อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 3

ก้าวแรกในโลกของความเชื่อ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
เสียงลากโซ่โลหะครูดกับพื้นปูนซีเมนต์ดังก้องสะท้อนในโถงทางเดินยามวิกาล ราวกับความตายกำลังลากสังขารของตัวเองมาเคาะประตูทวงสัญญา อคินยืนนิ่งสนิทอยู่หลังบานประตูไม้ทึบ หัวใจของนายตำรวจหนุ่มเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึก มือข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด แม้สมองส่วนหน้าจะพยายามตะโกนบอกตัวเองว่านี่คือหลักการทางฟิสิกส์และจิตวิทยาของคนร้ายที่ต้องการเล่นตลก แต่วินาทีที่กลอนประตูเริ่มสั่นไหวและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ผิวหนังทั่วร่างของเขากลับลุกชันด้วยสัญชาตญาณดิบ ปัง! เสียงปืนนัดเดียวแหวกความเงียบงันขึ้นจากด้านหลัง อคินสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ลมหายใจสะดุด ศิลาไม่ได้เล็งปืนใส่ประตู แต่กระสุนอาคมนัดนั้นยิงทะลุกรอบหน้าต่างกระจกด้านข้างออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องนอก ทันทีที่หัวกระสุนกระทบกับอากาศว่างเปล่า เสียงลากโซ่และเสียงเคาะประตูกลับมลายหายไปราวกับควันไฟ เหลือเพียงความเงียบงันและกลิ่นอับชื้นของฝนที่เกาะตัวตามผนัง "อย่าเอาปืนไปเล็งใส่สิ่งที่ไม่มีตัวตนครับ ผู้กองอคิน" ศิลาลดกระบอกปืนลงอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวของหลอดไฟฟلูออเรสเซนต์กะพริบไหวระริก รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ทรงเสน่ห์และอันตรายในคราวเดียวกัน "สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ ไม่ได้ต้องการกระสุนเหล็ก แต่มันต้องการ 'ความเข้าใจ'" อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงของชายหนุ่มลึกลับด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวเมื่อครู่ ปลายกระบอกปืนในมือของนายตำรวจหนุ่มจ่อเข้าที่อกเสื้อของศิลาอย่างไม่ลังเล "เลิกเล่นตลกบ้าๆ นี่เสียที ศิลา!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด "คุณทำอะไรลงไปเมื่อกี้? นี่คือการสืบสวนคดีฆาตกรรม ไม่ใช่โรงละครสัตว์ไสยศาสตร์ของคุณ! ถ้าผู้บังคับการไม่กดดันลงมาจนผมไม่มีทางเลือก ผมไม่มีวันยืนอยู่ตรงนี้เพื่อฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้แน่" ศิลาไม่สะทกสะท้านต่อปลายกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า เขากลับโน้มตัวเข้าหาอคินช้าๆ กลิ่นอายจางๆ ของกำยานและไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของนายตำรวจหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกราบมองลึกลงไปในดวงตาที่แข็งกร้าวของอคิน ราวกับกำลังอ่านหน้าหนังสือที่เปิดโล่ง "ความจริงเชิงประจักษ์ที่คุณกอดไว้แน่นเหมือนเปลือกหอย มันช่วยป้องกันคุณจากศพไร้หัวบนเสาปูนเมื่อสองวันก่อนได้ไหมครับ ผู้กอง?" เสียงกระซิบของศิลาแหบพร่าและเย้ายวนในคราเดียวกัน "คุณเกลียดไสยเวท เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ... คดีนี้กำลังจะทำให้คุณสูญเสียตำแหน่ง หรืออาจจะ... สูญเสียมากกว่านั้น ถ้าคุณยังดื้อดึงใช้แค่สมองโดยปิดหูและปิดตาจากโลกอีกด้านหนึ่ง" อคินชะงักไปชั่วขณะ คำพูดของศิลาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในอดีตที่เขาพยายามซ่อนเร้น ภาพของเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน—วันที่เขาต้องสูญเสียคู่หูไปในเหตุการณ์ที่ไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใดๆ รองรับ—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ นายตำรวจหนุ่มเม้มปากแน่น ดวงตาที่เคยดุดันไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ศิลาเห็นรอยร้าวในดวงตาคู่นั้น ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดปลายกระบอกปืนให้ออกห่างจากอกเสื้อของตนเองอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นเกินกว่าที่อคินจะขัดขืนได้โดยไม่สูญเสียความสำรวม "เรามีเวลาจำกัดครับ ผู้กอง" ศิลาผละตัวออกไปหยิบแฟ้มคดีฆาตกรรมบนโต๊ะทำงานขึ้นมาเปิด "เจ้านายของคุณต้องการปิดคดีนี้ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนที่สื่อจะขุดคุ้ยความจริงเรื่องรอยสักอักขระบนร่างผู้ตาย ศพที่สามกำลังรอเราอยู่ และถ้าผมเดาไม่ผิด... วิธีการฆ่าในครั้งนี้จะท้าทายตรรกะทั้งหมดที่คุณเคยเชื่อมั่นมาทั้งชีวิต" อคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เขารู้ดีว่าศิลาพูดถูก