กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันธูปอบอวลเสียจนอคินรู้สึกคลื่นไส้ รสชาติฝาดเฝื่อนในลำคอราวกับเพิ่งกลืนเศษแก้วลงไป ความมืดมิดรอบตัวไม่ได้เกิดจากการดับไฟ แต่เป็นความมืดที่หนาแน่นราวกับมีชีวิต มันกดทับลงบนบ่าจนกระดูกสันหลังร้าวราน
"ยินดีต้อนรับสู่โลกอีกใบนะครับ ผู้กอง... ตอนนี้ คุณกับผม เป็นพวกเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
เสียงกระซิบกระผ่าวของศิลาดังก้องอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงต้นคอทำให้ขนลุกชัน ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าสัมผัสนั้นคือความจริงที่ว่า... ออคินปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างความจริงกับความงมงายอย่างเต็มตัว
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องฉีกกระชากความเงียบ แสงสีฟ้าจากสายฟ้าแลบวาบผ่านหน้าต่างกระจกสีของโกดังร้าง สะท้อนภาพสัจธรรมตรงหน้าให้ประจักษ์ชัด ร่างของเหยื่อรายล่าสุดถูกตรึงไว้กับแท่นบูชาไม้สักทองด้วยตะปูสังฆวานูขนาดใหญ่ เลือดสีดำคล้ำไหลรินหยดลงสู่พื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ติ๊ง... ติ๊ง...
อคินถอยหลังก้นกระแทกกับลังไม้เก่าโดยไม่รู้ตัว ปืนกล็อกในมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์และเหตุผลมาตลอดชีวิตอย่างเขา กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตำรากฎหมายเล่มไหนก็อธิบายไม่ได้
"อย่ามองมันด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ ผู้กอง" ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มเปื้อนฝุ่นดูโดดเด่นท่ามกลางความอัปมงคลนี้ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "ความจริงไม่ได้มีแค่ด้านที่พิสูจน์ได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์หรอกนะครับ"
"นาย... นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ศิลา" เสียงของอคินแหบพร่า เขาพยายามบังคับให้มันราบเรียบและหนักแน่นอย่างที่เคยทำเวลาสอบสวนผู้ต้องหา ทว่ามันกลับสั่นเครือจนน่าสมเพช
"ผมไม่ได้พาคุณมา... แต่คุณต่างหากที่เดินตามผมมาเอง" ศิลาแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเซ็กซี่และอันตรายในคราวเดียวกัน ชายหนุ่มย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะคราบเลือดบนพื้น แล้วป้ายลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างไม่นึกรังเกียจ "จำคำพูดของผมในคืนแรกที่เราเจอกันไม่ได้หรือครับ? คนบาปมักจะดึงดูดเข้าหากันเสมอ... และคุณ กับผม เราต่างก็มีอดีตที่สะอาดไม่พอที่จะยืนอยู่ในแสงสว่างด้วยกันทั้งคู่"
อคินกัดกรามแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนแวบเข้ามาในหัว... คืนนั้นที่ฝนตกหนัก คืนที่น้องสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในป่าลึก พร้อมกับรอยเปื้อนสีดำประหลาดบนต้นไม้ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีศพ ไม่มีแม้แต่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจสรุปว่าเป็นคดีคนหาย แต่วิญญาณของอคินรู้ดีว่ามันคือการถูกพรากไป
และไอ้รอยเปื้อนสีดำบนต้นไม้นั้น... ก็มีกลิ่นอายเดียวกับคราบเลือดตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
"ถ้าคุณรู้ว่าใครเป็นคนทำ..." อคินเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและอันตราย "บอกฉันมา ศิลา... อย่าเล่นเกมจิตวิทยากับฉันอีก"
ศิลาหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าก่อนที่คู่หูหนุ่มปริศนาจะได้เอ่ยปากตอบอะไร บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
อุณหภูมิในโกดังลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอบอวลของควันธูปแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ถูกทิ้งไว้กลางแดดนานนับเดือน เงาดำมหึมาหลายสายเริ่มเคลื่อนไหวไหววูบอยู่ตามมุมมืดของเสาปูน เสียงกระซิบกระซาบด้วยภาษาที่ไม่รู้จักนับร้อยเสียงดังระงมขึ้นจากทุกทิศทุกทาง ราวกับนรกกำลังเปิดประตูต้อนรับผู้บุกรุก
