ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว•ตอนที่ 20

เนย์ตามหาจนเจอ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณก้าวถอยหลังอีกก้าวเดียว ผมจะยอมปล่อยให้คุณตกเหวไปจริงๆ ด้วยนะรินรดา!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงลมบนยอดเขาที่พัดจนเสื้อแจ็กเก็ตกันลมของผมสะบัดพรึ่บพรั่บ เสียงของผมอาจจะฟังดูเกรี้ยวกราดในหูคนอื่น แต่มันคือความพยายามครั้งสุดท้ายของคนที่แบกกล้องหนักสิบกิโลกรัมวิ่งขึ้นมาจนหอบฮั่กเพื่อตามหาผู้หญิงที่หายตัวไปจากแคมป์อย่างไร้ร่องรอย รินรดายืนกอดอกอยู่ตรงโขดหินริมหน้าผา เธอไม่หันมามอง แต่ผมเห็นไหล่บางนั่นสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความดื้อรั้นที่เธอมักจะงัดมาใช้เวลาที่ผมไปจี้จุดความสมบูรณ์แบบที่เธอเกลียดนักหนา "ไม่ต้องตามมาเลยนะเนย์! ไหนบอกว่าชอบวางแผนนักไม่ใช่เหรอ? แผนการวันนี้ไม่มีชื่อฉันอยู่ในนั้นสักหน่อยนี่!" รินตะโกนตอบกลับมา น้ำเสียงของเธออู้อี้เหมือนคนกำลังกลั้นสะอื้น ผมถอนหายใจยาว วางกระเป๋ากล้องลงกับพื้นหญ้าชื้นๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้เธออีกสองสามก้าว ความกวนประสาทที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกใจหายที่พุ่งเข้าจู่โจมตั้งแต่เห็นเต็นท์ว่างเปล่าในตอนเช้า "ริน... หันมาคุยกันก่อน" ผมเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาลงและสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่หน้าผาสูงชันแบบนี้ "ผมไม่ได้วางแผนเรื่องที่ต้องให้คุณหายไปแบบนี้ในโปรแกรมของผมนะ" "ก็เลยจะบอกว่าฉันเป็นตัวแปรที่ไม่เสถียรสินะ?" เธอหมุนตัวกลับมา สายตาที่มองผมมันเต็มไปด้วยความตัดพ้อ แดดอ่อนๆ ยามสายที่เริ่มคล้อยต่ำลงทำให้ผมเห็นหยดน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาคู่นั้นชัดเจน "นายมันพวกสมบูรณ์แบบที่ชอบบงการชีวิตคนอื่น เนย์... นายชอบทุกอย่างที่เป๊ะ แต่ฉันมันแค่คนหลงทางที่ชอบทำแผนพัง นายทนฉันได้จริงๆ เหรอ?" ผมหลุดขำออกมาเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียด เธอขมวดคิ้วใส่ผมทันทีเหมือนเห็นเรื่องตลกเป็นเรื่องใหญ่ "หัวเราะอะไร!" "ขำคนที่ชอบบอกว่าตัวเองเป็นคนหลงทาง แต่จำทางขึ้นมาบนนี้ได้แม่นยำเชียว" ผมขยับเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว "ริน... ฟังนะ ผมอาจจะชอบให้ทุกอย่างมันอยู่ในแผน แต่ตั้งแต่มีคุณเข้ามาในทริปนี้ แผนของผมมันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าตั้งแต่วันแรก และรู้ไหม... ผมโคตรชอบความล้มเหลวนั้นเลย" รินนิ่งไป เธอหลบสายตาผมแล้วพยายามเดินเลี่ยง แต่ผมตัดสินใจคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เธอถอยไปมากกว่านี้ "ไอ้การที่ต้องมาคอยวิ่งตามหาสิ่งของที่วางผิดที่ มันก็น่าหงุดหงิดอยู่หรอก แต่ถ้าสิ่งที่หายไปคือคุณ... ต่อให้ต้องปีนเขาสักกี่ลูก ผมก็จะตามหาจนเจอ" ผมพูดพลางหยิบ 'แผนที่' แผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ มันคือแผนที่เส้นทางเดินป่าที่ผมวาดเส้นทางสำรองไว้ด้วยลายมือยุ่งเหยิง "ดูสิ ผมเขียนแผนที่นี้ขึ้นมาใหม่หลังจากที่รู้ว่าคุณหนีมาทางนี้... มันไม่ได้มีไว้เพื่อบอกทางคุณ แต่มันมีไว้เพื่อบอกว่า... ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะไปทางไหน ถ้าไม่มีผมไปด้วย คุณก็หลงทางอยู่ดี" รินมองแผนที่ในมือผม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน เธอเม้มปากแน่น พยายามจะทำท่าทางหยิ่งยโสอย่างเคยแต่ก็ดูจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อผมใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ปลายจมูกรั้นๆ ของเธอหนึ่งที "ตลกเหรอ?" เธอกัดฟันถาม "ตลกที่ต้องมาง้อคนดื้อบนยอดเขาแบบนี้ไงครับ" ผมยิ้มกว้าง "คนอื่นเขาง้อกันด้วยดอกไม้ แต่นี่ผมง้อด้วยแผนที่เส้นทางชีวิตเชียวนะ ไม่เห็นจะคุ้มค่าเหนื่อยเลย" "งั้นก็ไม่ต้องง้อ!" เธอกระชากแผนที่ไปถือไว้เอง ก่อนจะเดินกระแทกเท้าผ่านหน้าผมไปทางเส้นทางกลับแคมป์ แต่ทว่า... จังหวะที่เธอเดินผ่าน ผมกลับเห็นมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั่น รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนเกือบหลุดออกมาจากอก ผมยืนมองแผ่นหลังของเธอสักพัก ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋ากล้องวิ่งตามไป "เฮ้ย ริน! อย่าเดินเร็วสิ แผนที่อันนั้นมันแค่ร่างแรกนะ! เดี๋ยวพาหลงเข้าป่าลึกไม่รู้ด้วยนะ!" เราเดินกลับแคมป์ด้วยจังหวะที่เริ่มผ่อนคลายขึ้น บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบเหงาดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยเสียงเถียงกันเรื่องทิศทางที่ผมกับรินพยายามจะพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่แม่นยำกว่ากัน ความน่ารักของรินรดาเวลาที่ทำเป็นเก่งแต่จริงๆ แล้วก็แอบหันมาถามผมตลอดเวลาว่าทางไหนแน่ มันคือช่วงเวลาที่ผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จริงๆ เมื่อถึงแคมป์ รินเดินตรงไปที่หน้าเต็นท์ตัวเองแล้วหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ผมเหมือนเดิม ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือออกมาเช็กข้อความ "เนย์" เธอเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ดูจริงจังจนผมต้องหยุดชะงัก "ว่าไง?" "เมื่อกี้... ตอนที่นายพูดว่าถ้าสิ่งที่หายไปคือฉัน นายจะตามหาจนเจอ..." เธอเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาของเธอไหวระริก "ฉันเผลออัดเสียงไว้ด้วยนะ" ผมชะงักไปชั่วครู่ หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่มันมุกตลกอะไรของเธออีกล่ะเนี่ย? ผมยังไม่ทันจะอ้าปากแซว เธอก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดูหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาจากแอปแชตสีเขียว เป็นข้อความเสียงที่เธอกดส่งเข้ากลุ่มแชตที่มี 'พ่อกับแม่' ของเธออยู่ในนั้นด้วย "เฮ้ย! ริน! ยกเลิกเดี๋ยวนี้!" ผมหน้าเหวอรีบพุ่งตัวจะไปคว้าโทรศัพท์ แต่เธอหัวเราะร่าแล้ววิ่งหนีไปรอบกองไฟที่ยังไม่ทันจุด "สายไปแล้วค่ะคุณช่างภาพ!" รินตะโกนล้อเลียน "พ่อกับแม่ฉันถามแล้วด้วยว่าคนในคลิปนี่ใช่ว่าที่ลูกเขยหรือเปล่า!" ในขณะที่ผมกำลังจะตะครุบตัวเธอ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่ในกลุ่มแชตนั้น... มันคือข้อความจาก 'คุณแม่ของรินรดา' ที่ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจมาให้ผมถึง 10 ดวงติดกัน พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า... *'เย็นนี้ว่างไหมลูกเนย์ แวะมาทานข้าวที่บ้านเรานะ จบเรื่องทริปนี้แล้วแม่จะรอ!'* ผมยืนค้างอยู่กลางแคมป์ ในขณะที่รินรดาหยุดวิ่งแล้วยืนกอดอกยิ้มกริ่มมองดูความพินาศของผม... ทริปนี้ที่ตั้งใจมาถ่ายสารคดี ดูเหมือนจะกลายเป็นทริปเปิดตัวลูกเขยไปเสียแล้ว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและคุณรินมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทาง กับคนข้างๆ ที่ห้ามใจไม่ไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%