชีวิตเธอไว้อีกครั้งอย่างน่าประทับใจ “มองอะไรครับหน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง” อาคเนย์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากฟ้องชัดเจนว่าเขารู้ตัวว่ากำลังถูกสำรวจ “เปล่าหรอก... แค่คิดว่า...” รินเว้นจังหวะไปนิด เธอลัเลลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าปกติ “ถ้าไม่มีคุณป่านนี้รินคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้เหวลึกนั้นไปแล้วจริงๆ ขอบคุณนะ... เนย์” อาคเนย์หันกลับมาสบตา เธอเห็นประกายความอ่อนโยนบางอย่างในแววตาคู่นั้นที่มักจะซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกันแดดหรือมาดขรึมเสมอ เขายื่นมือออกไปเคาะเบาๆ ที่หน้าผากมนของหญิงสาวด้วยความหมั่นไส้ “รู้ตัวก็ดีแล้วคราวหน้าคราวหลัง ถ้ายังคิดจะหาทางลัดแบบพิสดารอีก ผมจะจับคุณมัดติดกับเป้แล้วแบกโยนลงเหวเสียจริงๆ นะครับ” รินแลบลิ้นใส่เขาอย่างไม่รู้สึกสะท้าน “โห ใจร้ายจัง ไหนบอกว่าเป็นสุภาพบุรุษไงคะ... เอ๊ย! เป็นสุภาพบุรุษไงครับ!” อาคเนย์หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่รินเคยได้ยินมา รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนและกดทับเอาไว้ตลอดการเดินทางสี่วันที่ผ่านมา เริ่มก่อตัวและขยายใหญ่ขึ้นจนยากจะต้านทาน ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวของตัวเองขึ้นมา กดเปิดหน้าจอเพื่อดูแผนที่สำรองสำหรับเดินทางกลับ ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสนทนากลุ่มของทีมงานทริป ก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติก ข้อความล่าสุดจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถูกส่งเข้ามาในห้องแชตส่วนตัวของอาคเนย์พอดี โดยที่เขาเผลอกดเปิดค้างไว้ให้รินเห็นเต็มสองตา— *[ทีมงาน: เนย์ แกตกลงเรื่องที่สารภาพรักกับรินไปเมื่อคืนนี้ ว่าจะเคลียร์ยังไงวะ หรือจะรอให้จบทริปก่อนค่อยสารภาพจริงๆ จังๆ?]* อาคเนย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบร้อนใช้นิ้วโป้งกดค้างเพื่อจะลบข้อความนั้นทิ้งทันที แต่จังหวะนั้นมือของเขากลับสั่นเทาจนเผลอกดปุ่ม "ส่งสติกเกอร์หัวใจ" ออกไปแทนที่ข้อความที่กำลังพิมพ์แก้ตัว รินรดาที่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอยู่เงียบๆ ถึงกับนิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบจากความหวาดกลัว... หากแต่เป็นความเงียบที่แขวนความรู้สึกของคนทั้งสองไว้บนเส้นด้ายแห่งความลับที่เพิ่งถูกกระชากให้ขาดสะบั้นลงต่อหน้าต่อตา! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะหัวใจพองโตนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%