"ระวังตัวด้วยครับ..." ศิลาเปลี่ยนสีหน้าจากความเยือกเย็นเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที มือแกร่งคว้าแขนอคินกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนอกแนบชิดกัน "พวกมันมารับของสังเวยแล้ว"
อคินไม่ทันได้ต่อว่าเรื่องการฉวยโอกาสของอีกฝ่าย ปลายกระบอกปืนถูกยกขึ้นเล็งกราดไปทั่วความมืด หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด นี่ไม่ใช่การสอบสวนฆาตกรต่อเนื่องธรรมดา แต่นี่คือการเผชิญหน้ากับความตายที่ไร้รูปร่าง
ฟึบ!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงเปรียบเสมือนลูกธนู ศิลาผลักอคินล้มกลิ้งหลบไปอีกทาง พร้อมกับสะบัดมือซัดแผ่นยันต์สีทองอร่ามออกไปปะทะกับความมืด
เปรี้ยะ! ประกายไฟสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดแก้วหูจนอคินต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ ความเจ็บปวดแปลบปลาดแล่นริ้วเข้าสู่สมองราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
"อย่ามองตาพวกมัน!" ศิลาตะโกนลั่น ขณะพุ่งตัวเข้ามาบังร่างให้อคินที่กำลังเสียหลัก มือข้างหนึ่งของศิลาถือมีดหมอโบราณที่สลักอักขระขอมเรืองแสงสีแดงก่ำ เลือดสีแดงสดไหลซึมจากฝ่ามือของศิลาที่กำคมมีดแน่นเพื่อปลุกพลังอาคมให้ตื่น
อคินหอบหายใจหนักหน่วง แผ่นหลังแนบติดกับพื้นเย็นเยียบ สายตาคมกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ศิลาในยามนี้ช่างดูแตกต่างจากชายหนุ่มเจ้าสำราญที่ชอบยั่วยุเขาในยามปกติอย่างสิ้นเชิง แผ่นหลังกว้างที่กำลังปกป้องเขาอยู่นี้ แผ่รังสีความน่าเกรงขามและความดาร์กที่ทรงพลังจนน่าหลงใหล
"คุณนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะ ผู้กอง" ศิลาเหลือบสายตากลับมามองแวบหนึ่ง มุมปากยังมีรอยยิ้มเจื่อนๆ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด "บอกให้อยู่เฉยๆ ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย"
"ฉันไม่ใช่ภาระของคุณ..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนเคียงข้างศิลา แม้ขาจะสั่นแต่สายตายังคงแน่วแน่ "และฉันก็ไม่เคยขอให้ใครมาปกป้อง"
ศิลาหัวเราะร่วนท่ามกลางเสียงคำรามของภูตผี "ปากแข็งเสียจริง... งั้นเรามาดูกันว่า คุณจะปากแข็งได้อีกนานแค่ไหน"
สิ้นคำพูดของศilา พื้นคอนกรีตใต้เท้าของพวกเขาก็แตกร้าวออกเป็นทางยาว ไอสีดำพวยพุ่งขึ้นมาราวกับลาวาจากขุมนรก ร่างเงาดำนับสิบพรูออกมาจากรอยแยกนั้น พุ่งตรงเข้าใส่พวกเขาทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง ศิลาวาดอาคมเป็นวงกลมป้องกันรอบตัว ขณะที่อคินตัดสินใจทำในสิ่งที่ท้าทายสัญชาตญาณ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กัดนิ้วตัวเองจนเลือดซึม แล้วป้ายลงบนกระสุนปืนนัดสุดท้ายในรอก ก่อนจะบรรจุกลับเข้าไปในรังเพลิง แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท แต่เขื่อมั่นใน "เจตจำนง" ของตัวเอง
"ถ้าพวกแกต้องการชีวิตนักสืบ..." อคินตวัดสายตามองเงาดำเบื้องหน้าด้วยความดุดันไม่แพ้กัน "ก็เข้ามาเอาเอง!"
ปัง! เสียงปืนนัดเดียวดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟจากกระสุนอาคมพุ่งทะลวงความมืดจนเกิดระเบิดวงกว้าง แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วโกดัง เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านอาคม...
ไม่ใช่แค่ภูตผี... แต่ตรงใจกลางรอยแยกนั้น มีร่างของมนุษย์คนหนึ่งถูกฝังผนึกไว้ในผนังปูน ร่างนั้นสวมเครื่องแบบตำรวจยศ "สารวัตร" ที่อคินคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ใบหน้าซีดเซียวไร้ลมหายใจนั้นหันมาสบตากับเขา พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับพูดไร้เสียง
*ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... น้องชาย*
......................................................................
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและอาคมอำพรางนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 8
กับดักแห่งอดีต
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!