กลิ่นอับของกระดาษโบราณและควันธูปจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบชั้นสองของกองปราบปราม แสงไฟสีส้มจากโคมัตน์บนโต๊ะส่องกระทบสันนิ้วเรียวยาวของศิลา ขณะที่เขากำลังพลิกหน้าสมุดบันทึกปกหนังสีเข้มที่เปื่อยยุรอนั่นอย่างระมัดระวัง ราวกับมันเป็นวัตถุโบราณที่พร้อมจะสลายเป็นฝุ่นผงได้ทุกเมื่อ
ร้อยตำรวจโทอคินยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง สายตาคมกริบจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบื้องล่าง ความเงียบงันระหว่างพวกเขามีนํ้าหนักถ่วงดึงราวกับแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ศิลา" เสียงทุ้มต่ำของอคินเอ่ยทำลายความเงียบ ความเย็นชาในนํ้าเสียงนั้นเจือด้วยความระแวงที่สะสมมานาน "บันทึกเล่มนั้นไม่ใช่ของสำนักพระพุทธคุณทั่วไปที่คุณเคยอ้าง... และรอยสักอักขระบนแผ่นหลังของคุณ มันก็ไม่ได้มาจากครูบาอาจารย์สายเมตตามหานิยมแบบที่ชาวบ้านเข้าใจกัน"
ศิลาชะงักมือเล็กน้อย เขายังไม่เงยหน้าขึ้นจากสมุด เล่มนั้นเปิดค้างไว้ที่หน้าซึ่งเต็มไปด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงและภาพร่างโครงสร้างยันต์ที่ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะขีดเขียนขึ้นมาด้วยสติสัมปชัญญะปกติ
"คุณนี่ช่างสังเกตสมกับเป็นมือหนึ่งด้านสืบสวนเสียจริงครับ หมวดอคิน" ศิลาเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความเย้ายวนและอันตรายในคราวเดียวกัน "แต่บางความจริง... ถ้าคุณขุดลึกเกินไป ดินโคลนอาจจะถล่มลงมาฝังร่างคุณไว้โดยที่ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ"
"ผมไม่กลัวความมืด ศิลา... ผมกลัวคนที่ใช้ความมืดมาปิดบังความจริงต่างหาก" อคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงค้ำโต๊ะทำงานเพื่อกดดัน สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีดิบเถื่อนระหว่างนักสืบผู้ยึดมั่นในตรรกะกับผู้มีอาคมผู้กุมความลับดำมืดแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับอัดแน่นด้วยประจุไฟฟ้า
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาคู่คมไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "ถ้าคุณอยากรู้หนักหนา... ผมจะเล่าให้ฟังก็ได้ว่าทำไมรอยสักพวกนี้ถึงต้องแลกมาด้วยเลือดและวิญญาณ"
นิ้วเรียวแตะลงบนหน้ากระดาษแผ่นเก่าที่เหลืองกรอบ บันทึกเล่มนี้ไม่ได้บันทึกคาถาอาคมเพื่อการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่มันคือ 'สมุดบัญชีเลือด' ของตระกูลที่ถูกสาป
"ย้อนกลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน สำนักของผมไม่ได้สอนให้คนศรัทธาในความเมตตาครับ หมวด" ศิลาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกราวกับกำลังขับกล่อมในความฝันอันมืดมน "บรรพบุรุษของผมเป็นผู้คุม 'ทัณฑ์อาคม' สายดาร์กที่ทำหน้าที่ชำระล้างคนบาปที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง... ด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมไม่แพ้พวกมัน วิชาไสยเวทขาวที่คุณเห็นผมใช้ในวันนี้ แท้จริงแล้วมันถูกสกัดกลั่นกรองมาจากความเจ็บปวด ความแค้น และวิญญาณนับร้อยที่ถูกสังเวยให้กับพิธีกรรมโบราณ"
อคินขมวดคิ้วแน่น "คุณกำลังบอกว่าวิชาที่คุณใช้ช่วยคดีฆาตกรต่อเนื่อง... เป็นมรดกตกทอดจากการฆาตกรรมเชิงพิธีกรรมอย่างนั้นรึ?"
"ไม่ใช่การฆาตกรรมครับ... แต่มันคือ 'ความสมดุล'" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวอคินจนนายตำรวจหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ความใกล้ชิดนี้ทำให้กลิ่นกายจางๆ ของไม้กฤษณาและกำยานผสมผสานกับความเคร่งเครียดของบรรยากาศได้อย่างน่าประหลาด "คุณคิดว่าทำไมผมถึงมองทะลุจิตใจฆาตกรได้ทุกครั้ง? เพราะเงาในตัวผมกับพวกมัน... ใช้เชื้อเพลิงชนิดเดียวกัน"
อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า เขากลับรู้สึกเร้าใจกับความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวศิลาอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนาของอคินเอื้อมไปคว้าข้อมือของศิลาไว้แน่น บีบมันเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่สายตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนเร้นความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง
"อย่าพูดจาดูถูกตัวเองแบบนั้น ศิลา" อคินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "ต่อให้คุณจะมีอดีตที่โสมมแค่ไหน แต่ปัจจุบัน... คุณกำลังยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผม"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ายวนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความซับซ้อนในแววตาที่ยากจะคาดเดา "คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือครับ... ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างคุณคนนี้ คือคนที่คุณควรไว้ใจที่สุด?"
ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้หมวดสาวลูกน้องคนสนิท สีหน้าของเธอซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"ผู้หมวดคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ... เราเพิ่งได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อคืนนี้ ถูกพบเป็นศพในสภาพที่... ที่..." ลูกน้องหนุ่มสาวอึกอักด้วยความตื่นตระหนก
"สภาพเป็นยังไง พูดมาให้ชัดเจน!" อคินหันไปสั่งเสียงเข้ม ละมือออกจากข้อมือของศิลาอย่างไม่เต็มใจนัก
"สภาพศพ... ถูกกรีดแผ่นหลังด้วยอักขระโบราณชนิดเดียวกับที่อยู่ในสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่มีผิดเพี้ยนค่ะท่าน... และที่สำคัญที่สุด บนหน้าอกของศพ มีรอยหมึกเขียนด้วยลายมือของคุณศิลาทิ้งไว้... เป็นสัญลักษณ์คำเตือนถึงคุณอคินโดยเฉพาะ!"
อคินหันขวับกลับมามองศิลาทันที ทว่าเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานบัดนี้ว่างเปล่า... สมุดบันทึกเล่มเก่าถูกปิดลงสนิท และเหลือเพียงความเย็นยะเยือกของอากาศ กับรอยยิ้มจางๆ ที่ยังคงทิ้งไว้ในความทรงจำ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 19
บันทึกเล่มเก่า
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!