กลิ่นอายจางๆ ของควันธูปผสมกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะ ลอยอวลอยู่ในห้องสอบสวนใต้ดินของกองปราบปราม มันไม่ใช่กลิ่นที่คนทั่วไปจะคุ้นเคย แต่สำหรับอคินแล้ว กลิ่นนี้เปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของความตายที่ไร้คำอธิบายทางนิติวิทยาศาสตร์
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของ พล.ต.อ.สุธี หยุดลงที่หน้าโต๊ะสแตนเลสขัดเงา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมปลาบกวาดมองผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนในห้องด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างอคิน นายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ กับศิลา ชายหนุ่มลึกลับผู้ใช้รอยยิ้มเย็นชาเป็นเกราะกำบัง
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้... ดูเหมือนพวกคุณสองคนจะไม่ได้กำลังคุยกันเรื่องสำนวนคดีธรรมดา" เสียงทุ้มอบอุ่นของ พล.ต.อ.สุธี ดังขึ้นทำลายความเงียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้อคินรู้สึกเหมือนยืนอยู่ริมหน้าผาที่เบื้องล่างคือความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ขณะที่ศิลากลับยกย่องมุมปากขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"คดีฆาตกรรมตระกูลบูรณากุลไม่ใช่เรื่องธรรมดาตั้งแต่แรกแล้วครับ ท่านผู้บัญชาการ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกระตุ้นบางอย่าง "หากเรายังมัวแต่ก้มหน้าหาลายนิ้วมือและปลอกกระสุนบนศพที่ถูกดูดกลืนวิญญาณ... เราคงได้แต่รอเก็บศพที่สามและที่สี่ก่อนที่ฟ้าจะสาง"
อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มตวัดมองคู่หูชั่วคราวด้วยความไม่พอใจ เขาเกลียดการพูดจาดึงดันด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือ เขากำลังหาข้อโต้แย้งมาหักล้างรอยเปื้อนสีดำบนศพเหยื่อรายล่าสุดไม่ได้
"อย่าพูดจาเหลိုးไหล ศิลา" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษามาดของนายตำรวจผู้ควบคุมสถานการณ์ "ที่นี่คือสถานีตำรวจ ไม่ใช่สำนักทรงเจ้า คุณใช้จิตวิทยากลบเกลื่อนความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้หรอกนะ"
พล.ต.อ.สุธี ยกมือขึ้นห้ามปรามความตึงเครียดที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนทั้งสอง นายตำรวจระดับสูงเดินเข้าไปใกล้โต๊ะสอบสวน ชำเลืองมองแฟ้มคดีที่เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเต็มไปด้วยภาพถ่ายรอยแผลรูปอักขระโบราณที่หน้าอกของศพ
"อคิน... เธอเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แต่บางครั้ง ดวงตามนุษย์ก็มองเห็นได้เพียงแค่เปลือกนอก" สุธีถอนหายใจยาว แววตาฉายแววเหนื่อยล้าที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสุขุม "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังพวกเธอยกเหตุผลมาทะเลาะกัน ฉันมาเพราะเบื้องบนเริ่มกดดัน คดีนี้มีกลิ่นอายของการเมืองและ... อำนาจมืดที่อยู่นอกเหนือเขตอำนาจศาล"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเซ็กซี่แต่แฝงความอันตราย "ท่านผู้บัญชาการฉลาดเป็นกรดครับ... ท่านรู้ดีว่าคดีนี้ 'มัน' ต้องการอะไร อาคมสายดำที่ใช้10 ปีเปลี่ยน1ชีวิต ไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่มันทำเพื่อบงการโครงสร้างอำนาจที่พวกคุณพยายามปกป้องอยู่"
อคินหันขวับไปมองศิลา "คุณรู้อะไรมา?"
