"ปืนกล็อกสิบเก้าในมือคุณ ไม่มีกระสุนสักนัดหรอกครับ ผู้กองอคิน... สิ่งที่คุณควรเหนี่ยวไกในความมืดแบบนี้ คือสัญชาตญาณ ไม่ใช่โลหะเย็นเฉียบที่ไร้วิญญาณ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่ทาบทับเข้ามาด้านหลังอย่างแนบชิด กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้จันทน์และควันธูปผสมกับกลิ่นฝนปะปนอยู่ในลมหายใจ อคินสะท้านเฮือก ความเย็นยะเยือกของมีดสั้นอาคมที่ถืออยู่แทนที่เหล็กกล้าแห่งความตาย กระตุ้นประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
ในความมืดสนิทของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเป้าหมายของการสืบสวนคดีฆ่าบูชายัญที่ไร้ร่องรอย อคินกัดฟันกรอด นิ้วมือที่กำด้ามมีดสั้นสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ตกหลุมพรางความเหนือชั้นของชายด้านหลังอีกครั้ง
เขาเหวี่ยงข้อศอกไปด้านหลังอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของนายตำรวจมือปราบ แต่ศิลา (ผู้เชี่ยวชาญไสยเวทขาวผู้มีรอยยิ้มเยnเยือกประดับมุมปากเสมอ) กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ราวกับล่วงรู้อยู่แล้วว่าเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร
"อย่าดื้อรั้นในเวลาแบบนี้เลยครับ ผู้กอง... คุณกำลังเดินเข้าสู่เขตอาคมถอนวิญญาณ ถ้าก้าวพลาดอีกเพียงก้าวเดียว วิญญาณในตัวคุณจะถูกดึงออกไปก่อนที่ผมจะได้ทันร่ายคาถาป้องกันเสียอีก" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่ทำให้อคินต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ
อคินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้ความมืดจ้องมองใบหน้าครึ่งซีกของศิลาที่ถูกแสงจันทร์สาดส่องลงมาจากช่องหลังคาผุพัง แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต แววตาของศิลายังคงนิ่งสงบและพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ซึ่งมันช่างน่าหงุดหงิดสิ้นดีในสายตาของนายตำรวจผู้ยึดมั่นในความจริงเชิงประจักษ์
"ผมไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้... ศิลา สิ่งที่เราต้องหาคือปลอกกระสุนปืนลูกซองของฆาตกร ไม่ใช่มายืนฟังคุณพูดจาปรัชญาชวนขนลุกในที่อับชื้นแบบนี้" อคินกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสمانกลับมาที่ภารกิจตรงหน้า แม้ร่างกายจะยังคงรับรู้ถึงสัมผัสอันตรายและเย้ายวนจากระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นระหว่างเขากับอีกฝ่าย
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและดึงดูดใจอย่างประหลาดในความเงียบสงัด "ความจริงเชิงประจักษ์อย่างนั้นหรือครับ? แล้วรอยกรีดรูปวงกลมบนศพห้ารายที่ผ่านมาล่ะครับ ผู้กองอคิน... วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้หรือยังว่ามันเกิดจากอะไร? แรงดันอากาศ? หรือร่องรอยของมีดผ่าตัดทั่วไป?"
อคินชะงักไปชั่วขณะ คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนบาดแผลในอดีตที่เขาพยายามปิดตาย ภาพของน้องสาวที่จากไปอย่างไร้สาเหตุผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องไสยเวท แต่หลักฐานในคดีนี้กลับตบหน้าเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
"หุบปากซะ..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ขยับตัวเดินผ่านหน้าศิลาไปเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องลับด้านในสุดของโกดัง ซึ่งเป็นจุดที่สายสืบทิ้งรายงานสุดท้ายไว้ก่อนขาดการติดต่อ
กลิ่นธูปและควันพิษเริ่มอบอวลหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตามทุกย่างก้าวที่พวกเขาเคลื่อนลึกเข้าไป มันไม่ใช่กลิ่นธูปหอมบูชาพระทั่วไป แต่เป็นกลิ่นฉุนกานพลูและรากไม้โบราณที่เผาไหม้เพื่อสะกดจิตและอำพรางกลิ่นอายของพลังงานบางอย่าง อคินยกมือขึ้นปิดจมูกเล็กน้อย อาการวิงเวียนศีรษะเริ่มเล่นงานเขาอย่างรวดเร็ว
"ระวัง!"
