ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 7

ความลับใต้เลนส์กล้อง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ผมบอกแล้วไงครับว่าอย่าเพิ่งกดเลื่อนดูมั่วซั่ว กล้องตัวนี้มันมีความลับเยอะ ถ้าเผลอไปโดนปุ่มลัด เดี๋ยวระบบความจำมันจะรวนเอา" เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาคร่อมกั้นพื้นที่ด้านหลังของรินรดาไว้โดยสมบูรณ์ เพื่อเอื้อมมือไปแย่งกล้องถ่ายรูป DSLR สีดำสนิทคืนจากมือเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอระหง จนเส้นขนอ่อนๆ ของหญิงสาวลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยที่เพิ่งสงบลงจากเหตุการณ์ฝนตกเมื่อครู่ กลับมาเต้นโครมครามราวกับจะทะลุกระดอนออกมานอกอกอีกครั้ง เธอรีบดึงมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่เพราะความลนลาน ทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่มเพลย์ซ้ำเข้าให้อย่างจัง ภาพบนหน้าจอ LCD ขนาดสามนิ้วจึงสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางแสงสลัวของห้องพักโฮมสเตย์ไม้สักริมเขา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ภาพทิวทัศน์ของขุนเขา สายหมอก หรือหมู่บ้านชาวเขาที่ควรจะเป็นตามคอนเซปต์สารคดีท่องเที่ยวทริปนี้ แต่มันคือภาพโคลสอัปใบหน้าของเธอเองในมุมเผลอ รินรดากำลังนั่งเคี้ยวขนมปังตุบๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย ปากตุ่ยๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามมองจานอาหาร ภาพถัดมาคือตอนที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกลงสมุดเล่มเล็กริมลำธาร แสงแดดสีทองสาดกระทบปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาเคลียข้างแก้ม และอีกนับสิบๆ ภาพที่บันทึกทุกอิริยาบถความเงอะงะ ความโก๊ะ และรอยยิ้มจริงใจของเธอไว้จนหมดสิ้น "นี่คุณ..." รินรดาหันขวับกลับมาต่อว่าด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจูbleอยู่ใกล้ๆ "ทำไมคุณถึงมีแต่รูปฉันเต็มไปหมดเนี่ย! ไหนบอกว่าถ่ายแต่วิวทัศน์ธรรมชาติไง ช่างภาพจอมหลอกลวง!" อาคเนย์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองลึกลงมาในดวงตาของเธออย่างไร้การหลบเลี่ยง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า แววตาที่ปกติมักจะนิ่งขรึมและเต็มไปด้วยกฎระเบียบ ในตอนนี้กลับเจือประกายความอบอุ่นและความเอ็นดูไว้อย่างชัดเจนจนน่าหมั่นไส้ "ก็ธรรมชาติจริงๆ นี่ครับ" อาคเนย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน "ธรรมชาติที่สวยที่สุดเท่าที่เลนส์ตัวนี้เคยบันทึกมา... คุณจะให้ผมปฏิเสธยังไงล่ะครับ ในเมื่อสายตามันบังคับให้มือต้องกดชัตเตอร์ทุกครั้งที่คุณขยับตัว" ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้กินอะไรเป็นอาหาร ทำไมถึงสรรหาคำพูดเลี่ยนๆ แบบนี้ออกมาหน้าตาเฉยได้นะ! รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามหาข้ออมาเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในอกที่กำลังปั่นป่วนจนเธอรับมือไม่ไหว "พูดจาเจ้าเล่ห์นะคุณเนย์ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ยที่คุณกลายร่างเป็นคนแบบนี้ หายไปไหนแล้วช่างภาพสายวิชาการผู้เคร่งเครียดคนเดิม หือ?" "เขาคนนั้นคงหมดหน้าที่ไปตั้งแต่ตอนที่คุณหันมาสบตาผมท่ามกลางสายฝนเมื่อชั่วโมงก่อนแล้วล่ะมั้งครับ" อาคเนย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความจริงจังที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของรินรดาเกือบหลุดลอยไปไกล ก่อนที่เขาจะถือวิสาสะยื่นมือมารับกล้องกลับไปจากมือเธออย่างนิ่มนวล พร้อมกับถือโอกาสใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบังแก้มให้อย่างเบามือ "ดึกมากแล้วครับ พรุ่งนี้เราต้องตื่นไปเก็บแสงเช้าที่จุดชมวิวทะเลหมอก นอนพักผ่อนซะนะครับคนเก่ง" พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมห้องของตัวเอง ปล่อยให้รินรดานั่งแข็งทื่ออยู่บนฟูกหนา หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระกระ조นตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปเสียให้ได้ เธอยกมือขึ้นสัมพัสมือบริเวณแก้มที่เพิ่งถูกสัมผัส ความอุ่นซ่านยังคงหลงเหลืออยู่ชัดเจนจนน่าโมโห ตลอดค่ำคืนนั้น รินรดานอนพลิกตัวไปมานับร้อยรอบ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เสียงของสายฝนด้านนอกเริ่มซาลงแล้ว เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ภาพรอยยิ้มและแววตาของอาคเนย์วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่เธอไม่สามารถบังคับให้มันหยุดเล่นได้เลย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบตีสาม แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด นิ้วเรียวเล็กของรินรดาตัดสินใจกดเข้าไปในแอปพลิเคชันแชตสีเขียวที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน เธอจ้องมองชื่อของคนที่นอนอยู่ห่างกันไม่กี่เมตรด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก [รินรดา]: นี่คุณ... ถ้าจะแอบถ่ายรูปฉันบ่อยขนาดนี้ คราวหลังช่วยขออนุญาตก่อนดีไหมคะ หรือไม่ก็... ช่วยจดลิขสิทธิ์ความเป็นแฟนให้ฉันด้วยเลยสิคะ! ทันทีที่ปลายนิ้วกดส่งข้อความออกไป รินรดาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอพิมพ์อะไรลงไป! เธอรีบใช้นิ้วจิ้มค้างที่ข้อความนั้นแล้วกด "ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน" ทันทีด้วยความลนลาน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมแม้ในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ *ฟูu... เรียบร้อย น่าจะทันนะ* เธอนั่งถอนหายใจโล่งอก ยกมือขึ้นกราบหมอนตัวเองเบาๆ ที่รอดตัวจากการปล่อยไก่ตัวใหญ่ในยามวิกาล แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอกลับสั่นครืดขึ้นพร้อมกันกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากคนที่เธอเพิ่งยกเลิกข้อความไปสดๆ ร้อนๆ! อาคเนย์ส่งข้อความสวนกลับมาทันทีชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องลุ้น พร้อมกับข้อความสั้นๆ สามบรรทัดที่ทำเอาลมหายใจของรินรดากระชากวูบไปทันที [อาคเนย์]: ยกเลิกไม่ทันหนะครับ รินรดา... [อาคเนย์]: และผมกำลังเดินไปทวงสิทธิ์ข้อความนั้นด้วยตัวเองตอนนี้ เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องพักเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าห้อง ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล... --- ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับบรรยากาศหวานปนกวนของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%