ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 12

ถ่ายรูปให้ฉันหน่อย

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปเกณฑ์ทหารแบบนี้ รูปที่ออกมาคงต้องใช้ชื่ออัลบั้มว่า *'อาทิตย์อัสดง ณ แดนประหาร'* แทนที่จะเป็นแลนด์มาร์กสุดโรแมนติกแล้วล่ะครับคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววขบขันดังขึ้น ทำเอาคนที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าเครียดใส่เลนส์กล้องถึงกับสะดุ้ง รินรดาหันขวับมามองหน้าคนตัวสูงที่ถือวิสาสะแย่งกล้องมิรラーเลสคู่ชีพของเธอไปถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าสวยเหวี่ยงขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการเป็นคู่ปรับ "ก็คุณเล่นสั่งท่าโพสซะฉันนึกว่ากำลังมาถ่ายแบบแฟชั่นเซฟตี้โซนผู้สูงอายุ ใครจะไปยืนบิดเอวเอสสิบแปดองศาแบบที่คุณต้องการได้เล่า! ขาฉันพันกันจนจะเป็นตะคริวอยู่แล้วเนี่ย เนย์!" รินรดาโวยวายพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนริมทางเดินอย่างหมดสภาพ ปล่อยให้ลมเย็นๆ พัดผ่านกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่รุ่ยร่ายลงมาคลอเคลียกรอบหน้า อาคเนย์มองภาพนั้นแล้วมุมปากหยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นอย่างนึกเอ็นดู ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังฉายแววครุ่นคิดกับปมบางอย่างในใจ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น ช่างภาพหนุ่มเจ้าระเบียบทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเธอในระยะประชิด มือหนายกกล้องขึ้นมาเล็งระดับสายตาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว "อ้า... อย่าเพิ่งขยับครับ สายตาแบบนั้นแหละ" อาคเนย์พึมพำเบาๆ หลังเลนส์ "หะ... แบบไหนเล่า! ฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลยนะ!" รินรดาโวยวายพลางทำท่าจะยกมือขึ้นบังหน้า แต่อาคเนย์กลับไวกว่า เขาเอื้อมมืออีกข้างมาจับข้อมือบางของเธอเบาๆ แล้วดึงลดลงอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นจังหวะปกติอยู่แล้ว ถึงกับกระตุกวูบจนเกือบหลุดไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ก็แบบนี้... ที่กำลังทำหน้าเหมือนแมวโดนแย่งปลาทูเนี่ยแหละครับ" อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวทุ้มต่ำที่ดังอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำเอาแก้มใสของบล็อกเกอร์สาวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ธรรมชาติ ดีออก ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องพยายามเป็นนางแบบมืออาชีพ... เป็นแค่คุณริน คนที่ชอบทำปากยื่นเวลาขัดใจก็พอ" "นี่คุณ!" รินรดาถลึงตาใส่ พยายามจะชักมือกลับแต่คนตัวโตกลับกุมไว้แน่นเสียอย่างนั้น "ใครปากยื่นไม่ทราบ! ฉันออกจะปาก... เอえ ปากปกติเหอะ!" เกือบหลุดปากเถียงคำไม่เป็นท่าเพราะดันไปสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมาด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว "อ่ะ ลองดูรูปสิครับ" อาคเนย์ยอมปล่อยมือออกอย่างเสียดาย แล้วพลิกจอหลังกล้องให้เธอดดู ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ภาพของบล็อกเกอร์สาวผู้พยายามโพสท่าอย่างแข็งทื่อเหมือนตอนแรก แต่เป็นภาพเผลอๆ ที่เธอกำลังเงยหน้าขึ้นมาเถียงเขา ตาโต แก้มป่อง และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความขัดใจ แต่อย่างไรก็ตาม... องค์ประกอบแสงธรรมชาติยามเย็นที่ตกกระทบลงบนเส้นผมและผิวเนียน รวมถึงรอยยิ้มจางๆ ที่ซ่อนอยู่มุมปากของคนถ่าย ทำให้ภาพนี้มัน 'มีชีวิตชีวา' ชนิดที่ต่อให้จัดฉากยังไงก็ไม่มีทางทำได้ รินรดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มองภาพตัวเองในจอแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยอมรับเลยว่า... ไอ้ช่างภาพปากเสียคนนี้ มันถ่ายรูปเก่งเป็นบ้า "เป็นไงครับ ฝีมือมือโปรพอจะทำให้คุณรินเลิกบ่นเรื่องค่าตัวผมได้หรือยัง" อาคเนย์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงติดกวนประสาทกลับมาอีกครั้ง แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับอ่อนโยนเสียจนคนถูกมองต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา "ก็... พอใช้ได้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นทำเป็นฟอร์มจัด "แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คุณต้องเป็นคนโดนถ่ายบ้างแล้วล่ะ ตาเนย์ ลุกขึ้นเลย มานี่!" คราวนี้เป็นทีของบล็อกเกอร์สาวจอมลุยบ้าง