"ถ้าคุณเนย์ยังเดินเร็วกว่านี้อีกสามก้าว รินจะถือว่าทริปนี้เราเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนร่วมทาง เป็นผู้ลี้ภัยสงครามโลกแล้วนะครับ"
เสียงหอบหายใจปนเสียงบ่นกระปอดกระแปอดดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงดึงรั้งที่มุมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว ทำให้คนที่เดินนำลิ่วอยู่เบื้องหน้าต้องชะงักเท้าลง อาคเนย์ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมามองบล็อกเกอร์สาวสายลุยที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับลูกเป็ดตกน้ำ ข้อเท้าแพลงนิดหน่อยจากการกระโดดข้ามโขดหินเมื่อชั่วโมงก่อนยังคงส่งผลให้เธอเดินกะโผลกกะเพละ แต่กระนั้น รินรดาเจ้ากรรมก็ยังอุตส่าห์ดึงดันจะแบกเป้ใบโตด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้เขาช่วยแตะต้องแม้แต่น้อย
"ใครบอกให้คุณเดินตามมาล่ะครับ อยากซ่าอยากลุยเองไม่ใช่เหรอ บอกแล้วว่าเส้นทางนี้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ... มันโรยด้วยความเจ็บปวดของคนวางแผนต่างหาก" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความกวนประสาทตามฟอร์ม แต่สายตากลับแอบกวาดมองข้อเท้าของเธอด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLดนิ่งขรึม
"แหม พ่อคนเจ้าระเบียบ พ่อคนสมบูรณ์แบบ!" รินแยกเขี้ยวใส่ ยืนเท้าสะเอวสู้ฟ้าท่ามกลางหมอกจางๆ ของหุบเขา "ถ้ารู้ว่าเส้นทางที่คุยโวว่า 'คัดมาอย่างดี' ของคุณมันจะโหดเหมือนส่งคนไปประกวดซ바이ไวเวอร์ รินยอมนอนดูรีวิวอยู่ในห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ ดีกว่าจะมาเดินขาขวิดอยู่ตรงนี้หรอกนะ!"
นี่คือบรรยากาศมาตรฐานของพวกเราในวันที่สิบสี่ของการเดินทาง อาคเนย์ ช่างภาพสารคดีผู้ยึดมั่นในตารางเวลาและแผนการเดินทางทุกฝีก้าว กับ รินรดา หญิงสาวผู้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณและความรู้สึก ทั้งคู่เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วที่ถูกบังคับให้มาติดอยู่บนชิ้นส่วนเดียวกันของแผนที่โลก การปะทะคารมกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่แปลก... ยิ่งเถียงกัน รสชาติของการเดินทางครั้งนี้กลับยิ่งกลมกล่อมขึ้นอย่างน่าประหลาด
"ก็ดีนะครับ จะได้รู้ว่าชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนในฟีดไอจี" เนย์ยักไหล่กวนๆ เดินย้อนกลับมาหยุดตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเดินป่าทะมัดทะแมงก้มลงมองกระเป๋าเป้ใบยักษ์บนหลังเธอ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปราวกับจะช่วยปลดมันลง แต่แล้วก็ชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังฟอร์มจัดอยู่
"อะ... อะไร จะมาแย่งของรินเหรอ ฝันไปเถอะ!" รินรีบถอยหลังกรูด เอามือกอดสายสะพายเป้ไว้แน่นราวกับกลัวโดนปล้น
"เปล่าครับ แค่จะบอกว่าซิปกระเป๋าคุณมันอ้าซ่าอยู่ ของข้างในจะร่วงลงมาให้ผมเก็บอีกรอบต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดเลยคุณบล็อกเกอร์" เนย์ลอยหน้าลอยตาตอบ พลางเบนสายตาหนีรอยยิ้มแห้งๆ ที่ส่งกลับมา
ให้ตายเถอะ... เนย์โหมดปากแข็งคนนี้ทำงานเต็มระบบอีกแล้ว ทุกครั้งที่เขาเผลอแสดงความห่วงใยออกมาเกินพิกัด เจ้าตัวมักจะหาเรื่องกลบเกลื่อนด้วยคำพูดกวนประสาททันที เพื่อไม่ให้รินจับไต๋ได้ว่า หัวใจใต้เสื้อกันหนาวราคาแพงตัวนั้น มันกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะรอยยิ้มของยายตัวแสบตรงหน้ามากแค่ไหน
เราพักเหนื่อยกันที่ศาลาไม้เก่าแก่กลางหุบเขา ลมหนาวพัดโชยกลิ่นไอฝนและดินชื้นๆ เข้ามาปะทะจมูก อาคเนย์จัดการวางกระเป๋าอุปกรณ์ถ่ายภาพราคาแพงลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบกระติกน้ำอลูมิเนียมยื่นให้หญิงสาวที่นั่งนวดน่องป้อยๆ อยู่บนม้าหิน
"ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาละนั่น"
"ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย! ขอบคุณครับ!" รินเผลอหลุดปากอุทานออกมาตามความคุ้นชิน แต่พอเห็นสายตาคมกริบที่หรี่มองมาด้วยความจับผิด เธอก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เล่นเอาอาคเนย์หลุดขำพรืดออกมาเบาๆ
