อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย•ตอนที่ 12

คำเตือนจากสิ่งที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือสั่นไหว ตัวเลขพิกัดสุดท้ายยังคงกะพริบถี่ราวกับจังหวะชีพจรที่กำลังจะขาดห่น รอยเลือดบนพื้นปูนเปลือยของตึกร้างไม่ได้เป็นเพียงแค่ร่องรอยอาชญากรรม แต่มันคือภาษา... ภาษาที่มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้เขียน "คุณอคิน... ระวังเบื้องหลังครับ" เสียงทุ้มต่ำของศิลากล่าวเตือนทันท่วงที พร้อมกับที่ร่างสูงในเสื้อโค้ตสีเข้มของหมอผีหนุ่มพุ่งเข้าคว้าข้อมือของนายตำรวจหนุ่มร้อยตำรวจเอกอคินให้หลบพ้นจากรัศมีของวัตถุปริศนาที่ร่วงลงมาจากเพดานด้วยความเร็วสูง เสียงกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว เศษปูนและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ อคินขยับตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำให้มือขวาคว้าด้ามปืนพกประจำกายโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงมืดสนิทที่มีเพียงแสงไฟฉายและหน้าจอมือถือส่องสว่าง ความเย็นยะเยือกของอากาศพุ่งทะลุกระดูกดำ ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ลดต่ำลง แต่มันคือ "ความเย็น" ที่มาจากจิตวิญญาณ "คุณเห็นมันไหม" อคินถามเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตึงเครียด สายตาจ้องเขม็งไปยังเงาดำมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ตามผนังห้อง เงาบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนมนุษย์ มันคล้ายกับกลุ่มก้อนควันสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและความตายคละคลุ้ง ศิลาย่อตัวลงเล็กน้อย มือซ้ายหยิบสร้อยประคำไม้จันทน์หอมขึ้นมาพันรอบข้อมือ ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นิ้วมือเรียวยาวแตะลงบนพื้นปูนเพื่อสัมผัสคลื่นพลังงานที่หลงเหลืออยู่ "ไม่ใช่แค่การตามรังควานธรรมดาครับ... พวกมันถูกปลุกขึ้นมาด้วยแรงอาฆาตที่รุนแรง และเป้าหมายไม่ใช่แค่การขับไล่ แต่พวกมันต้องการ 'เอาชีวิต' เราทั้งคู่" ศิลาตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความจริงจังอย่างที่อคินไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก อคินกัดฟันกรอด เขาไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าได้ เงาดำนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง เป็นร่างของหญิงสาวผมยาวรุงรัง ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยเลือดสีดำไหลทะลักออกมาจากเบ้าตา ร่างนั้นลอยเหนือพื้นดินราวสองฟุต และส่งเสียงกรีดแหลมสูงเสียดแก้วหูจนอคินต้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเจ็บปวด "ตั้งสติครับคุณอคิน!" ศิลาตะโกนแข่งกับเสียงกรีดร้องนั้น พร้อมกับสะบัดมือขวาออกไปเบาๆ อากาศรอบตัวเกิดประกายแสงสีขาวนวลวับ อาคมบทสั้นถูกร่ายออกเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้ม เสียงกรีดร้องหยุดลงชั่วขณะ เงาดำนั้นชะงักและหันขวับมามองศิลาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุนเข้าชนกำแพงอาคมจนเกิดเสียงดังสนั่น ศิลาหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย แรงกดดันจากวิญญาณตนนี้มีมากกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเจอ พลังชีวิตของพวกมันมหาศาลเกินกว่าวิญญาณอาฆาตทั่วไป "มันไม่ใช่ผีตายโหงธรรมดา" ศิลาพึมพำ เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "มีคนใช้คาถาอาคมชั้นสูงกักขญวิญญาณนี้ไว้ และผูกมันเข้ากับพิกัดที่คุณตามหา..." อคินหันขวับมามองหน้าศิลา ท่ามกลางความตึงเครียดและความมืดมิด ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายอันตรายจากภายนอกปะปนกับความดึงดูดประหลาดระหว่างคนสองคนที่มีอุดมการณ์ต่างขั้ว อคินเป็นตัวแทนของความจริงที่จับต้องได้ ขณะที่ศิลาคือความลี้ลับที่ไม่มีคำอธิบาย แต่วินาทีนี้ ทั้งคู่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อเอาชีวิตรอด "ถ้ามันผูกกับพิกัดนั้น แสดงว่าตัวการที่ฆ่าเหยื่อรายก่อนๆ กำลังดูเราอยู่" อคินวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเฉียบคม นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววความดุดันของนักสืบที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ "บอกวิธีจัดการมา ศิลา ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยาของคุณแล้ว" ศิหายิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูเย้ายวนและอันตรายในคราเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย "คุณนี่ใจร้อนเสมอเลยนะครับ... งั้นจับมือผมไว้ อย่าปล่อยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากวิญญาณหลุดออกจากร่างไปเสียก่อน" ไม่รอให้อคินได้ปฏิเสธ ศิลาคว้ามือหนาของนายตำรวจหนุ่มมากุมไว้แน่น ผิวสัมผัสอุ่นร้อนจากมือของศิลาตัดกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ศิลาบริกรรมคาถาลับบางอย่างพร้อมกับใช้มืออีกข้างวาดอักขระกลางอากาศ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นขับไล่ความมืดมิดและเงาดำให้ออกไปชั่วขณะ วิญญาณอาฆาตกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่อต้องแสงอาคม ก่อนจะสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีเทาและจมหายลงไปในพื้นปูนราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยังคงประสานสายตากันนิ่ง อคินดึงมือกลับช้าๆ แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่สัมผัสเมื่อครู่กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด เขาก้มมองหน้าจอมือถืออีกครั้ง พิกัดที่เคยกระพริบเตือนได้เปลี่ยนไปแล้ว... มันไม่ได้บอกสถานที่ แต่กลับระบุเป็น "ชื่อ" ของใครบางคนที่ทั้งคู่รู้จักดี ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... คือชื่อของสารวัตรผู้ล่วงลับ อดีตผู้บังคับบัญชาและคนสำคัญในอดีตที่อคินเคยสูญเสียไปเมื่อหลายปีก่อน และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดิน พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของอคิน "ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... ที่นายไม่มีวันหนีพ้น" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนบาปข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%