เธอกระโดดลุกขึ้นยืนแล้วคว้าข้อมือของอาคเนย์ให้ลุกตาม ก่อนจะดันร่างสูงโปร่งให้ไปยืนพิงกำแพงอิฐมอญเก่าแก่ที่มีเถาวัลย์เลื้อยเกาะเป็นฉากหลัง "เดี๋ยวๆ ผมเนี่ยนะจะมาเป็นนายแบบ?" อาคเนย์ทำหน้าประหลาดใจ ยอมปล่อยให้เธอจัดท่าทางตามใจชอบ มือบางเอื้อมไปจัดปกเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมของเขาให้เข้าที่ สัมผัสเบาๆ ที่ปัดผ่านแผงอกกว้างทำเอาอาคเนย์ต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยเข้ามาแตะจมูกท่ามกลางสายลมเย็นย่ำสนธยา "ยืนนิ่งๆ สิคะ... เอ้ย! ครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากคำคุ้นเคยออกไปเพราะความเคยชิน ทำเอาเจ้าตัวต้องรีบเม้มปากแน่นแล้วช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความกลัวโดนล้อ แต่อาคเนย์ไม่ได้ล้อเลียนอย่างที่คิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอนิ่งสนิท รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางอากาศเย็นเยียบของเมืองเก่า "เมื่อกี้... คุณเกือบเรียกผมว่าอะไรนะ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดหน้าผาก "ฉัน... ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย หูฝาดน่า!" รินรดาเสียงสั่น หลบสายตาพัลวัน รีบยกกล้องขึ้นมาเล็งระดับสายตาเพื่อบังความตื่นตระหนก "อะ... ยิ้มสิคะ! ไม่ใช่สิ ยิ้มครับ! มองกล้องเร้ว!" อาคเนย์ถอนหายใจเบาๆ ยอมมองเลนส์กล้องตามคำสั่งแต่โดยดี แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ผมไม่ได้มองกล้องหรอกครับริน..." "อ้าว แล้วมองไ..." *แชะ!* เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมๆ กับที่รินรดาลดกล้องลงเพื่อจะถามให้รู้เรื่อง แต่ทว่า... ใบหน้าของอาคเนย์กลับอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาบังแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งร่องรอยความร้อนลุ่มไว้บนผิวแก้มราวกับถูกไฟลน "ผมมองช่างภาพต่างหากล่ะครับ" คำพูดหน้าตายพ่วงด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้มทำเอารินรดาแทบหยุดหายใจ สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้รวดเร็วดั่งจรวด ตอนนี้กลับกลายเป็นสีขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก มือที่ถือกล้องสั่นน้อยๆ จนเกือบทำมันร่วงลงพื้น ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระกระ조นออกมานอกอก เสียงเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของอาคเนย์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้จังหวะ *ติ๊ง!* อาคเนย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ละสายตาจากใบหน้าแดงก่ำของคนตรงหน้าอย่างจำใจควักโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความแชตจากหน้าจอหลักที่เด้งขึ้นมาพอดี... **[แชตแจ้งเตือน: "มิน" - พี่เนย์คะ เรื่องตั๋วเครื่องบินขากลับที่ญี่ปุ่น พี่เนย์คอนเฟิร์มวันกับทางบริษัททัวร์หรือยังคะ พอดีมินต้องเคลียร์คิว...]** รินรดาที่เผลอเหลือบไปเห็นข้อความนั้นโดยบังเอิญ รอยยิ้มอุ่นๆ ที่เคยระบายอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่ก็แข็งค้างลงในทันพริบตา ความรู้สึกอุ่นวาบในอกถูกแทนที่ด้วยความเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง น้ำเสียงที่เคยสดใสสะดุดกึก รินรดากลืนก้อนสะอื้นผูกปมในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างจากเขา "อะ... อ๋อ ลืมไปเลยว่าคุณมีธุระสำคัญรออยู่..." รินรดาฝืนยิ้มแห้งๆ ส่งให้ พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่น "งั้น... วันนี้พอแค่นี้เถอะค่ะ เอ้ย! พอแค่นี้เถอะครับ ฉัน... ฉันอยากกลับไปนอนพักแล้ว" พูดจบรินรดาก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีโดยไม่รอให้อาคเนย์ได้อ้าปากแก้ตัว อาคเนย์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีหายไปในความมืดของตรอกถนนด้วยความตกใจ รีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วก้าวตาม แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากโทรศัพท์ของเขาเองกลับดังขึ้นตัดหน้าเสียก่อน อาคเนย์ก้มลงมองหน้าจอ... และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแชตตอนนี้ คือข้อความขนาดยาวที่เขาเพิ่งพิมพ์ระบายความรู้สึกทั้งหมดส่งไปหารินรดาด้วยความเผลอเรอ... **และปุ่ม "ยกเลิกข้อความ" ที่เขากดไม่ทันเพราะมันขึ้นว่า [ส่งแล้ว] ไปหัดตาดวงใจของเขาเรียบร้อยแล้ว!** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับทริปนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%