ศิลาพุ่งเข้ามาคว้าแขนอคินไว้แล้วกระชากถอยหลังอย่างแรงในเสี้ยววินาที
*ฉับ!*
เงาดำมหึมาพุ่งแหวกอากาศผ่านหน้าพวกเขาไปปักลงบนผนังปูนด้านหลังอย่างจัง มันคือลูกศรอาคมที่ทำจากกระดูกสัตว์ป่า แกะสลักด้วยอักขระโบราณที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองสีแดงเข้ม ก่อนจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตา
อคินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความตกใจ หากไม่ใช่เพราะแรงกระชากของศิลาเมื่อครู่ ลูกศรดอกนั้นคงฝังทะลุหัวใจของเขาไปแล้ว
"เห็นไหมครับ... ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่สิ่งที่คุณมองเห็นผ่านกล้องจุลทรรศน์" ศิษายังคงกุมข้อมือของอคินไว้แน่น แรงบีบนั้นมั่นคงและอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่หนתหน่วงและเต็มไปด้วยกลิ่นอายมรณะ
อคินหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าคมคายมีเหงื่อผุดพรายตามไรผม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาในระยะประชิด แววตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืดที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากภายนอก เคมีอันตรายระหว่างนายตำรวจผู้ยึดมั่นในเหตุผลกับผู้มีอาคมผู้ลึกลับ แผ่ซ่านความตึงเครียดและแรงดึงดูดทางจิตวิทยาที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยมือได้แล้ว..." อคินเอ่ยเสียงพร่า พยายามดึงข้อมือตนเองกลับ แต่วิถีการจับของศิลากลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
"ถ้าผมปล่อย... ใครจะปกป้องคนหัวดื้ออย่างคุณล่ะครับ ผู้กอง?" ศิ้ายิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริมคู่นั้นพราวระยับด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
ทั้งสองยืนนิ่งท่ามกลางกลิ่นธูปและควันพิษที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ก่อนที่ศิลาจะหันขวับไปมองยังมุมมืดสุดทางเดินของโกดัง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นในทันที
"มีบางอย่างกำลังมา..." ศิมากระซิบเตือน พร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นวาดอักขระกลางอากาศเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้ม
อคินดึงสติกลับมาสู่โหมดมืออาชีพในทันที นิ้วมือเรียวยาวกระชับมีดสั้นอาคมในมือแน่นขึ้น สายตากวาดมองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงสวดพึมพำภาษาโบราณที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนเปลือย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เงาดำแรกจะก้าวพ้นมุมเสาไฟ อคินกลับเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นใกล้กับกองเถ้าถ่านของลูกศรอาคม
มันคือเข็มกลัดเงินรูปตราสัญลักษณ์ของกรมตำรวจ... ชิ้นเดียวกับที่ผู้กองวิชาญ เพื่อนสนิทและผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาใช้ติดเครื่องแบบอยู่เป็นประจำ และมันเพิ่งขาดการติดต่อหายตัวไปเมื่อสามวันก่อน!
อคินชะงักงัน ลลมหายใจสะดุดกึก ความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันเจ็บปวดและน่าตกใจยิ่งกว่าวิญญาณร้ายตนใดในโกดังแห่งนี้
"ผู้กองวิชาญ..." อคินพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งของความตกตะลึง
ศิลาหันมามองอคินด้วยสายตาที่อ่านยาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที
"ดูเหมือนว่า... คนบาปที่คุณตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลยล่ะครับ ผู้กอง"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะครับ - อนุมันตราขาว
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 6
กลิ่นธูปและควันพิษ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!