อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน•ตอนที่ 11

ความลับใต้ฐานข้อมูล

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เสียงเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับสายฝนตกกระทบบานกระจกในห้องทำงานใต้ดิน ดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของเซิร์ฟเวอร์สำรอง แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาด Luminous ตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของอาคเนย์ วิศวกรหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ่ออยู่กับชุดคำสั่งโค้ดสีแดงฉานที่กำลังวิ่งผ่านเรตินาอย่างบ้าคลั่ง ในโลกเสมือนของ 'อาเซอร์ร็อธ' ที่ผู้คนนับล้านต่างหลงใหลไปกับการล่ามอนสเตอร์และสะสมไอเท็ม อาคเนย์กลับมองเห็นสิ่งอื่น—โครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบาง เส้นใยดาต้าที่ถักทอเข้าด้วยกันอย่างหมิ่นเหม่ และความลับมืดดำที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมอันสวยงามของระบบหลัก "นายกำลังเล่นกับไฟ อาคเนย์" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์ในชุดเสื้อคลุมฮู้ดสีดำสนิทก้าวเท้าออกมาจากเงา แสงไฟสลัวสะท้อนประกายความเจ้าเล่ห์ในดวงตาคู่คม มือเรียวโยกขวดแก้วบรรจุน้ำยาฟื้นฟูมานากลอกไปมาเบาๆ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าอาคเนย์โดยไม่มอง อาคเนย์ไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วเรียวยาวหยุดชะงักลงชั่ววินาที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น "ผมไม่ได้เล่นสนุก เรย์ ผมกำลังแก้ไขสิ่งที่พวกมันพยายามซุกซ่อนไว้ต่างหาก" "ซุกซ่อน?" เรย์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้จนไหล่แทบจะชิดกับเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู "นายคิดจริงๆ หรือว่าบริษัทแม่ปล่อยให้ช่องโหว่ระดับรากหญ้าแบบนี้หลุดรอดมาได้โดยบังเอิญ? ตื่นเถอะสถาปนิก... สิ่งที่นายกำลังขุดคุ้ยอยู่ มันไม่ใช่แค่บั๊กของระบบ แต่มันคือรากฐานของโลกใบนี้ต่างหาก ถ้าดึงมันออก ทั้งตึกจะถล่มลงมาทับพวกเราตายกันหมด" บรรยากาศภายในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น ความกดดันจากข้อมูลดิจิทัลรอบตัวทำให้อากาศเจือความอึดอัด อาคเนย์หันกลับมาสบตากับคู่คิดและคู่ปรับคนสำคัญ แววตาของวิศวกรหนุ่มไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความดื้อรั้นที่สะสมมาจากความล้มเหลวในอดีต—ความทรงจำสีเทาเกี่ยวกับโปรเจกต์ในโลกจริงที่พังทลายลงต่อหน้าต่อตาเพราะเขาเลือกที่จะประนีประนอม ครั้งนี้... เขาจะไม่ยอมประนีประนอมอีกเป็นอันขาด "ถ้าโลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นบนความหลอกลวง การพังทลายของมันก็คือความยุติธรรมอย่างเดียวที่เรามี" อาคเนย์กล่าวเสียงเบาแต่เฉียบคมดั่งใบมีด เรย์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ยากจะคาดเดา ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะยอมแพ้ต่อความดื้อดึงนั้น "ให้ตายสิ นายมันพวกหัวรั้นไม่มีใครเกิน... เอาล่ะ ในเมื่อนายอยากรู้ความจริงนัก ฉันช่วยเปิดประตูห้องนิรภัยชั้นที่เจ็ดให้ก็แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น จะทำให้นายลืมความฝันหวานๆ ในเกมนี้ไปตลอดกาล" นิ้วเรียวของเรย์กดแป้นพิมพ์สามครั้ง ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงระดับ Root Access ที่ขโมยมาจากแอดมิเนทันท์ระดับสูง หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที เสียงเตือนภัยระดับวิกฤตดัง "ปี๊ب-ปี๊บ-ปี๊บ" ถี่รัว รหัสผ่านสามร้อยหลักถูกถอดรหัสออกทีละชั้น ก่อนที่โฟลเดอร์ขนาดมหึมาที่ถูกเข้ารหัสลับสุดยอดจะปรากฏขึ้นตรงหน้า