คำสั่งเบื้องบนกดดันลงมาจนเขาแทบหายใจไม่ออก คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เหยื่อทุกรายถูกควักหัวใจและสลักอักขระโบราณไว้บนกระดูกสันหลัง กลายเป็นตราบาปที่ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลนอนไม่หลับ การจำยอมก้าวเข้าสู่โลกของความเชื่อและไสยเวทกับชายแปลกหน้าคนนี้ จึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่—แม้ว่ามันจะเหมือนกับการเดินลงไปในขุมนรกโดยสมัครใจก็ตาม "ตกลง" อคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เขาดึงแฟ้มคดีในมือของศิลามาถือไว้เอง "ผมจะร่วมมือกับคุณเพื่อให้คดีนี้จบลง แต่จำไว้ศิลา... ถ้าผมพบว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกร หรือใช้คดีนี้เพื่อประโยชน์บ้าๆ ของพวกคุณ ผมจะยิงคุณด้วยมือของผมเอง ไม่ใช่กระสุนอาคม" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและความพึงพอใจ "ผมจะรอวันที่คุณถือปืนเล็งใส่ผมด้วยความรู้สึกที่แท้จริงนะครับ ผู้กอง... แต่ตอนนี้ เราต้องไปที่เกิดเหตุแห่งใหม่" ทั้งสองก้าวออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าสู่รถยนต์ประจำตำแหน่งของตำรวจหนุ่ม บรรยากาศภายในห้องโดยสารอวลไปด้วยความเงียบงันและความตึงเครียดที่ตัดไม่ขาด อคินทำหน้าที่เป็นคนขับ สายตาคมกวาดมองถนนยามค่ำคืนที่ว่างเปล่าผ่านกระจกมองข้าง ขณะที่ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างคนขับ ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนคอนโซลรถเป็นจังหวะราวกับกำลังสื่อสารกับสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น รถยนต์พุ่งทะยานผ่านความมืดมิด มุ่งหน้าไปยังเขตก่อสร้างร้างชานเมือง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับรายงานว่าพบศพเหยื่อรายล่าสุด สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง หยดน้ำกระทบกระจกหน้ารถแตกกระจายออกเป็นริ้วๆ คล้ายม่านหมอกที่ปิดกั้นโลกทั้งใบให้อยู่ในความอ้างว้าง เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าซากตึกคอนกรีตสูงแปดชั้นที่ถูกทิ้งร้าง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูกทันทีแม้กระจกรถจะยังปิดสนิท อคินดับเครื่องยนต์ หยิบไฟฉายแรงสูงขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับหันไปมองคู่หูจำเป็นที่นั่งอยู่ข้างกาย "ถึงแล้วครับ โลกที่คุณเกลียดชัง" ศิลาหันมาสบตาอคิน แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มลึกลับ ทำให้เห็นเงาสะท้อนที่ชวนให้รู้สึกขนลุกชัน "เตรียมใจไว้ให้ดีนะครับ... เพราะสิ่งที่เรากำลังจะเจอข้างในนั้น มันไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตธรรมดา" อคินไม่ตอบคำถาม เขาผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวลงไปสัมผัสกับพื้นผิวที่เปียกชื้นของสายฝน รองเท้าคอมแบตเหยียบลงบนพื้นดินแฉะๆ ขณะที่ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้าไปในซากตึกร้างที่มืดมิด มีเพียงลำแสงจากไฟฉายที่แหวกความมืดออกเป็นลำยาว พวกเขาเดินขึ้นบันไดปูนเปลือยทีละขั้น เสียงฝีเท้าก้องสะท้อนไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตที่ไร้ชีวิตชีวา จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นลานกว้างโล่งแจ้งที่ลมพัดโชยกลิ่นอับชื้นเข้าปะทะร่างอย่างรุนแรง อคินส่องไฟฉายไปรอบบริเวณ ก่อนที่ลำแสงสีขาวนวลจะหยุดนิ่งอยู่ที่กลางห้อง ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งถูกตรึงไว้กับโครงเหล็กเส้นที่โผล่อออกมาจากเสาปูน ทรวงอกถูกผ่าออกอย่างประณีตด้วยเครื่องมือแพทย์ และที่กลางหน้าอกนั้น... แทนที่จะเป็นหัวใจที่ถูกควักออกไป กลับมีวัตถุบางอย่างถูกฝังคาไว้แทน อคินก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องกระทบวัตถุแปลกปลอมที่อยู่ตรงกลางอกของเหยื่อ—มันไม่ใช่หัวใจมนุษย์... แต่เป็น "กระจกโบราณบานเล็ก" ที่สะท้อนเงาของใครบางคนกลับมา เงาในกระจกนั้นไม่ใช่ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อสาว... แต่เป็นใบหน้าของอคินเองที่กำลังจ้องมองกลับมาด้วยแววตาหวาดผวา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาสะท้อนในกระจกก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างน่าสยดสยอง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของเขาโดยตรง ทั้งที่ศิลายังยืนอยู่ห่างออกไปหลายเมตร *“ยินดีต้อนรับสู่เกมของเรา... ผู้กอง”* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%