"แหม... เรียกว่า 'ค่ะ' บ่อยขนาดนี้ ติดใจอยากลองใส่กระโปรงเที่ยวรอบโลกกับผมเหรอครับคุณริน" เนย์แกล้งหยอดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
"หลงตัวเองที่สุด!" รินค้อนควักวงใหญ่ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับทางได้ เธอรีบรับกระติกน้ำมาเปิดดื่มอั้กๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นตึ้กตั้กที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมาแข่งกับเสียงลม
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันและเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ สายตาของอาคเนย์ที่มองตรงมามีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมทริปทั่วไป แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังพยายามหักห้ามใจไม่ให้เผลอทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปในดินแดนที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของตัวเอง
แชตในมือถือของรินที่สั่นเตือนขึ้นมาทำลายความเงียบ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ปรากฏข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่คอยแซวเรื่องรูปคู่ในทริปไม่หยุดหย่อน
*[กลุ่ม: หนีเที่ยวแป๊บ]*
*น้ำหวาน: แกรรร รูปที่เนย์แอบถ่ายแกริมลำธารเมื่อวานคือสายตาคลั่งรักมากแม่! สรุปสถานะคืออะไรยังไงคะซิส?*
*รินรดา: บ้า บ้าบออะไรเล่า! แค่เพื่อนร่วมงานชั่วคราวเว้ยแก*
*อาคเนย์: (แอบมองหน้าจอ) เพื่อนร่วมงานที่ถือวิสาสะเซฟรูปคุณเก็บไว้เป็นวอลเปเปอร์มือถือเนี่ยนะ... เขาเรียกเพื่อนร่วมชีวิตล่วงหน้าหรือเปล่าครับ*
รินสะดุ้งสุดตัว เงยขวับขึ้นมองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันที อาคเนย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม รอยยิ้มมุมปากนั้นเจ้าเล่ห์และจริงจังในเวลาเดียวกัน
"คุณแอบดูมือถือรินเหรอ!" รินโวยวาย หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู
"เปล่าครับ แค่บังเอิญสายตามันกวาดไปเจอ... แล้วก็เห็นว่าที่คุณพิมพ์ปฏิเสธมันไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงสักเท่าไหร่" เนย์กระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำ ละมุนจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"ใครไม่ตรงฟะ! รินแค่... รินแค่..." รินอึกอัก พูดไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของอาคเนย์เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ปลายคาง เพื่อบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ
"เลิกปากแข็งสักวันจะตายไหมครับ... คุณรินรดา"
อาคเนย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ หัวใจของรินเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอนั่งตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ และในวินาทีที่เปลือกตาของเธอกำลังจะปิดลงเพื่อรับสัมผัสที่รอคอย...
จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของอาคเนย์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ!
เนย์ผละถอยหลังออกไปอย่างเสียดายเล็กน้อย เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด แต่พอสายตาปะทะเข้ากับชื่อผู้ส่งและข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดและตกใจอย่างเห็นได้ชัด
รินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอียงคอพยายามจะมองหน้าจอ "ใครส่งอะไรมาเหรอ หน้าตาคุณดูเครียดเป็นตูดหมึกเลย"
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววสั่นไหวระคนกังวล ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบลงทันที
"คนที่คุณบอกว่า... เลิกรากันไปเด็ดขาดแล้วเมื่อสามปีก่อน... ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าล็อบบี้โรงแรมที่เราพักแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของเจ้าพ่อระเบียบกับยัยตัวแสบของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินแบบจัดเต็มนะครับ!
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 14
เนย์โหมดปากแข็ง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!