กลิ่นอายความอับชื้นของคลังเก็บของกลาง สน.ปทุมวัน ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนในลำแสงสลัวจากช่องระบายอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รื่นรมย์นัก แต่สำหรับร้อยตำรวจโทอคิน มันคือกลิ่นแห่งความจริง—ความจริงที่จับต้องได้และไม่มีทางบิดพลิ้วไปตามลมปากของใคร
นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองเอกสารคดีเก่าที่ถูกกองสุมไว้ราวกับซากปรักหักพังของความยุติธรรม คดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อน ที่ผู้ต้องสงสัยถูกพบเป็นศพในสภาพหัวใจถูกควักออกไปอย่างไร้ร่องรอยและไร้ซึ่งรอยแผลกรีดบนผิวหนัง—คดีที่เขาเคยเกือบเอาชีวิตเข้าแลก และเป็นคดีที่พราก ‘ชนวีร์’ เพื่อนสนิทและคู่หูคนเก่าไปจากอ้อมแขน
"คุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่ตัวเองเป็นคนกลบนะ, ผู้หมวด"
เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง อคินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ศิลาพิงสะโพกเข้ากับชั้นวางเหล็กขึ้นสนิม ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแกร่งที่มีรอยสักอักขระจางๆ ดวงตาคู่คมคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขบขันเจือความเย้ยหยันในแบบที่มักจะทำให้อคินรู้สึกเหมือนถูกลูบคมอยู่เสมอ
อคินไม่ตอบทันที เขายังคงใช้คีบเหล็กคีบแผ่นวัตถุพยานชิ้นสุดท้ายขึ้นมาจากซองพลาสติกใส มันคือเศษหินแกรนิตสีดำสนิทขนาดเท่าฝ่ามือ บนผิวหน้าของศิลามีรอยสลักอักขระโบราณที่คล้ายคลึงกับรอยแผลบนศพในคดีล่าสุดไม่มีผิดเพี้ยน
"ความจริงไม่เคยตาย แค่รอเวลาถูกขุดขึ้นมา" อคินเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "ต่างจากเรื่องงงงายที่คุณใช้หากิน... ที่มักจะสลายไปเมื่อโดนแสงแดด"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อยในความเงียบ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนอคินเริ่มสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย และกลิ่นหอมจางๆ ของกำยานไม้จันทน์ที่ศิลามักจะพกติดตัวเสมอ
"แสงแดดเหรอครับ?" ศายาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างกกหูของนายตำรวจหนุ่ม "ระวังเถอะ... สิ่งที่คุณเรียกว่าความจริงทางวิทยาศาสตร์ อาจเป็นแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อปกปิดเงาของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณจะจินตนาการได้"
อคินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างปลายจมูกของพวกเขานั้นใกล้จนอันตราย นัยน์ตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด—ฝ่ายหนึ่งเต็มไปด้วยความดื้อรั้นของตรรกะและกฎหมาย อีกฝ่ายลุ่มลึกและอันตรายดั่งห้วงมหาสมุทรแห่งมนตรา
"ถ้างั้นคุณช่วยอธิบายสิ่งนี้ให้ผมฟังหน่อยสิครับ, ผู้เชี่ยวชาญศิลา" อคินยกซองพลาสติกที่บรรจุเศษศิลาสีดำขึ้นระดับสายตาของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขากดต่ำลงด้วยความไม่พอใจ "วัตถุพยานชิ้นนี้... ถูกพบในที่เกิดเหตุฆาตกรรมเมื่อคืน และลายนิ้วมือที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังบนหลังศิลาชิ้นนี้... ตรงกับแฟ้มประวัติอาชญากรของคุณอย่างไร้ที่ติ"
บรรยากาศในห้องเก็บของพลMดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
ไม่มีเสียงรบกวนใดๆ นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ ศิลาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงประดับอยู่ ชายหนุ่มกวาดตามองเศษศิลาในมือของอคินช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถามและการกล่าวหา
"คุณคิดว่าผมเป็นคนฆ่าเหรอครับ, อคิน?" ศิลาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้อคินรู้สึกใจกระตุกอย่างประหลาด
"หลักฐานมันฟ้อง" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสTติและอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังถูกความใกล้ชิดนี้ปั่นป่วนให้กลับคืนมา "คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับลัทธินอกรีตนั้น... และตอนนี้ คุณก็กลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คุณเป็นคนอาสาเข้ามาช่วยผมสืบตั้งแต่แรก"
"หึ..." ศิลาแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกล้าคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่มราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ "ถ้าผมเป็นคนทำจริง... คุณคิดว่าหลักฐานชิ้นนี้จะมานอนรอให้คุณเจอในที่ที่โง่ที่สุดแบบนี้เหรอครับ?"
นิ้วเรียวของศิลายื่นออกมา แตะลงบนขอบซองพลาสติกใสอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนังของอคินจนต้องสูดหายใจเข้าลึก
"บางครั้ง... สิ่งที่คุณเห็นว่ามันคาตา อาจเป็นแค่กับดักที่ใครบางคน จงใจวางไว้เพื่อให้เราหันมาฆ่ากันเอง" ศิลาโน้มใบกระซิบชิดริมฝีปากของอคิน น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "และเชื่อผมเถอะ... คนที่วางหมากตานี้ ไม่ใช่ผม... แต่เป็นคนใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณคิด"
อคินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กรีดร้องเตือนภัย แต่ก่อนที่เขาจะได้กล่าววาจาใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ก็ทำลายความเงียบงันลงอย่างไร้ความปรานี
"ผู้หมวดอคิน! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ!" เสียงตะโกนของหมวดวิกรม ลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้วครับ! ผลตรวจDNAจากวัตถุพยานอีกชิ้นเพิ่งออก... และมันไม่ได้ระบุแค่ชื่อของคุณศิลาคนเดียว!"
อคินขมวดคิ้วแน่น ละสายตาจากใบหน้าคมคายของศิลาที่ยังคงนิ่งสงบราวกับผู้กุมความลับของจักรวาล
"ว่ามาวิกรม! มันเป็นชื่อของใคร!" อคินตะโกนตอบกลับเสียงดังผ่านบานประตูเหล็กทึบ
เสียงฝีเท้าของวิกรมหยุดลงที่หน้าประตูก่อนที่น้ำเสียงสั่นเครือจะลอดเข้ามา ทำเอาอคินถึงกับเลือดในกายเย็นเฉียบ
"ผลตรวจบอกว่า... มันมีดีเอ็นเออีกชุดปะปนอยู่บนศิลาชิ้นนั้นครับผู้หมวด... ดีเอ็นเอของ ร.ต.ท. ชนวีร์... นายตำรวจผู้ล่วงลับที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อนครับ!"
อคินหันขวับกลับมามองศิลาในทันที ทว่าในความสลัวของห้องเก็บของ ศิลากลับยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกตรรกะและเหตุผลของเขาลงไปทั้งตัว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 16
รอยร้าวในความเชื่อมั่น
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!