“ถ้าคุณยังขยับตัวเข้าหาผมอีกแค่เซนติเมตรเดียว อาคมชำระบาตรที่ผมลงยันต์ไว้ที่ข้อมือนี้ อาจจะทำให้กระดุมเสื้อเชิ้ตของคุณหลุดรุ่ยโดยไม่ต้องใช้มือแกะนะครับ หมวดอคิน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นเจือรอยยิ้มหยันอันเป็นเอกลักษณ์ ศิลาไม่ได้ขยับหนີไปไหน แม้ว่าพื้นที่ภายในช่องระบายอากาศใต้ฐานโบสถ์ร้างแห่งนี้จะแคบจนแผ่นหลังของรตท.อคินแนบชิดกับผนังปูนเปลือยเย็นเยียบแล้วก็ตาม ความมืดมิดสนิทรอบตัวทำให้ประสาทสัมผัสด้านอื่นถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด กลิ่นอายจางๆ ของกำยานและเหงื่อกาฬที่ผสมผสานกับความกดดันทางจิตวิญญาณ สร้างบรรยากาศที่ทั้งอันตรายและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะในเวลาเดียวกัน
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาเลยแม้แต่น้อย แต่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่เหนือเพดานไม้เก่าๆ ทำให้พวกเขาทั้งคู่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเบียดกายซ่อนตัวอยู่ในช่องแคบๆ นี้เพื่อหลบเลี่ยงการปะทะที่ยังไม่ถึงเวลา
ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มมองฝ่าความมืดไปยังใบหน้าของชายหนุ่มปริศนา อคินเกลียดความรู้สึกไร้ทางสู้ เกลียดการต้องพึ่งพาไสยเวทที่เขาไม่เคยเชื่อมั่น และเหนือสิ่งอื่นใด… เขาเกลียดความจริงที่ว่าร่างกายของศิลาในยามนี้กำลังสร้างแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ
“เงียบปากแล้วถอยออกไปซะ ศิลา” อคินกระซิบลอดไรฟัน ลลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านแก้มของอีกฝ่ายทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความอึดอัด “คดีนี้เรากำลังสืบหาเบาะแสฆาตกรต่อเนื่อง ไม่ใช่มาเล่นเกมประสาท”
“ผมไม่ได้เล่นเกมนะครับ หมวด” ศิลาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บนผิวแก้ม “แต่คุณต่างหากที่กำลังตื่นตระหนก… ไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าข้างบนนั้นหรอก แต่เป็นเพราะคุณกำลังรู้ตัวว่า คุณกำลังยืนอยู่ใกล้ 'คนบาป' อย่างผมเกินกว่าที่กฎหมายและเหตุผลของคุณจะอนุญาตต่างหาก”
นิ้วเรียวยาวของศิลาไม่ได้อยู่เฉย เขายกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของอคิน ราวกับจะจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้อย่างสุภาพ แต่ทว่าปลายนิ้วนั้นกลับจงใจไล้ผ่านผิวเนื้อบริเวณลำคอแกร่งเบาๆ อย่างจงใจยั่วยวน อคินสะท้านเฮือกโดยไม่ตั้งใจ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียด สัญชาตญาณนักสืบสั่งให้เขาผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง แต่สัญชาตญาณดิบภายในกลับกระซิบให้เขาปล่อยให้มันดำเนินต่อไป
“หยุดรุ่มร่าม…” อคินขู่เสียงต่ำ มือใหญ่เอื้อมไปควաբข้อมือของศิลาไว้แน่น บีบตรึงมันไว้กับผนังปูนเพื่อหยุดการคุกคาม แต่การกระทำนั้นกลับทำให้ร่างกายของพวกเขายิ่งแนบชิดสนิทกันมากกว่าเดิม หน้าอกกว้างของทั้งคู่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด ความร้อนจากร่างกายของศิลาซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนแทบจะเผาผลาญความเยือกเย็นที่อคินพยายามสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตการทำงาน
ในความมืดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นรัวแข่งกับเสียงฝีเท้าข้างนอก ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มพร่าและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ดวงตาคู่นั้นพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอคิน แม้จะมองไม่เห็นชัดเจน แต่ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของศิลานั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง
