อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 27

ความจริงที่ถูกกระชากหน้ากาก

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าเทียนโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดินของกองปราบ การสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ผูกโยงกับอาคมสายดำเดินทางมาถึงจุดแตกหัก ร.ต.ท. อคินยืนนิ่งอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ เส้นด้ายสีแดงโยงใยหลักฐานนับร้อยชิ้นเข้าหากันจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองภาพถ่ายของเหยื่อรายล่าสุด รอยสักอักขระโบราณบนแผ่นหลังนั้นถูกกรีดทับด้วยคมมีดอย่างแม่นยำ มันไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรโรคจิตไร้สติ แต่มันคือ "พิธีกรรม" ของผู้ที่มีความรู้แจ้งในศาสตร์มืดอย่างลึกซึ้ง ศิลาเดินเข้ามาเงียบเชียบราวกับภูตผี เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเผยให้เห็นรอยสักสีหมึกจางๆ ที่ปลายแขนเสื้อ กลิ่นอายจันทร์หอมและกำยานยังคงติดตัวชายหนุ่มปริศนาคนนี้เสมอ แม้ในยามที่บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณกำลังมองหาเงาในห้องที่ปิดไฟสนิทนะ, หมวดอคิน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และแฝงรอยยิ้มมุมปากที่เดาใจยาก นิ้วเรียวยาวหยิบแฟ้มคดีลับที่เพิ่งถูกส่งมาวางบนโต๊ะทำงานของร้อยตำรวจโทหนุ่ม "ต่อให้คุณใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์มากแค่ไหน คุณก็ไม่มีทางมองเห็น... สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของคดีนี้หรอก" อคินหันขวับมามองคู่หูชั่วคราว ดวงตาคู่คมฉายแววไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน "อย่ามาพูดจาเชิงปรัชญาชวนปวดหัวกับผม, ศิลา หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร รอยนิ้วมือแฝงที่พบในที่เกิดเหตุระบุชัดเจนว่าฆาตกรถนัดซ้าย และมีร่องรอยการใช้ยาสลบชนิดพิเศษที่จำกัดการใช้งานเฉพาะในหน่วยแพทย์สนามหรือ..." อคินชะงักคำพูดของตัวเองไปชั่วขณะ ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกึก สมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วตลอดเวลาเริ่มเชื่อมโยงภาพในอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกัน "หรืออะไรล่ะครับ?" ศิลาก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเคร่งเครียดของอคินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเย้ยหยันกับความเห็นใจ "ทำไมคุณถึงหยุดพูดล่ะ หมวด... ความจริงมันอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไม่ใช่หรือไง" "คุณรู้อะไรมา?" อคินกดเสียงต่ำ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา "ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มคดีนี้ คุณจงใจชี้นำผมไปยังกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น คุณต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากใครบางคน... คนที่อยู่ใกล้ตัวผมมากกว่าที่คุณยอมรับ" ศิลาไม่ได้ถอยหนี รอยยิ้มบนริมฝีปากของชายหนุ่มลึกซึ้งขึ้น เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้อคินอย่างถือวิสาสะ การกระทำที่สนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มเกร็งแน่น แต่กลับไม่มีแรงผลักไส "บางครั้ง... คนที่เราไว้วางใจที่สุด ก็คือคนที่ถือมีดไว้ข้างหลังเรายาวนานที่สุดนะครับ, อคิน" ศิลา กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบแต่กลับสร้างความร้อนรุ่มไปทั่วแผ่นอกของนายตำรวจหนุ่ม "คุณคิดว่าอาจารย์สุธี... ผู้มีพระคุณที่สอนให้คุณรู้จักการเป็นตำรวจน้ำดีและช่วยชีวิตคุณไว้เมื่อห้าปีก่อน เป็นคนขาวสะอาดจริงๆ งั้นหรือ?" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องใต้ดิน อคินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ภาพความทรงจำในอดีตผุดวาบขึ้นมา อาจารย์สุธี นายตำรวจยศพันเอกผู้เกษียณราชการ ผู้ชายที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สอง ผู้ซึ่งคอยสนับสนุนและปิดทองหลังพระให้อคินมาตลอดในทุกคดีความ "เป็นไปไม่ได้..." อคินกัดฟันกรอด น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความปฏิเสธ "อาจารย์สุธีไม่มีทางเกี่ยวข้องกับพวกเดรัจฉานวิชา พวกนั้นฆ่าคนเพื่อแลกกับอำนาจ แต้อาจารย์... ท่านอุทิศตนให้ความยุติธรรมมาทั้งชีวิต!" "ความยุติธรรมกับไสยเวทสายดำ... บางทีมันก็ใช้ตำราเล่มเดียวกันต่างหากล่ะครับ" ศิลาผละตัวออกไปยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและคมกราบ "คุณคิดว่ารอยสักอักขระบนศพพวกนั้นถูกเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร? มันไม่ใช่การบูชายัญเพื่อความร่ำรวย แต่มันคือพิธีกรรม 'ต่ออายุขัย' และผู้ที่กำลังจะตายด้วยโรคร้ายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า... คือคนที่คุณเคารพรักที่สุดต่างหาก" อคินยืนนิ่งงัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง หลักฐานทุกชิ้นที่เคยกระจัดกระจายเริ่มประกอบเข้ารูปราวกับจิ๊กซอว์มรณะ ยาชาชนิดพิเศษที่ใช้ในโรงพยาบาลตำรวจ ลายมือในการเขียนบันทึกของผู้ตายที่ตรงกับรายงานลับของกองอำนวยการ และที่สำคัญที่สุด... บันทึกการเข้าออกห้องเก็บศพที่มักจะมีชื่อของนายตำรวจระดับสูงปรากฏอยู่เสมอในคืนที่เกิดเหตุ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก อคินหันกลับไปมองกระดานไวท์บอร์ดอีกครั้ง คราวนี้เขามองเห็นภาพที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรม แต่เป็นแผนการอันแยบยลที่ถูกชักใยจากเงาเบื้องหลัง ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าเร่งรีบ แต่เป็นจังหวะก้าวเดินที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง—จังหวะของคนที่รู้ว่ากุญแจสำรองของห้องนี้ถูกซ่อนไว้ที่ไหน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างใจเย็น ท่ามกลางความเงียบงันของเที่ยงคืน ประตูเหล็กค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่อคินคุ้นเคยมาตลอดชีวิต ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองคนทั้งสองด้วยความเอ็นดูตามปกติ "ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... พวกเธอยังไม่พักผ่อนกันอีกหรือครับ, อคิน, ศิลา" เสียงทุ้มอบอุ่นของ พล.ต.อ. สุธี ดังขึ้นทำลายความเงียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้อคินรู้สึกเหมือนยืนอยู่ริมหน้าผาที่เบื้องล่างคือความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ขณะที่ศิลากลับยกย่องมุมปากขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%