กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องสอบสวนชั่วคราว อคินจ้องมองรอยนิ้วมือสีคล้ำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องบนโต๊ะ มันไม่ใช่รอยนิ้วมือธรรมดา แต่เป็นรอยคราบน้ำมันจันทน์ผสมว่านไสยวันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า "ไม่มีอยู่จริงในทางชีววิทยา" แต่มันกลับปรากฏเด่นชัดอยู่บนเอกสารราชการที่เขาถือ
"ดูเหมือนว่า... คนบาปที่คุณตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลยล่ะครับ ผู้กอง"
ประโยคทิ้งท้ายของศิลายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มผู้มีดวงตานิ่งสนิทราวกับห้วงน้ำลึกคนนั้น นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเปลือยสาดกระทบสันจมูกและโครงหน้าคมคาย ศิลาไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ราวกับผู้ล่าที่นั่งมองเหยื่อติดกับดักด้วยความอดทนอันน่ากลัว
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว เขาคือนายตำรวจผู้ยึดมั่นในตรรกะ กฎหมาย และหลักฐานที่จับต้องได้ ทุกคดีที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานถูกคลี่คลายด้วยสมองและเหตุผล ไม่ใช่ด้วยธูปเทียนหรือคาถาอาคม แต่ภาพศพในคดีล่าสุด—ที่มีรอยกรีดรูปอักขระโบราณบนแผ่นหลังโดยไร้รอยต่อของเสื้อผ้า—กำลังทุบทำลายกำแพงแห่งเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
"คุณหมายความว่ายังไง ศิลา" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากราม2ข้างขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "อย่ามาเล่นลิ้นกับผม ถ้าคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับฆาตกร ก็พูดออกมาตรงๆ ในฐานะเจ้าพนักงาน ผมมีอำนาจพอที่จะลากคุณเข้าห้องขังได้ตลอดเวลา แม้ว่าคุณจะอ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาพิเศษก็ตาม"
ศิลายิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้สื่อถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงความเย้ยหยันอันลุ่มลึกที่ทำให้อคินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กน้อยที่กำลังถือมีดของเล่น
"ห้องขังเหรอครับ ผู้กองอคิน" ศิลาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่ากรงเหล็กแผ่นหนาพวกนั้น จะขังคนที่เดินเข้าออกระหว่างความเป็นกับความตายได้จริงๆ หรือครับ... หรือที่จริงแล้ว สิ่งที่คุณพยายามขัง ไม่ใช่ตัวผม แต่เป็น 'ความจริง' ที่คุณหวาดกลัวต่างหาก"
อคินนิ่งงัน คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ อดีตอันดำมืดเมื่อสี่ปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของน้องสาวแท้ๆ ที่นอนสิ้นลมหายใจบนเตียงสีขาว โดยมีรอยช้ำรูปร่างประหลาดบนข้อมือ แพทย์ลงความเห็นว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่วันนั้น อคินได้กลิ่นควันธูปจางๆ ลอยวนอยู่ในห้องปิดตายที่ไม่มีทางเป็นไปได้
เขากำแฟ้มในมือแน่นจนกระดาษยับย่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ระหว่าง "โลกที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์" กับ "ความจริงอันโสมมทางไสยเวท" ที่ศิลากำลังเปิดประตูต้อนรับเขาเข้าไป
"คุณกำลังจะบอกว่า... ผมเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างนั้นสินะ" อคินถามลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่หูจำเป็น "เลิกเล่นเกมจิตวิทยาบ้าๆ นี่แล้วบอกผมมาสิว่ารอยนิ้วมือบนแฟ้มนี่มันคืออะไร!"
ศิลายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย จนกลิ่นกายเฉพาะตัว—ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษเก่าและไม้จันทน์หอม—ลอยเข้าแตะจมูกอคิน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว อคินไม่ได้ถอยหนี แม้สัญชาตญาณจะร้องเตือนว่าอันตราย แต่ความดึงดูดประหลาดบางอย่างกลับตรึงเขาไว้กับที่
ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน
"ลองเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณดูสิครับ... แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมผมถึงบอกว่า คนบาปคนนั้น อยู่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด"
สิ้นคำพูด ศิลาก็ถอยหลังกลับไปยืนที่เดิมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้อคินยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ลมหายใจสะดุดกักขณะที่สมองประมวลผลคำสั่งนั้น
ลิ้นชักโต๊ะทำงาน... สมุดบันทึกเล่มนั้นเป็นของน้องสาวเขา ที่เขาเก็บรักษาไว้เหมือนสมบัติล้ำค่าและไม่เคยเปิดอ่านมันอีกเลยนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ
อคินหันขวับกลับไปมองโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่าลิ้นชักล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา แต่กุญแจดอกนั้น... อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาเอง ไม่มีใครไขมันได้นอกจากเขา
มือหนาเอื้อมไปหยิบกุญแจด้วยความลังเลที่สั่นระริก ปลายนิ้วเย็นเฉียบขณะไขแม่กุญแจ เสียงสปริงดีดตัวดังคลิกเบาๆ ในความเงียบสงบของห้องสอบสวน อคินดึงลิ้นชักออกช้าๆ เผยให้เห็นสมุดปกหนังสีดำเข้มที่นอนนิ่งสนิทอยู่ข้างใน
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ หยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดไปยังหน้าสุดท้ายตามที่ศิลาบอก
แสงไฟสลัวสาดส่องลงบนกระดาษสีเหลืองนวล ลายมือหวัดๆ ของน้องสาวที่เขาคุ้นเคยปรากฏแก่สายตา แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของอคินเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ ไม่ใช่ข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีดำ...
หากแต่เป็นรอยเปื้อนสีแดงฉานของคราบเลือดสดๆ ที่เพิ่งแห้งสนิท พร้อมกับกลิ่นอายไสยเวทจางๆ ที่โชยออกมาจากกระดาษแผ่นนั้น—และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ลายมือบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสด เป็นลายมือของใครอีกคน ที่ถูกเขียนขึ้น *เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง* ทั้งที่ห้องนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและศิลา!
"ยินดีต้อนรับสู่โลกอีกใบนะครับ ผู้กอง... ตอนนี้ คุณกับผม เป็นพวกเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 7
ช่องว่างระหว่างเหตุผล
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!