"ถ้าคุณยังไม่หุบยิ้มแล้วขยับขาเดินต่อ ผมจะแบกคุณพาดบ่าจริงๆ ด้วยนะรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดที่พยายามกลั้นไว้เต็มประดารอดผ่านไรหนวดของผมออกไป ในขณะที่เจ้าของชื่อกลับยืนกอดอก เชิดคางใส่ ทำเป็นมองนกมองไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใบหูทั้งสองข้างแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ
เหตุการณ์เมื่อกี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมเป็นลูป ภาพอุบัติเหตุทางกายภาพที่ริมฝีปากของเราบังเอิญโคจรมาแตะกันโดยไม่ได้ตั้งใจท่ามกลางความชุลมุนของหมอกหนาบนดอยสูง มันไม่ใช่แค่จูบแรก แต่มันคือระเบิดเวลาที่ทำลายกำแพงความเก๊กที่ผมก่อไว้ตลอดสัปดาห์พังทลายลงในพริบตาเดียว
"ใครใช้ให้คุณเดินมาตัดหน้าฉันเล่า! แล้ว... แล้วทำไมต้องทำหน้าตกใจเบอร์นั้นด้วยยะ ตาช่างภาพจอมเผด็จการ!" รินแหวกลับเสียงสูง เป็นปฏิกิริยาแก้เขินที่เดาทางง่ายเสียจนผมเผลอหลุดหัวเราะออกมา
"ผมตกใจที่คุณพุ่งตัวเข้ามาชนกล้องผมต่างหาก เลนส์ตัวโปรดผมเกือบมรณภาพเพราะหน้าผากแข็งๆ ของคุณนะริน" ผมแกล้งทำเป็นเฉไฉ ยกกล้อง DSLR ขึ้นมาเช็ดเลนส์ทั้งที่มันสะอาดเอี่ยม เพื่อซ่อนจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"งั้นก็เชิญกอดกล้องสุดที่รักของคุณต่อไปเถอะค่ะ! ฉันจะเดินนำไปก่อนคนเดียวเลย ชิ!"
รah รินรดาหันหลังขวับแล้วก้าวฉับๆ หนีผมไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอกสีขาวโพลน ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งลดอุณหภูมิลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทัศนียภาพรอบด้านถูกกลืนหายไปในความเวิ้งว้าง เหลือเพียงเสียงฝีบดขยี้ใบไม้แห้งและเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเราสองคน
ผมมองแผ่นหลังเล็กที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวตัวโคร่งแล้วส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ยัยนี่นะ... ปากบอกว่าจะเดินนำ แต่ดันเดินเร็วเกินไปจนเกือบสะดุดรากไม้หลายครั้งหลายหน ถ้าผมไม่คอยก้าวตามประกบในระยะประชิด มีหวังได้กลิ้งตกลงไปนอนก้นเหวสักแห่งแน่ๆ
"เดินระวังหน่อยครับ ตรงนั้นมันทางชัน" ผมเอ่ยเตือนพร้อมกับเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้
"รู้แล้วน่า! ฉันไม่ใช่เด็กๆ สะ...อุ๊ย!"
ยังไม่ทันขาดคำ รินก็ส่งเสียงหลงเมื่อเท้าเจ้ากรรมไปเหยียบเข้ากับก้อนหินที่ลื่นไถลจากน้ำค้าง ร่างเพรียวเซถลาเสียหลัก ร้องกรี๊ดเบาๆ หลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นดินแฉะๆ
แต่มีหรือที่ช่างภาพสายลุยอย่าง อาคเนย์ คนนี้จะปล่อยให้เกิดภาพอนาถแบบนั้นขึ้น!
ผมพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางไว้ได้ทันด้วยสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับอกผมอย่างจัง ก่อนที่เราทั้งคู่จะเสียหลักล้มกลิ้งลงไปบนพรมหญ้ามอสหนานุ่มใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยมีผมทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้เธอทั้งหมด
*ตุ้บ!*
"โอ๊ย..." ผมครางฮือเบาๆ เมื่อแผ่นหลังกระแทกเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มหญ้า แม้จะนุ่มเพราะมอส แต่ก็จุกเอาเรื่องเหมือนกัน
"เนย์! คุณ... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า!" รินรีบดีดตัวขึ้นจากอกผม มือเล็กปัดป่ายตามเนื้อตามตัวผมด้วยความลนลาน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด "เจ็บตรงไหนไหมคะ... เอ๊ย! เจ็บตรงไหนไหมเนย์!"