"ผมรู้ว่าถ้าเรายังแยกกันทำงาน ระหว่างคุณที่ใช้สมองกับผมที่ใช้ใจ... เราจะไม่มีวันตามทันไอ้หมอผีนั่น" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มขยับเข้ามาประชิดตัวอคิน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์และไอมืดตีเข้าจมูกจนอคินต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คืนนี้... พระจันทร์จะเปลี่ยนสี อาคมของมันจะสมบูรณ์แบบที่สุด ถ้าคุณยังดื้อดึงใช้ตรรกะพังๆ ของคุณไปจับคน วิญญาณดวงต่อไปที่จะหายไป... อาจเป็นคนที่คุณพยายามลืมในอดีต"
คำพูดนั้นทำให้อคินชะงักกึก ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนที่เขาต้องสูญเสียคู่หูคนเก่าไปต่อหน้าต่อตาโดยหาคำอธิบายไม่ได้ แวบเข้ามาในหัวราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
พล.ต.อ.สุธีมองคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด "อคิน... ฉันให้เวลาพวกคุณถึงรุ่งสาง ใช้ตรรกะของเธอร่วมกับวิชาของเขา ถ้าแก้คดีนี้ไม่ได้ ฉันจะสั่งปิดสำนวนและโยกย้ายพวกเธอทั้งคู่พ้นจากหน่วยนี้ทันที"
สิ้นคำพูด สุธีก็หันหลังเดินออกจากห้องสอบสวนทิ้งความกดดันมหาศาลไว้เบื้องหลัง
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง อคินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ลมหายใจอุ่นร้อนสะท้อนความสับสนในอก สายตาคมกริบมองศิลาที่ยืนกอดอกรอท่าทีอยู่
"เราจะเริ่มจากตรงไหนล่ะครับ ผู้กองคนเก่ง" ศิลาเอ่ยเย้า แห.ย่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนค้นหา "จะให้ผมพาคุณไปสัมผัสกับพลังงานที่หลงเหลือ หรือคุณจะยอมจำนนแล้วปล่อยให้ผมนำทางคุณเข้าสู่ด้านมืดดูสักครั้ง"
อคินกัดริมฝีปากแน่น ความหยิ่งทะนงในฐานะตำรวจมือหนึ่งปะทะกับสัญชาตญาณดิบที่ร้องเตือนว่าเขากำลังเล่นกับไฟ เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเปิดหน้าสุดท้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลานิ่ง
"นำทางไป... ศิลา" อคินเอ่ยเสียงเข้ม "แต่ถ้าคุณต้มตุ๋นผม ผมจะเอาคุณเข้าคุกด้วยข้อหาฉ้อโกงประชาชน"
ศิลาแย้มยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด "ด้วยความยินดีครับ ผู้กอง... รับรองว่าคืนนี้คุณจะลืมการนอนหลับไปเลย"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องสอบสวน มุ่งหน้าสู่จุดเกิดเหตุเดิมที่บูรณากุล ทว่าในขณะที่รถกระบะของอคินกำลังแล่นผ่านถนนสายเปลี่ยวใกล้สุสานเก่าแก่ วิทยุสื่อสารหน้ารถก็เกิดเสียงซ่าแทรกขึ้นมาอย่างรุนแรง
*ซ่า... แกร๊ก...*
ไม่ใช่เสียงสัญญาณขาดหาย แต่มันคือเสียงกระซิบแหบพร่าที่จำแนกคำพูดไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้อคินต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่ง คือหน้าจอดิจิตอลหน้ารถที่ดับวูบลงพร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงสดที่ปรากฏขึ้นเองบนหน้าจอทัชสกรีน...
**"ยินดีต้อนรับสู่พิธีบูชา... เหยื่อรายที่สาม นั่งอยู่ข้างหลังคุณแล้ว"**
อคินขนลุกซู่ทั่วแผ่นหลัง เขาหันขวับไปมองเบาะหลังรถทันที ความมืดมิดภายในห้องโดยสารด้านหลังว่างเปล่า... แต่กระจกมองหลังกลับสะท้อนภาพเงาดำทะมืดของใครบางคนกำลังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ต้นคอของศิลาอย่างช้าๆ!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในอาคมและจิตวิทยาอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ อرุณมนตราขาว
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 28
อาคมปะทะตรรกะ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!