คราบเลือดบนพื้นปูนเปลือยไม่ได้บอกเล่าแค่เรื่องความรุนแรง แต่มันกำลังกระซิบเรื่องราวของโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
ร้อยตำรวจโทอคินใช้ปลายรองเท้าหนังขัดมันเขี่ยเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ไหม้เกรียมไม่หมดออกจากกองเถ้าถ่าน กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาผสมผสานกับกลิ่นธูปโบราณและคราบสนิมเหล็กจนชวนคลื่นไส้ ที่นี่คือจุดอับสัญญาณที่สมบูรณ์แบบ แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงหลายชิ้นที่ถูกทำลายด้วยกรดเข้มข้นเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนที่พวกเขาจะมาถึง เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า "พวกมัน" รู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้
"ร่องรอยการชำระอาคมยังสดอยู่มากครับหมวด... กลิ่นสาบควายธนูผสมว่านร้อยนางพญาจางๆ แบบนี้ ไม่ใช่ฝีมือของตาสตางค์หรือพวกมือสมัครเล่นข้างถนนแน่"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของเสาปูนต้นใหญ่ ศิลาก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับเกมไล่ล่าที่อันตรายที่สุดในชีวิต ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณจางๆ ที่ต้นแขนขวา เดินเข้ามาหยุดยืนใกล้จนอคินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย แม้ในบรรยากาศที่หนทึบและกดดันเช่นนี้
อคินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่หูจำเป็น เขาจดจ้องอยู่กับซองเอกสารกันน้ำสีดำที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ร่องพื้นคอนกรีตแตก "คุณบอกว่าพวกมันใช้ไสยเวทอำพรางคดี แต่นี่คือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ผมต้องการ... รอยนิ้วมือบางส่วนยังติดอยู่บนพลาสติก พวกมันรีบจนลืมเก็บกวาดให้เรียบร้อย"
"ความโลภและความเร่งรีบมักเป็นจุดจบของคนฉลาดเสมือนคุณนั่นแหละครับ หมวดอคิน" ศิลาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกำยานและกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของนายตำรวจหนุ่ม "แต่ระวังหน่อยนะครับ ของในมือนั่น... ไม่ได้มีแค่รอยนิ้วมือ แต่มันมีอาคมตรึงวิญญาณผูกติดอยู่ด้วย ถ้าคุณแกะมันอย่างไร้ความเคารพ วิญญาณของเหยื่อที่ถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมจะลากคุณลงไปคุยด้วยในนรกก่อนจะได้ส่งสำนวนฟ้องศาล"
อคินชะงักมือที่กำลังจะฉีกซองพลาสติก เขาหันขวับไปสบตากับศิลา แววตาแข็งกร้าวฉายความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "เลิกพูดจาขู่ขวัญผมเสียทีศิลา ผมคือนายตำรวจสืบสวน ไม่ใช่นักเรียนไสยศาสตร์ของคุณ"
"ความจริงก็คือความจริงครับ ไม่ว่าคุณจะอิงแอบอยู่กับกฎหมายมาตราไหน วิญญาณพวกนั้นก็ไม่ได้สนใจตัวบทกฎหมายของคุณหรอก" ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนอคินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณกลัวความจริงข้อนี้ต่างหาก... กลัวว่าสิ่งที่พรากน้องชายของคุณไปเมื่อหลายปีก่อน จะไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นฝีมือของสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจเอื้อมถึง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยคำพูดแทงใจดำนั้น อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ความโกรธเกรี้ยวและแรงดึงดูดประหลาดตีรวนกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออก แต่ก่อนที่อคินจะได้โต้ตอบด้วยวาจาเฉียบคมเช่นเคย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งผ่านช่องว่างระหว่างซอกตู้เหล็กเก่าที่ล้มระเนระนาด
มันคือสัญลักษณ์รูป "ดวงตาแปดแฉก" ที่สลักด้วยเลือดสดๆ บนผนังปูน เป็นตราสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏในแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสามคดีล่าสุด และที่สำคัญที่สุด... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนข้อมือของบุคคลระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมที่อคินกำลังตามสืบอยู่
"ศิลา... ดูนั่น" อคินเปลี่ยนเรื่องทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความจริงจังระดับสูงสุด
ศิลาหันไปมองตามปลายนิ้วของอคิน รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของชายหนุ่มจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาดุดันและจริงจังอย่างที่อคินไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "โอ้... ดูท่าว่าเกมนี้จะไม่ได้เล่นกันแค่ระดับโจรรับจ้างทั่วไปเสียแล้วกระมังครับ หมวด"
อคินใช้ถุงมือยางหยิบกระดาษแผ่นบางที่เสียบอยู่ใต้สัญลักษณ์นั้นขึ้นมา มันคือตั๋วโดยสารรถไฟเที่ยวพิเศษข้ามจังหวัดในคืนนี้ พร้อมกับลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทว่า: *'ความจริงที่ตามหา อยู่ที่ปลายทางสุดท้าย'*
ทว่า ในวินาทีที่อคินพลิกตั๋วออกดูด้านหลัง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเข้าโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาตัดความมืดมิดอย่างไร้ความปรานี
"เราถูกล้อมแล้วครับ" ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบข้างหูอคิน พร้อมกับปลดกระดุมเสื้อแขนยาวออกข้างหนึ่ง เผยให้เห็นรอยสักอักขระสีแดงเข้มที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองจางๆ ในความมืด "ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' จะมาเร็วกว่ากำหนดเสียอีก... และผมเกรงว่า พวกมันจะไม่ใช่ตำรวจท้องที่ที่มารับสินบนหรอกนะ"
อคินดึงปืนพกประจำกายออกมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่ถูกทำลาย เขายืนประจันหน้ากับประตูทางออก พร้อมกับเหลือบมองศิลาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างกายในสถานการณ์ความเป็นความตาย
แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงปรบมือช้าๆ และก้องกังวานก็ดังมาจากเบื้องหลังกองลังสินค้าทึบแสง พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายออกมาจากความมืดมิด
*"ไม่นึกเลยว่า สารวัตรหนอนบ่อนไส้อย่างแก... จะพาตำรวจน้ำดีอย่างผู้กองอคินมาตายด้วยกันถึงที่นี่"*
ร่างสูงโปร่งของนายตำรวจยศพันตำรวจโทก้าวออกมาจากเงาแสงไฟ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเยือกเย็นที่อคินไม่มีวันลืม พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังหน้าอกของเขาอย่างแม่นยำ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 21
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!