เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับทัณฑ์บาปของชายผู้หวนคืน•ตอนที่ 2

กลิ่นอายความหลัง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลผสมปนเปไปกับกลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณและน้ำยาเคมีสำหรับฟื้นฟูศิลปวัตถุ ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่เงียบสงบของพรพระพาย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระรอกปัดฝุ่นละอองอายุกว่าร้อยปีออกจากผืนผ้าใบที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างเบามือที่สุด ทว่าสมาธิอันแน่วแน่ของเธอกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูกระจกฝ้าที่เปิดแง้มไว้ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น ค่อยๆ เงยขึ้นมองผ่านเลนส์แว่นสายตาบางเบา ภาพสะท้อนของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มราคาแพงที่ยับย่นเล็กน้อยคล้ายคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ปรากฏเด่นชัดอยู่หลังบานกระจก ร่างสูงใหญ่นั้นยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับคนกำลังพยายามควบคุมสติขั้นสูงสุด แววตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเวทนา วิงวอน และความเจ็บปวดที่เจียนตาย "คุณเข้ามาในนี้ไม่ได้นะคะ... ที่นี่คือเขตหวงห้ามสำหรับแขกผู้ไม่มีนัดหมาย" น้ำเสียงของพรพระพายราบเรียบเย็นชา ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย ราวกับเธอกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้าผู้ไร้ตัวตน อติเทพกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงช้าๆ ขณะที่มือหนาผลักประตูบานนั้นให้เปิดกว้างขึ้น กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชังเพราะมันมักจะมาพร้อมกับความหมางเมินของเขา ลอยเข้ามาแตะจมูก แต่วันนี้... กลิ่นนั้นกลับไม่หลงเหลือความน่าหลงใหลอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า "พาย..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของอติเทพ มันสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ผู้คนต่างเกรงกลัว "ผม... ผมขอเวลาแค่ห้านาที ได้โปรดฟังผมหน่อย" พรพระพายไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี เธอยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงหลังโต๊ะทำงาน วางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น ถอดถุงมือยางออกทีละข้างด้วยท่าทางที่แสนจะเชื่องช้า เพื่อจงใจให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าเธอมั่นคงและปลอดภัยเพียงใดในอาณาจักรเล็กๆ ที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของตัวเอง "ห้านาทีของุณ มีค่าเท่ากับเศษกระดาษไร้ค่าพวกนี้ไหมคะ?" พรพระพายพยักเพยิดไปยังเศษผ้าใบที่ขาดวิ่นบนโต๊ะ "ถ้าไม่มี... ก็กรุณาเดินออกไปทางเดิมที่คุณเข้ามา เพราะสำหรับฉันแล้ว คุณก็เป็นแค่สิ่งของชำรุดที่ผ่านการซ่อมแซมไม่ได้ และฉันก็ไม่มีนโยบายเสียเวลาฟื้นฟูขยะที่ถูกทิ้งขว้างไปแล้วด้วยค่ะ" คำพูดที่เชือดเฉือนราวกับคมมีดกรีดลงบนกลางใจของอติเทพจนเขาต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มหยันที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากอิ่มสวยของอดีตภรรยา ทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบจนแทบหยุดเต้น ผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่บ้านมืดๆ ทุกคืน ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาอย่างไร้ศักดิ์ศรี... บัดนี้ได้ตายไปอย่างไร้วันหวนคืนแล้ว เหลือเพียง "พรพระพาย" คนใหม่ คนที่แข็งแกร่งดั่งหินผา และเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้" อติเทพก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ยอมลดทิฐิและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้า "แต่ตอนนั้น... ผมตาบอดเอง ผมมองไม่เห็นว่าเพชรแท้อยู่ในมือ จนกระทั่งวันที่ผมทำมันหลุดมือไปและตระหนักได้ว่า โลกทั้งใบของผมมันมืดบอดแค่ไหนเมื่อไม่มีคุณ" พรพระพายหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง มันช่างแห้งแล้งและน่าสมเพชในความรู้สึกของอติเทพเสียเหลือเกิน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับสามีเก่าที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลقสลาย ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสามปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ วันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และเดินไปบอกข่าวดีกับเขาด้วยหัวใจที่พองโต แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือกระดาษหย่าและคำพูดดูถูกเหยียดหยามว่าเธอเป็นแค่ "ผู้หญิงน่ารังเกียจที่ใช้วิธีสกปรกเกาะเขา" วันที่เธอแท้งลูกอย่างไร้การเหลียวแลเพราะความเครียดและหยาดน้ำตา วันที่เธอต้องหอบสังขารที่แตกสลายหนีตายออกมาจากขุมนรกโลกันต์นั้น... ไม่มีแม้แต่เงาของความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้ "คุณเพิ่งมารู้คุณค่าของเพชร ก็ต่อเมื่อมันกลายเป็นเศษฝุ่นผงไปแล้วอย่างนั้นสินะคะ?" พรพระพายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ความสงบนิ่ง "น่าเสียดายนะคะอติเทพ... เพราะตอนนี้ ต่อให้คุณจะเอาเพชรทั้งโลกมากองแทบเท้าฉัน ฉันก็ไม่ชายตาแลมันอีกแล้ว เพราะของที่ผ่านมือคุณ ผ่านความเน่าเฟะที่คุณสร้างขึ้นมา... มันสกปรกเกินกว่าที่ฉันจะเอาตัวเข้าไปแปดเปื้อนอีก" "พาย..." อติเทพเอื้อมมือหนาหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กมา It was a desperate gesture, a final plea from a drowning man. แต่พรพระพายไวกว่า เธอก้าวถอยหลังหลบสัมผัสของเขาอย่างรังเกียจ ราวกับกลัวว่าเชื้อโรคจากซาตานจะมาแปดเปื้อนร่างกาย สายตาที่เธอมองมาที่เขานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด "อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เธอประกาศกร้าว เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังก้องไปทั่วสตูดิโอ "จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะคะอติเทพ ว่าผู้หญิงที่คุณยืนอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่พรพระพายคนเดิมที่ยอมให้คุณย่ำยีหัวใจอีกต่อไปแล้ว และเส้นทางระหว่างเรา... มันจบลงตั้งแต่สามปีก่อน ในวันที่คุณผลักฉันตกจากหน้าผาแห่งความตาย!" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของอติเทพและความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาว ทันIeะนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ธันวา ศิลปินหนุ่มรุ่นน้องผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและคู่คิดที่คอยโอบอุ้มหัวใจที่แตกสลายของเธอ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยอบอุ่นและแก้วกาแฟในมือ "พายครับ กาแฟของคุณ... เอ๊ะ ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?" ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชายแปลกหน้าหน้าตาเคร่งเครียดรังสีอำมหิตยืนอยู่กับพรพระพาย อติเทพหันขวับไปมองผู้ชายแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาแสดงความสนิทสนมกับอดีตภรรยาของตน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンขึ้นด้วยความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขาวโพลน สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกรีดร้องลั่นในอก ทว่า ก่อนที่อติเทพจะได้พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้หน้าอ่อนคนนั้น พรพระพายกลับขยับตัวเข้าไปใกล้ธันวาอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวเล็กยื่นไปรับแก้วกาแฟจากมือของชายหนุ่ม พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่อ่อนโยนและจริงใจที่สุดให้ — รอยยิ้มแบบที่อติเทพไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตการแต่งงาน "ไม่รบกวนหว่าค่ะธันวา... พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญหลงทางเข้ามาน่ะค่ะ กำลังจะเชิญเขาออกไปพอดี" พรพระพายกล่าวเสียงหวาน หันกลับมามองอติเทพด้วยหางตาราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า "เชิญค่ะคุณอติเทพ ออกไปจากชีวิตของฉัน แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก!" อติเทพยืนนิ่งงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานจนแทบแหลกสลาย ภาพที่เธอส่งยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ ยิ่งตอกย้ำว่าเขาได้สูญเสียเธอดวงใจไปตลอดกาลแล้วจริงๆ ทว่า ในจังหวะที่เขาพยายามจะรวบรวมสติเพื่อเอ่ยคำร้องขอร้องครั้งสุดท้าย สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังมุมโต๊ะทำงานของเธอ กล่องกระดาษลังสีน้ำตาลใบเล็กที่เปิดฝาทิ้งไว้... ภายในนั้นเต็มไปด้วยสมุดวาดภาพเด็กเล็กๆ และภาพถ่ายโพลารอยด์ของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบเศษ ใบหน้านั้น... ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม และริมฝีปากหยักลึกแบบนั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน! หัวใจของอติเทพหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับถูกค้อนทุบซ้ำๆ เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกตะลึงที่สั่นคลอนโลกทั้งใบของเขา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและหัวใจที่กำลังลุกโชนขึ้นใหม่ของพรพระพายนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับทัณฑ์บาปของชายผู้หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%