กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ยังคงลอยวนอยู่ในห้องสืบสวนขนาดคับแคบ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้อากาศเจือความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบหายไปทีละนิด
บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เอกสารการชันสูตรพลิกคว่ำอยู่ข้างแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ รตท. อคิน ใช้เวลาแรมเดือนในการแกะรอย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ตัวอักษรหมึกพิมพ์เหล่านั้น มันคือรอยเปื้อนสีดำสนิทรูปวงกลมคล้ายคราบเขม่า ที่ศิลากล่าวอ้างว่าเป็นร่องรอยของการ "ปิดผนึกจิตวิญญาณ" ซึ่งอคินในฐานะนายตำรวจผู้เชื่อมั่นในหลักประจักษ์พยานไม่มีวันยอมรับ... จนกระทั่งหลักฐานชิ้นล่าสุดบนหน้าจอแท็บเล็ตพิสูจน์ว่า ลายมือในสมุดบันทึกของเหยื่อรายสุดท้าย ตรงกับลายมือของสารวัตรผู้ล่วงลับ—ผู้มีพระคุณที่อคินเคารพรักยิ่งกว่าใคร
"คุณกำลังจะบอกผมว่า..." อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กัดกินโสตประสาทมานานร่วมครึ่งชั่วโมง น้ำเสียงของนายตำรวจหนุ่มแหบพร่าแต่นิ่งสนิท เย็นชาจนน่ากลัว "คนที่ผมตามหาตลอดสามปีที่ผ่านมา คนที่สอนให้ผมยึดมั่นในความยุติธรรม... แท้จริงแล้วคือคนชักใยเบื้องหลังพิธีกรรมพวกนี้?"
ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบโครงหน้าคมคายและดวงตาคู่นคมที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณจางๆ ที่ท่อนแขนขวา เขายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางมันลงกระทบกับจานรองด้วยเสียงที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"ความยุติธรรมที่คุณศรัทธา กับความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม... มันมักจะเป็นคนละเรื่องกันเสมือนเส้นขนานนะหมอ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบ แต่แฝงความเย้ยหยันอันบางเบาไว้ในที "คุณอคิน... คุณฉลาดเกินกว่าจะมานั่งหลอกตัวเองว่า โลกนี้มีแค่ความขาวกับความดำ"
อคินไม่ตอบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมจ้องมองอีกฝ่ายเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม ศิลา" อคินกัดฟันกรวด ขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นจันทน์หอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวอีกฝ่าย "ถ้าสารวัตรคือฆาตกร แล้วทำไมคุณถึงเพิ่งมาบอกผมตอนนี้? หรือว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก?"
การกล่าวหาที่พุ่งตรงไร้การอ้อมค้อมไม่ได้ทำให้ศิลาสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันจนเกิดสนามพลังแห่งการปะทะที่รุนแรงทางจิตวิทยา ศิลาก้มหน้าลงเล็กน้อย ปลายจมูกแทบจะชนกับสันจมูกของนายตำรวจหนุ่มหากไม่อดกลั้นไว้ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนอันตรายนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดสีเทา—ความหวาดระแวงที่ผสมผสานกับความเร่าร้อนบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างปฏิเสธไม่ได้
"ถ้าผมมีส่วนเกี่ยวข้อง..." ศิลาโน้มใบกระซิบชิดริมหีบหูของอคิน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "ป่านนี้คุณคงไม่ได้มายืนตั้งคำถามโง่ๆ อยู่ตรงนี้หรอก... หมอ"
อคินชะงัก กลิ่นอายอันตรายจากตัวศิลากำลังแผ่ซ่านเข้ามาครอบงำสติสัมปชัญญะของเขา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูง สัญชาตญาณนักสืบกรีดร้องเตือนภัย แต่ร่างกายกลับนิ่งงันภายใต้แรงดึงดูดประหลาดที่ผู้ชายคนนี้มีต่อเขาเสมอมา
"ถอยไป" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ศิลากลับคว้าข้อมือของเขาไว้ด้วยปลายนิ้วที่เย็นเฉียบราวกับคนไร้ชีพจร แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก
"ความเงียบในห้องนี้มันกำลังบอกอะไรบางอย่างนะอคิน" ศิลาไม่ได้ปล่อยมือ เขาสบตาคู่ที่เต็มไปด้วยความสับสนของตำรวจหนุ่มตรงๆ "มันบอกว่า... คุณกลัวความจริงข้อนั้นยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ไม่ใช่เพราะสารวัตรหักหลังคุณ แต่เป็นเพราะลึกๆ แล้ว... คุณรู้อยู่แก่ใจว่าความมืดมิดที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอด มันก็อยู่ในตัวคุณเองเหมือนกัน"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในรอยแผลเป็นทางจิตใจของอคิน ภาพความทรงจำในวันที่สูญเสียคู่หูคนเก่าจากคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ความรู้สึกผิด ความแค้น และความไร้พลังในการปกป้อง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่อคินซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของกฎหมายและความเย็นชา
ก่อนที่อคินจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำใดๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบคอมพิวเตอร์บนโต๊ะก็ดังลั่นห้อง หน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์ข้อมูลลับของสารวัตรเมื่อครู่ ดับวูบลงก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าต่างสีดำสนิท มีข้อความโค้ดลับวิ่งรัวเร็ว และปรากฏภาพแผนที่พิกัดแบบเรียลไทม์ จุดสีแดงกะพริบอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง... โกดังร้างริมแม่น้ำเก่าที่ปิดตายไปนานนับสิบปี
และข้างใต้พิกัดนั้น มีข้อความสั้นๆ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีแดงฉานขึ้นมาว่า:
*“เกมจบลงแล้ว... เชิญมารับศพความจริงได้เลยครับสารวัตร”*
ทั้งสองคนนิ่งงันไปชั่วขณะ บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง ศิลาปล่อยมือจากข้อมือของอคินช้าๆ ดวงตาคมกริบมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนายตำรวจหนุ่มที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากภายนอกห้องสืบสวน ทั้งที่นี่คือโซนปิดตายที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาในยามวิกาลแบบนี้
อคินชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณมือให้ศิลาถอยไปด้านหลัง ขณะที่ฝ่ามืออีกข้างเอื้อมไปเตรียมผลักบานประตูไม้เก่าให้เปิดออกเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่เบื้องหลังความมืดมิด...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- อรุณมนตราขาว
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 17
ความเงียบที่บาดลึก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!