“คุณกลัวอะไรเหรอครับอคิน… กลัวอาคมของผม หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้กันแน่”
“ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น” อคินปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ความสั่นไหวในน้ำเสียงจะทรยศคำพูดของตนเองอย่างสิ้นเชิง “สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือหลักฐานที่จะมัดตัวคนร้าย ไม่ใช่คำพูดไร้สาระของพวกหมอผีอย่างคุณ”
“ปากแข็งจังนะครับ” ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของนายตำรวจหนุ่ม “งั้นลองพิสูจน์ให้ผมดูสิครับ ว่าหัวใจที่ยึดมั่นในความจริงอันไร้ชีวิตชีวาของคุณ มันจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน”
ก่อนที่อคินจะได้ตอบโต้คำท้าทายนั้น ศิลาก็พลิกข้อมือกลับมาเป็นฝ่ายรวบมือของอคินตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง แรงกดดันจากวิชาอาคมจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือของศิลา ทำให้เรี่ยวแรงของอคินลดทอนลงไปชั่วขณะ ความเป็นมืออาชีพและความเย่อหยิ่งของสารวัตรหนุ่มถูกท้าทายจนถึงขีดสุด ช่องว่างระหว่างพวกเขาหมดสิ้นลง เหลือเพียงสัมผัสจากอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนรุ่มและกลิ่นอายอันลึกลับที่โอบล้อมทั้งคู่ไว้ในความมืด
อคินเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาจ้องมองศิลาด้วยแววตาดุดัน แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้ก็ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเปราะบางและอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของอีกฝ่าย
เสียงฝีเท้าข้างบนเงียบเสียงลงแล้ว… ความเงียบสงัดโรยตัวลงมาแทนที่ ทว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขากลับยิ่งร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะถอนตัว
ศิลาค่อยๆ คลายมือออกอย่างช้าๆ ปล่อยให้อคินเป็นอิสระ แต่เขาก็ยังไม่ถอยห่าง ดวงตาคมคายคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มในความมืด ก่อนที่มือเรียวจะเลื่อนลงไปสัมผัสกับกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้านในของอคินที่ซ่อนสมุดบันทึกหลักฐานชิ้นสำคัญเอาไว้
อคินชะงัก รีบคว้าข้อมือของศิลาไว้ทันที “คุณจะทำอะไร…”
“ชูst…” ศิลาส่งเสียงปรามเบาๆ พร้อมกับดึงสมุดบันทึกเล่มเล็กที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังออกมาจากกระเป๋าของอคินได้อย่างแนบเนียน “ผมไม่ได้จะแย่งของของคุณหรอกครับ… แต่ดูนี่สิ”
ศิลาใช้นิ้วแตะลงบนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยหมึกเก่าๆ แสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ ก็ปรากฏขึ้น เผยให้เห็นอักขระโบราณที่ถูกเขียนทับด้วยเลือด ซึ่งซ่อนอยู่ด้วยอาคมอำพรางสายตาที่แม้แต่อคินผู้ยึดมั่นในความจริงทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
อคินเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏขึ้นบนกระดาษ มันไม่ใช่แค่บันทึกการฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นรายชื่อเป้าหมายรายต่อไป… และหนึ่งในนั้นมีชื่อของตัวเขาเองระบุไว้อย่างชัดเจน
“ดูเหมือนว่า…” ศิลาหันมาสบตากับอคิน รอยยิ้มจางๆ หายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมจริงจัง “เราไม่ใช่แค่คนแอบฟังที่กำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะครับ หมวด… แต่พวกมันกำลังรอต้อนรับเราอยู่ข้างนอกนั่นต่างหาก”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 9
ค่ำคืนที่ลมหายใจใกล้กัน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!