ชื่อของโฟลเดอร์นั้นมีเพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษสั้นๆ สามตัว—*P. Project 'Genesis-0'* อาคเนย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะที่ปุ่มเปิดไฟล์ข้อมูลดิบ บันทึกวิดีโอและเอกสารทางเทคนิคนับแสนรายการทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นบนจอไม่ใช่ฉากต่อสู้ในเกม ไม่ใช่กราฟิกตระการตา แต่เป็นภาพของห้องทดลองสีขาวปลอดเชื้อในโลกแห่งความเป็นจริง มนุษย์นับพันคนนอนเรียงรายบนเตียงทางการแพทย์ สายระโยงระยางเชื่อมต่อสมองของพวกเขาเข้ากับแคปซูลขนาดใหญ่ที่จมอยู่ใต้ของเหลวสีฟ้าเรืองแสง นั่นไม่ใช่ผู้เล่น... แต่นั่นคือร่างไร้สติของผู้คนที่ถูกใช้เป็นฐานประมวลผลชีวิตจริง! ดวงตาของอาคเนย์เบิกกว้างขึ้น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความตกใจ ข้อมูลดิบชิ้นถัดมาแสดงผังโครงสร้างของโค้ดเกมที่เชื่อมโยงกับระบบประสาทมนุษย์โดยตรง อัตราการสูญเสียพลังงานชีวิต (Mental Drain Rate) พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการใช้สกิลระดับสูงในเกม ผู้เล่นไม่ได้แค่เหนื่อยล้า แต่สมองของพวกเขากำลังถูกสูบพลังงานชีวภาพไปหล่อเลี้ยงเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทผู้พัฒนา เพื่อขับเคลื่อนโปรเจกต์ลับที่รัฐบาลและกลุ่มทุนมืดร่วมมือกันสร้างขึ้น อันตรายระดับโลก... ไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย "นี่มัน... บ้าชัดๆ" อาคเนย์พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ความรู้สึกผิดบาปตีตื้นขึ้นมาในอก เมื่อตระหนักว่าทุกครั้งที่เขาออกแบบระบบ เผยแพร่เทคนิค หรือแม้แต่พาผู้เล่นคนอื่นผจญภัยในโลกเสมือน เขากลับกลายเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ช่วยเร่งวันดับสูญของผู้คนนับล้านโดยไม่รู้ตัว เรย์ยืนกอดอกมองภาพเหล่านั้นสะท้อนบนแว่นตาของอาคเนย์ แววตาของเขาไร้ซึ่งความสนุกสนานอีกต่อไป มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่แบกรับร่วมกัน "ทีนี้เข้าใจหรือยังล่ะว่าทำไมฉันถึงไม่อยากให้นายขุดคุ้ย... ความจริงมันหนักหนาเกินกว่าที่วิศวกรโลกสวยอย่างนายจะแบกไหว อาคเนย์" ก่อนที่อาคเนย์จะได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงสังเคราะห์จากระบบหลักของเซิร์ฟเวอร์ก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยโทนเสียงเย็นเยียบไร้ชีวิตชีวา—โทนเสียงที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในฐานะผู้เล่นทั่วไป *[ระบบตรวจพบการละเมิดความปลอดภัยระดับสูงสุด: Root Access ถูกใช้งานโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต]* *[กระบวนการล้างข้อมูลฉุกเฉิน (System Purge Protocol) กำลังเริ่มต้นในอีก 60 วินาที...]* *[เป้าหมายการกำจัด: ผู้บุกรุกและหน่วยประมวลผลทั้งหมดภายในห้องใต้ดินหมายเลข 0]* หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัวสาดส่องบรรยากาศให้ดูราวกับนรกบนดิน ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาเตอะปิดตายด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตัดขาดเส้นทางหนีรอดทั้งหมดในพริบตา ทว่า ในความมืดมิดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ในเกม แต่มันคือเสียงก้าวเท้าเป็นจังหวะของ 'ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ' ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดพยานปากเอกให้หายไปจากสารบบอย่างถาวร ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบเอ็ดนี้ และหวังว่าท่านจะพร้อมเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายที่กำลังจะเปิดเผยในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%