ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 10

โมเมนต์นุบนิบในพื้นที่จำกัด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
พื้นที่เบาะหลังของรถตู้เช่าคันเก่าๆ คันนี้ มันแคบเกินไปสำหรับคนตัวโตสองคน... หรือไม่ก็เพราะหัวใจของผมมันขยายใหญ่เกินกว่าจะจำกัดไว้ในซี่โครงกันแน่ "ถอยไปหน่อยสิเนย์ จะเบียดอะไรนักหนาเนี่ย" เสียงกระซิบกระปอดของรินรดามาพร้อมกับแรงศอกเบาๆ ที่ทุบลงบนต้นแขนผม แต่เชื่อไหมครับว่า แรงปะทะนั้นเบาหวิวเสียจนไม่ต่างอะไรกับการโดนแมวข่วน แถมเจ้าตัวยังขยับเข้ามาเบียดชิดผมมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำเมื่อรถตู้กระดอนข้ามสะพานไม้เก่าๆ บนถนนลูกรังสายเปลี่ยว บรรยากาศข้างนอกมืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องผืนป่าทึบสองข้างทาง แต่ข้างในนี้... ในพื้นที่จำกัดที่มีกลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูกลิ่นวานิลลาผสมกลิ่นฝนจากตัวรินรดา มันกลับร้อนรุ่มเสียจนผมต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ปลายนิ้วของผมแตะลงบนข้างแก้มเนียนของเธอ แววตาของรินรดาที่ไหวระริกเหมือนผิวน้ำยามต้องลม ทำให้ผมเกือบจะลืมตัวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่านั้น โชคดีที่เสียงกุกกักจากเบาะหน้าของพี่กรณ์ คนขับรถท้องถิ่นดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ไม่อย่างนั้น... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองจะรักษา 'เขตแดน' ของความเป็นเพื่อนร่วมทริปไว้ได้อีกนานแค่ไหน "ใครเบียดใครกันครับ รินต่างหากที่ไหลมาทับผมครึ่งตัวแล้วเนี่ย" ผมแกล้งกระเซ้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงต้นคอ "หรือว่าตั้งใจ... อยากหาที่พิงกันแน่ครับ" "ย่ะ! หลงตัวเองที่สุด อาคเนย์!" รินรดาค้อนควักใส่ผมวงใหญ่ ดวงตากลมโตคู่นั้นพยายามทำเป็นดุแต่กลับสั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด มือเล็กๆ ยกขึ้นดันไหล่ผมให้ออกห่าง แต่มีหรือที่คนอย่างผมจะยอมขยับ ในเมื่อตอนนี้ไหล่ของเราแนบชิดกันจนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว พื้นที่จำกัดแบบนี้มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปจริงๆ ครับ ทริปนี้เราเริ่มต้นด้วยการเป็นคู่กัดที่จิกกัดกันได้ทุกฝีก้าว รินรดาผู้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณกับผมผู้เคร่งครัดในตารางเวลา ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามแผนที่ผมขีดไว้ในสมุดบันทึกเล่มหนา แต่ใครจะไปรู้ล่ะครับว่า การหลงทางในหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา จะทำให้เส้นทางชีวิตของผมมันเบี่ยงเบนไปไกลจนกู่ไม่กลับแบบนี้ "เนย์..." จู่ๆ เสียงของเธอก็แผ่วเบาลง ความดื้อรั้นในแววตาก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความลังเลบางอย่าง รินรดาก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก "เรื่องพี่กรณ์... ที่จริงฉันไม่ได้..." "รู้ครับ" ผมสวนขึ้นเบาๆ ตัดบทความกังวลใจที่กำลังกัดกินความรู้สึกของเธอ สายตาของผมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก "ปล่อยให้พี่กรณ์ตามหาไปก่อนเถอะครับ..." ผมทวนประโยคเดิมซ้ำ แต่น้ำเสียงครั้งนี้มันนุ่มนวลและจริงจังยิ่งกว่าเดิม "ตอนนี้... สนใจแค่คนตรงหน้าก่อนดีกว่านะครับ รินรดา" คำพูดของผมทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งงัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับต้นแขนของผมผ่านเนื้อผ้าบางเบa ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเม็ดฝนที่กระทบหลังคาหลังคารถเท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน รินรดาไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา เธอไม่ได้ผลักไส ไม่ได้หาเรื่องเถียงเหมือนทุกที แต่มือเล็กๆ ที่วางอยู่บนตักค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นขึ้นทีละน้อย... และในวินาทีที่รถตู้เบรกกะทันหันเพราะกิ่งไม้ล้มขวางทาง ร่างบางก็เซถลาเข้าสู่อ้อมกอดของผมโดยสัญชาตญาณ ตึง! หน้าอกของเราแนบชิดกันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งแข่งกันอย่างชัดเจน มือของผมโอบประคองเอวบางไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เธอหัวกระแทกเบาะหน้า ส่วนรินรดาก็ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของผมโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกรั้นของเธอเฉียดผ่านต้นคอผมไปนิดเดียวจนรู้สึกจั๊กจี้และวาบหวามในเวลาเดียวกัน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธออบอวลอยู่ปลายจมูก ในระยะประชิดที่แทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ผมรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความห้าวหาญของบล็อกเกอร์สาวสายลุยคนนี้ "อึ่ม... ถึงแล้วครับน้องๆ ทางเข้าหมู่บ้านมันไปต่อไม่ได้ ต้นไม้ล้มขวาง สงสัยต้องเดินเท้าเข้าไปอีกนิดนึงนะ" เสียงพี่กรณ์ตะโกนข้ามเบาะมาทำลายมนต์สะกด รินรดาสดุ้งสุดตัว เธอรีบผละออกจากอ้อมแขนของผมอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาหลบวูบไม่กล้าสบตาผมแม้แต่น้อย มือไม้เก้ๆ กังๆ หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายแก้เขิน "อะ... อ๋อ ค่ะ! เดินก็เดิน รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวค่ำมืดกว่านี้" เธอพูดรัวเร็วแล้วรีบผลักประตูรถก้าวลงไปในสายฝนปรอยๆ ทันที ทิ้งให้ผมนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวในเบาะหลัง ผมมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจัมะอ้าวหนีความเขินอายออกไปพลางส่ายหัวด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ให้ตายเถอะ... รินรดาทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำว่า "ใจสั่น" จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ก็วันนี้แหละครับ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจจะพิมพ์ข้อความแซวเธอในแชตกลุ่มย่อยของเราสองคน นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความหมั่นเขี้ยว... *'เมื่อกี้ใครนะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจซบ ยอมรับมาเถอะน่าว่าติดใจอ้อมกอดคนเจ้าระเบียบคนนี้แล้ว'* ทว่า... นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่มส่งข้อความเข้าแชตหลักที่มีพี่กรณ์อยู่ด้วยโดยไม่ตั้งใจ! ฉิบหายแล้ว... ผมเบิกตากว้าง รีบกดค้างเพื่อจะ "ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน" แต่ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนคำว่า "ลบจากฉัน" เสียได้! ข้อความสารภาพความนัยแบบโต้งๆ นั้นยังคงโชว์หรี่หราอยู่บนหน้าจอของทุกคน โดยเฉพาะพี่กรณ์ที่กำลังหันกลับมามองผมด้วยสายตากรุกริ่มผ่านกระจกมองหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้แบบไม่ต้องเดาเลยว่า... อีกฝ่ายเห็นมันเต็มสองตาแล้วแน่ๆ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับโมเมนต์นุบนิบของเนย์กับรินในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%