กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมผสมกับกลิ่นฝนโปรยปรางนอกหน้าต่าง ทำให้ห้องสอบสวนชั้นสองของสถานีตำรวจร้างดูคับแคบลงถนัดตา แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบสันจมูกคมสันของ รตท.อคิน ที่กำลังจ้องมองรอยแผลเป็นรูปอักขระบนหลังมือของชายตรงหน้า นัยน์ตาคู่คมฉายแววความเหนื่อยล้า แต่กระนั้นก็ยังคงความเฉียบคมดุดันราวกับเสือซุ่มที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, ศิลา" อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมสิบนาที น้ำเสียงของนายตำรวจหนุ่มแหบพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้กรอบของกฎหมายและเหตุผล
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเจือความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างไม่ยี่หระ ดวงตาสีนิลคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเคร่งเครียดของคู่หูชั่วคราวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเอ็นดูและความท้าทาย
"ไฟมันร้อนดีนี่ครับ, หมวดอคิน" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนระคายหู "คุณต่างหากที่เอาแต่นั่งหลบอยู่หลังโล่แห่งความจริงเชิงประจักษ์... ปฏิเสธเสียงกระซิบในความมืด ปฏิเสธแม้กระทั่งเงาของตัวเองที่ทาบทับอยู่บนศพเหยื่อทุกคดีที่คุณสะสาง"
ประโยคนั้นทำให้กรามของอคินขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนากระแทกกับโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนเอกสารคดีคดีฆ่าบูชายัญกระจัดกระจาย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะความอวดดีของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะทุกคำพูดของศิลามันแทงใจดำจนน่ากลัว
"คุณรู้ดีแค่ไหนเกี่ยวกับอดีตของผม?" อคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นกายเฉพาะตัวของศิลา—กลิ่นจันทน์เทศและไM่ไผ่เผา—ลอยแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่อคินพยายามกดทับมันมาตลอดหลายปี
ศิลายังคงนั่งนิ่ง ไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย เขาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในคืนเดือนมืด ทว่าลึกลงไปกลับหมุนวนด้วยกระแสน้ำเชี่ยว "ผมรู้มากกว่าที่คุณคิด, อคิน... ผมรู้ว่าคืนที่น้องสาวของคุณหายตัวไปในป่าลึก คุณไม่ได้สูญเสียแค่เลือดเนื้อเชื้อไข แต่คุณสูญเสีย 'ความศรัทธา' ไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันดังขึ้นมาได้อีก"
ราวกับถูกเข็มพิษปักเข้าที่จุดตาย อคินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากของนายตำรวจผู้เยือกเย็น เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือข้างที่ถือปากกาเผลอบีบแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เขากลืนก้อนความเจ็บปวดลงคอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มันกลับสั่นระริกด้วยความสัตย์จริงที่เขาไม่เคยปริปากบอกใคร
"ใช่... ผมเกลียดมัน" อคินยอมรับสารภาพในความมืดมิดของห้อง เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินวิญญาณ "ผมเกลียดความรู้สึกที่ต้องยอมจำนนต่อสิ่งที่เรามองไม่เห็น เกลียดที่ต้องยืนมองคนสำคัญตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่วิทยาศาสตร์และกฎหมายให้คำตอบอะไรไม่ได้เลย... และที่ผมเกลียดที่สุด..."
นายตำรวจหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้สายตาสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมของศิลานิ่งนาน
"...คือการที่ผมรู้สึกลึกๆ ว่า คุณกำลังดึงผมให้เข้าไปอยู่ในโลกแบบนั้นอีกครั้ง"
ศิลาไม่ได้ยิ้มเยาะอีกต่อไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยความนุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของเขาลดช่องว่างระหว่างกันลง ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มก้าวเข้ามาใกล้อคิน จนไหล่ของคนทั้งสองแทบจะแนบชิดกัน
"บางครั้ง, อคิน... ความจริงมันก็โหดร้ายเกินกว่าที่เหตุผลทางวิทยาศาสตร์จะเยียวยา" ศิลาโน้มใบกระซิบข้างใบหูของนายตำรวจหนุ่ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นแฝงด้วยความเย้ายวนอันตราย "ถ้าคุณเกลียดความมืดนัก ทำไมไม่ลองเรียนรู้ที่จะเต้นรำไปกับมันดูล่ะครับ... อย่างน้อย, คุณก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว"
ปลายนิ้วเรียวยาวของศิลายื่นออกไปสัมผัสหลังมือของอคินที่กำแน่นอยู่บนโต๊ะเบาๆ ความอุ่นซ่านจากสัมผัสนั้นส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ปลุกเร้าความรู้สึกซับซ้อนที่ก้ำกึ่งระหว่างความกลัว ความต้องการ และความลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น อคินสะท้านเฮือกแต่กลับไม่ยอมถอยหนี
ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องสอบสวน ก่อนที่บานประตูไม้เก่าจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับกลิ่นอเลือดจางๆ ที่โชยมาปะทะกับสายฝน
อคินหันขวับไปมองทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบว่าร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือสารวัตรวิสุทธิ์—ผู้บังคับบัญชาของเขาเอง—แต่ทว่าสภาพของสารวัตรในตอนนี้กลับมีรอยแผลเหวอะหวะที่ลำคอ และดวงตาท cả สองข้างถูกควักออกอย่างไร้ความปรานี
ก่อนที่อคินจะได้เปล่งเสียงอุทาน ศพของสารวัตรวิสุทธิ์ก็ล้มฟาดลงกับพื้น พร้อมกับกระดาษโน้ตเปื้อนเลือดที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้า รองเท้าของเขา บนนั้นมีลายมือคุ้นตาเขียนไว้ด้วยเลือดสดๆ ว่า: *'ผู้ล่าแท้จริง... กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ'*
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 24
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!