ผมจ้องมองใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาคู่นั้นไม่มีความถือดีหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่จริงใจจนผมใจกระตุกวูบ
"ถ้าคุณยังขืนขยับตัวไปมาแบบนี้... ผมอาจจะเจ็บหนักกว่าเดิมก็ได้นะครับริน" ผมกระซิบเสียงพร่า สายตาทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
รินชะงักกึก เธอก้มลงมองท่านั่งของเราในตอนนี้... เธอกำลังคร่อมอยู่บนตัวผม มือทั้งสองข้างยันอยู่กับอกเสื้อแจ็คเก็ตของผม ขณะที่วงแขนของผมยังคงโอบกอดเอวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ล้มกลิ้งไปไหน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงลมหายใจของเรารวมเป็นจังหวะเดียวกัน หมอกหนาทึบที่รายล้อมทำให้โลกใบนี้เหลือเพียงแค่เราสองคน
ไม่มีแผนการท่องเที่ยว ไม่มีตารางเวลา ไม่มีไกด์บุ๊กเล่มไหนในโลกที่บอกได้ว่า... เราควรจัดการอย่างไรกับหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแบบนี้
"เนย์..." รินกระซิบเรียกชื่อผมแผ่วเบา ราวกับถูกมนต์สะกด ดวงตาคู่สวยไหวระริก "ทำไม... ทำไมเวลาอยู่กับคุณ ฉันถึงซุ่มซ่ามตลอดเลย"
"เพราะคุณมัวแต่เอาสติไปไว้ที่อื่นมั้งครับ" ผมตอบเสียงนุ่ม เผลอยื่นมือออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยมาเคลียแก้มใสอย่างเบามือ นิ้วโป้งของผมสัมผัสโดนผิวแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยธรรมชาติ รินไม่ได้หลบหนี เธอเพียงแต่หลบสายตาด้วยการแพขนตางอนลงต่ำ
"แล้ว... แล้วที่เมื่อกี้..." เธอลำลังจะเอ่ยถึงเรื่องจูบโดยบังเอิญเมื่อครู่ แต่ผมไม่ปล่อยให้เธอได้พูดจบประโยค
เพราะบางครั้ง... การกระทำมันดังกว่าคำพูดนับพันคำ
ผมใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้เบื้องหลัง ก่อนจะดึงรั้งใบหน้าหวานให้โน้มต่ำลงมาหาช้าๆ อย่างให้เวลาเธอปฏิเสธ แต่รินกลับนิ่งงัด ราวกับหัวใจของเธอก็รอคอยจังหวะนี้อยู่เช่นกัน
ริมฝีปากของเราประกบเข้าหากันอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่ความชุลมุน และไม่ใช่ความผิดพลาด
มันคือความตั้งใจ... ที่นุ่มนวล ลึกซึ้ง และอบอุ่นยิ่งกว่าไออุ่นจากกองไฟกองไหนบนยอดดอย รินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ผมบรรจงมอบให้ ความเงอะงะในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นเคย รสชาติหวานล้ำที่เจือจางด้วยความหนาวเย็นของอากาศรอบตัว ทำให้ผมไม่อาจหักห้ามใจให้หยุดอยู่แค่เพียงแค่นี้ได้
อ้อมแขนที่โอบเอวเธอไว้กระชับแน่นขึ้น เช่นเดียวกับมือเล็กที่เปลี่ยนจากการยันอกผม มาเป็นขยุ้มปกเสื้อแจ็คเก็ตของผมไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เราปล่อยให้เวลาหยุดเดินท่ามกลางสายหมอก จนกระทั่งเสียงกระแอมกระไอแปลกปลอมดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้น
"Ehem! ขอโทษนะครับ... พอดีผมเดินตามทางมาแล้วเห็น... เอえ... เอ้ย! ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะนะครับพี่!"
เสียงตะโกนทักทายพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทำให้รินสะดุ้งสุดตัว เธอผุดลุกขึ้นจากตัวผมด้วยความเร็วแสง ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ ท่าทางลนลานจนเกือบจะสะดุดขาตัวเองล้มรอบที่สอง
ผมรีบยันตัวลุกขึ้นยืนตาม ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ว่าข้างในจะแอบหัวเสียกับมารหัวขนที่โผล่มาถูกจังหวะเหลือเกิน ก่อนจะหันไปมองต้นตอของเสียง
ปรากฏว่าเป็น 'ไอ้กรณ์' ช่างภาพรุ่นน้องในทีมงานกองถ่ายสารคดี ที่ถือกล้องวิดีโอเดินหน้าตาตื่นทำตัวไม่ถูกอยู่หลังพุ่มไม้ พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่พยายามกลั้นไว้จนแก้มป่อง
"เอ่อ... พี่เนย์ พี่ริน ทีมงานข้างล่างเขาตามหาตัวกันให้วุ่นแล้วครับ บอกว่าฟ้าเริ่มเปิดแล้ว รีบไปเซ็ตกล้องที่จุดชมวิวผาเมฆหมอกด่วนเลยครับ!" กรณ์พูดรัวเร็วแบบไม่ได้หายใจ ก่อนจะโค้งหัวขอโทษปะปนกับเสียงหัวเราะชอบใจ "ผม... ผมไปรอด้านหน้านะครับเชิญตามสบาย เอ้ย! เชิญตามมาครับ!"
พูดจบ เจ้าเด็กแสบก็วิ่งแน่บหายไปกับสายหมอกทันที ทิ้งให้เราสองคนยืนค้างอยู่กลางทาง
ผมหันไปมองรินที่ตอนนี้ยืนก้มหน้ามองพื้น เอามือจับแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว เธอไม่ยอมสบตาผมแม้แต่น้อย บรรยากาศความโรแมนติกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเขินอายจนบรรยายไม่ถูก
ผมอมยิ้มบางๆ เดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือเรียวที่กำลังบีบกันแน่นมาถือไว้หลวมๆ
"ไปกันเถอะครับ... ที่รัก"
รินเงยหน้าขวับทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำเรียกขานที่หลุดปากออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว...
---
*[โปรดติดตามตอนต่อไป]*
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับคู่กัดคู่นี้เสมอนะครับ*
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 22
กอดแรกท่ามกลางหมอก
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!