อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 2

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นธูปสาบสางยังคงติดตรึงอยู่ในโพรงจมูกของ รตท.อคิน แม้ว่าร่างไร้วิญญาณบนเสาปูนจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถาบันนิติเวชเรียบร้อยแล้วก็ตาม แสงไฟนีออนสีขาวนวลของสถานีตำรวจนครบาลในยามดึกสงัดไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นเลย กลับยิ่งขับเน้นให้ความเงียบงันและความกดดันในห้องทำงานของเขากลายเป็นห้องขังไร้ลูกกรงที่บีบอัดโสตประสาท อคินใช้ปลายนิ้วคลึงขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ออาการปวดหัวตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่เสียงกรีดร้องโหยหวนอันไร้ที่มาของศพนั้นดังสะท้อนก้องในหัว ภาพนัยน์ตาขาวโพลนไร้แววของเหยื่อยังคงติดตา บาดลึกเข้าไปในความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยเหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์มาโดยตลอด ในโลกของอคิน ทุกคดีมีสาเหตุ ทุกรอยนิ้วมือมีเจ้าของ และทุกอาชญากรรมมีความโลภหรือความแค้นเป็นแรงขับเคลื่อน... แต่วิชาไสยเวทและพลังงานลี้ลับที่อยู่นอกเหนือตำราสืบสวนสอบสวนกำลังท้าทายทุกตรรกะที่เขาเชื่อมั่น แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าเฉียบขาดพอที่จะทำลายสมาธิอันเปราะบางของนายตำรวจหนุ่ม อคินเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีด้วยแววตาดุดัน เตรียมจะเอ่ยปากไล่ผู้บุกรุกยามวิกาล ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อพบว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาหาเขาอย่างไร้ซุ่มเสียงนั้น ไม่ใช่ร้อยเวรหรือจ่าสิบเอกเวรยศ แต่เป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเรียบหรูที่ส่งกลิ่นอายอันตรายและเย้ายวนในคราเดียวกัน ศิลา... แขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "ดึกป่านนี้แล้ว ตำรวจน้ำดีแห่งนครบาลยังนั่งจมอยู่กับกองซากศพและความคิดฟุ้งซ่านอีกหรือครับ ผู้กองอคิน" ศิลาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ในที ขายยาวๆ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารในแฟ้มสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดของนายตำรวจหนุ่ม อคินดึงใบหน้าให้กลับมาเรียบสนึง เขาวางปากกาในมือลงอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเอง ไม่ให้ความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านแสดงออกมาทางกายภาพมากเกินไป "ที่นี่คือสถานีตำรวจ ไม่ใช่ห้องรับแขกส่วนตัวของคุณ ศิลา" อคินเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเจือกระแสเตือน "และถ้าจำไม่ผิด ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณเข้ามาเหยียบที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้" ศิลาหัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและชวนให้รู้สึกขนลุกอย่างประหลาด ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือเท้าลงบนขอบโต๊ะทำงาน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนอคินต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายเฉพาะตัวที่อคินไม่สามารถระบุได้ "กฎหมายและระเบียบราชการอาจใช้ได้ผลกับคนเป็น... แต่กับคนที่กำลังจะตายจากอาคมสะกดวิญญาณอย่างที่ผู้กองกำลังเผชิญอยู่ เกรงว่ากฎหมายคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะครับ" ศิลาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอคิน นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความลับและสติปัญญาที่เหนือกว่า "ยิ่งถ้าสิ่งที่คุณเจอเมื่อคืนนี้... มันตามกลับมาถึงบ้านด้วยแล้วล่ะก็" คำพูดนั้นทำให้อคินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ แม้ภายนอกเขาจะตีสีหน้านิ่งเฉย แต่ภายในกลับไหววูบ เขาไม่ได้บอกใครเรื่องเสียงกรีดร้องที่ยังคงก้องอยู่ในหัว หรือแม้แต่ความรู้สึกเหมือนมีเงาปริศนาคอยติดตามมาตั้งแต่หน้าสถานีจนถึงห้องทำงาน... ศิลารู้ได้อย่างไร? หรืออีกฝ่ายเป็นคนชักใยเบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรก? "คุณหมายความว่ายังไง" อคินกดเสียงต่ำ สายตาดุดันจ้องประสานกับนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ มือขวาแอบเลื่อนไปใกล้ลิ้นชักโต๊ะที่มีปืนพกซ่อนอยู่ "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้ หรือคุณเป็นคนสร้างสถานการณ์ทั้งหมดขึ้นมากันแน่" ศิลาแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย กลับดึงดูดใจและอันตรายราวกับงูพิษที่ขดตัวอยู่บนกองเงินกองทอง ชายหนุ่มผละตัวออกจากการคุกคามทางสายตา เดินไปหยิบวัตถุแปลกปลอมชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนชั้นวางหนังสือใกล้โต๊ะทำงานขึ้นมาพิจารณา มันคือเศษกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าที่มีคราบสีดำคล้ายเขม่าไฟและรอยเปื้อนสีแดงคล้ำจางๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากจุดเกิดเหตุเมื่อวานนี้ "ระวังหน่อยนะครับผู้กอง..." ศิลาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะใช้นิ้วเรียวยาวแตะลงบนแผ่นกระดาษนั้นเบาๆ "ของสิ่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งไว้เพื่อเป็นหลักฐานให้ตำรวจต้อยๆ อย่างคุณไขคดีหรอกครับ... แต่มันคือ 'อาคมเบิกทาง' ที่ถูกส่งมาเพื่อตอกย้ำว่า... คนบาปที่อยู่ใกล้ตัวคุณที่สุด กำลังจะกลายเป็นรายต่อไป" สิ้นคำพูดของศิลา บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เงียบสงบอยู่แล้วก็พลันหนתเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่ๆ สองสามครั้งก่อนจะส่งเสียงช็อตเบาๆ แล้วดับลง ปล่อยให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่าง อคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือตบเข้าที่ซองปืนข้างเอวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของนักสืบเตือนภัยว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นรอบตัว ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากซักถามอะไร ศิลาก็ยื่นมือเข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ สัมผัสจากปลายนิ้วของศิลาร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟ ลามเลียผิวเนื้อจนอคินรู้สึกสะท้านวาบไปทั้งร่าง ความโกรธและความระแวงผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก แต่ก่อนที่อคินจะได้สะบัดมือออก ศิลาก็โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่แฝงไปด้วยความจริงจังและคำเตือนอันน่าสะพรึงกลัว "เงียบ... แล้วตั้งใจฟังให้ดีครับผู้กอง" ศิลาพูดกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอจนอคินต้องขบกรามแน่น "ตอนนี้... มีคนเคาะประตูห้องคุณอยู่ข้างนอก... และเขาไม่ได้มาในฐานะแขกผู้มีชีวิต" อคินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึก เมื่อเสียง 'ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...' ดังขึ้นจากบานประตูไม้ทึบด้านนอกห้องทำงาน ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของนายตำรวจหนุ่มเย็นเฉียบจนแทบแข็งค้าง... คือเสียงฝีเท้าที่ลากยาวและหนักหน่วง พร้อมกับเสียงโซตรึงโลหะที่ลากครูดไปกับพื้นทางเดินภายนอก... ซึ่งเป็นเสียงเดียวกับร่างไร้วิญญาณบนเสาปูนเมื่อสองวันก่อน! ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในอาคมอำพรางกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%