อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 20

การสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิด

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและคราบหมึกซึมลึกบนโต๊ะไม้สักยังคงอบอวลอยู่ในห้องสอบสวน รตท. อคิน ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือคลึงขมับซ้ายที่เต้นตุบๆ เป็นจังหวะเดียวกับเข็มวินาทีบนนาฬิกาแขวนผนัง สมุดบันทึกหนังสีดำที่ศิลาทิ้งไว้ต่างหน้าไม่ได้เป็นเพียงวัตถุพยาน แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเทิดทูนมาตลอดชีวิตกำลังถูกกัดเซาะด้วยความจริงอีกด้านหนึ่ง—ความจริงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือกที่ยังติดอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เสียงเคาะประตูสามครั้งกระชากสติของนายตำรวจหนุ่มให้หลุดจากห้วงความคิด "ผู้กองครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่ไซต์งานก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระองค์ ทีมวิศวกรแจ้งว่าพบ... พบร่างของคนงานที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน แต่สภาพศพ..." จ่าสิบตำรวจผู้ช่วยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง สีหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด "สภาพศพถูกตรึงไว้กับคานเหล็กด้วยตะปูอาคม และไม่มีร่องรอยการต่อสู้แม้แต่น้อยครับ" อคินไม่รอให้ลูกน้องรายงานจบ ร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปคว้าเสื้อโค้ชตัวเก่งมาพาดบ่าแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องทันที สัญชาตญาณของนักสืบมือหนึ่งบอกเขาว่า คดีนี้ไม่ใช่ฆาตกรรมธรรมดา และมันมีความเชื่อมโยงกับปริศนาที่ศิลาพยายามชี้ทางอย่างแน่นอน รถกระบะนอกเครื่องแบบพุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืน แสงไฟนีออนจากเสาข้างทางสาดส่องกระทบกระจจรถเป็นระลอก อคินขบกรามแน่นขณะเหยียบคันเร่งลึกขึ้น ความโกรธผสมผสานกับความวิตกกังวลตีรวนอยู่ในอก เขาเกลียดการถูกชักใย เกลียดการตกเป็นเบี้ยในกระดานไสยเวทของศิลา แต่ความจริงที่ว่า... มีเพียงชายคนนั้นเท่านั้นที่จะไขปริศนาความตายอันน่าสยดสยองนี้ได้ ทำให้เขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้ชั่วคราว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ แสงไฟสปอตไลท์สีส้มสว่างจ้าตัดกับความมืดมิดของโครงสร้างสะพานคอนกรีต ร่างของคนงานเคราะห์ร้ายถูกตรึงอยู่สูงจากพื้นดินร่วมสิบเมตร บนหน้าผากมีรอยสักอักขระโบราณที่ยังคงมีคราบเลือดสีดำส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังทำงานกันอย่างเคร่งเครียด ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเงียบสงัดจนผิดปกติ เสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงน้ำในคลองเงียบหายไปราวกับถูกดูดกลืนด้วยอาคมบางอย่าง "ผู้กองครับ หมอชันสูตรบอกว่าอวัยวะภายในถูกควักออกไปอย่างไร้รอยแผลผ่าตัด เหมือนกับ... เหมือนกับถูกดึงออกมาทางปากครับ" นายตำรวจชั้นประทวนเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา อคินกวาดสายตาคมกริบสำรวจพื้นที่ เขาไม่สนใจคำอธิบายเชิงไสยศาสตร์เหล่านั้น สมองของเขากำลังประมวลผลหาจุดเชื่อมโยงทางกายภาพ รอยเท้า ทิศทางลม คราบสารเคมี หรือแม้แต่ร่องรอยการใช้เครื่องมือช่าง ทว่ายิ่งมองลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่า... นี่คือฝีมือของมนุษย์ที่ใช้ความงมงายมาอำพรางคดี หรือไม่ก็... เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์จริงๆ "ถอยไป" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง อคินหันขวับกลับไปทันที ที่นั่น... ศิลายืนพิงเสาปูนอยู่ ปีกหมวกปานามาสีเข้มเงาบังดวงตาคมก్రేบครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นจางๆ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาแน่นขึ้น ชายหนุ่มในชุดโค้ชยาวสีดำสนิทเดินเข้ามาใกล้โดยไม่มีเสียงฝีเท้า ราวกับร่างของเขาไร้น้ำหนัก "คุณมาช้าไปหน่อยนะผู้กอง อคิน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก "ปล่อยให้เหยื่อเซ่นสังเวยรายนี้ต้องรอคอยความยุติธรรมจากกฎหมายที่มองไม่เห็นหัวใจของความมืด" อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าคอเสื้อโค้ชของศิลาไว้แน่น ดวงตาสองคู่จ้องมองกันในระยะประชิด ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น ความโกรธคุกรุ่นฉายชัดในแววตาของนายตำรวจหนุ่ม "หยุดเล่นเกมบ้าๆ นี้สักที ศิลา!" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน "นี่คือชีวิตคน นายรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ? หรือจริงๆ แล้ว... นายคือคนบงการทั้งหมดตั้งแต่แรก!" ศิลาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาคมคายคู่นั้นกลับฉายประกายความพึงพอใจ รอยยิ้มของเขาขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย มือเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาแตะข้อมือของอคินที่กำคอเสื้อตนเองไว้เบาๆ สัมผัสเย็นเยียบราวน้ำแข็งทำให้อคินต้องชะงัก "ถ้าผมเป็นคนทำ ผู้กองคงไม่ได้ยืนหายใจรดต้นคอผมอยู่แบบนี้หรอกครับ..." ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำราวกับมนต์สะกด "และที่สำคัญ... คนที่ฆ่าคนงานคนนี้ ไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา แต่เขาคือคนที่คุณเคยรู้จัก... คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจอคิน ร่างกายของนายตำรวจหนุ่มชาวันวาบ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ตลอดหลายปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมตัว เผลอคลายมือออกจากคอเสื้อของอีกฝ่าย "นาย... นายหมายความว่ายังไง?" อคินถามเสียงสั่นระรัว ศิลาถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว จัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะชี้ปลายนิ้วไปยังเสาปูนต้นที่ร่างคนงานถูกตรึงอยู่ "ลองมองดูที่รอยสักอักขระนั่นให้ดีสผู้กอง... นั่นไม่ใช่ไสยเวทขาวที่ผมสอนคุณ แต่มันคือ 'อาคมย้อนรอย' ของสำนักอัคคีทมิฬ... สำนักเดียวกับที่ฆ่าคนรักของคุณเมื่ออดีต" อคินหันขวับกลับไปมองที่ร่างบนเสาอีกครั้ง ด้วยแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องกระทบมุมใหม่ อักขระสีดำบนหน้าผากศพเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นสัญลักษณ์รูปเปลวไฟสีเลือดที่คุ้นตาอย่างน่าสยดสยอง... สัญลักษณ์ที่เขาตามล่ามาครึ่งค่อนชีวิต ทว่า ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงหัวเราะแหลมเล็กและเย็นเยียบก็ดังแว่วมาจากความมืดหลังโครงสร้างสะพาน พร้อมกับร่างเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งวาบหายไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ศิลาหรี่ตามองไปยังทิศทางนั้น รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมจริงจังเป็นครั้งแรก "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้มาแค่เพื่อดูศพหรอกนะผู้กอง... แต่เรากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้ต้อนรับเราสองคนต่างหาก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดและเงื่อนงำในจิตใจของตัวละครด้วยกันนะครับ *อรุณมนตราขาว*
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%