ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 7

ความล้มเหลวของแผนร้าย

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระเหยวนเวียนอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักบูรพา แสงสลัวจากเปลวเทียนสีชาดสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามค่ำคืน "ข้าไม่คาดคิดเลยว่า... ใต้เท้ามู่จะมีความสามารถถึงเพียงนี้ สามารถพลิกตำรากฎหมายราชสำนักอายุสามร้อยปีขึ้นมาหักล้างฎีกา องการกล่าวโทษตระกูลหลี่ได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยกระแสแห่งความกดดันดังขึ้นจากบุรุษผู้ประทับอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้พะยุงแกะสลักลวดลายมังกรทะยาน อ๋องเฉินอี้หลงทอดพระเนตรมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝัก ทรงแย้มพระสรุปเยียบเย็นที่มุมโอษฐ์ ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนบนลานประหาร หลี่มู่เหยาย่อกายลงคำนับด้วยกิริยาอาการสง่างามไร้ที่ติ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์สีเหมันต์สะท้อนประกายระยิบระยับภายใต้แสงเทียน ทุกย่างก้าวและจังหวะการหายใจของนางล้วนเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ไม่หลงเหลือเค้าลางของสตรีผู้อ่อนแอที่เคยถูกเหยียบย่ำในอดีตชาติแม้แต่น้อย "หม่อมฉันเพียงแต่พูดความจริงที่ถูกบิดเบือน และนำความยุติธรรมที่ควรจะเป็นกลับคืนสู่ตระกูลหลี่เท่านั้นเพคะ ท่านอ๋อง... แผนการใส่ร้ายป้ายสีที่ใช้หลักฐานปลอมแปลงเช่นนั้น หากพิจารณาตามกฎมณเณียรบาลแล้ว หาใช่ความสามารถของหม่อมฉันที่ไม่ธรรมดาไม่ แต่เป็นเพราะความโลภและความสะשלุ้ยของฝ่ายตรงข้ามที่หลงเหลือช่องโหว่ไว้มากเกินไปต่างหากเพคะ" คำพูดของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับคมกระบี่ที่กรีดผ่านความเงียบ ฉินอี้หลงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทิศบูรพาและไม่เคยพ่ายแพ้ในเกมการเมืองผู้Eนี้ ยามนี้กลับรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าช่างน่าค้นหาและอันตรายยิ่งนัก นางไม่ใช่หมากที่เขาจะควบคุมได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป นางคือภัยคุกคาม... และในขณะเดียวกัน ก็คือสตรีเพียงผู้เดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดความรู้สึกระทึกไหวอย่างประหลาด "เจ้ากล้าดียังไงถึงตบหน้าเสนาบดีหลิวกลางท้องพระโรงด้วยหลักฐานชิ้นนั้น รู้หรือไม่ว่ามันทำให้สมดุลอำนาจในราชสำนักสั่นคลอนเพียงใด?" เฉินอี้หลงตรัสถาม น้ำเสียงเยียบเย็นลงอีกหลายส่วน ทว่าไม่มีร่องรอยของความกริ้วโกรธจริงจัง เจืออยู่เพียงความท้าทาย "หากไม่ทำเช่นนั้น หม่อมฉันเกรงว่าเก้าอี้เสนาบดีคงจะเปื้อนเลือดบริสุทธิ์ของคนตระกูลหลี่ไปเสียก่อนแล้วเพคะ" มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบนั้นอย่างไร้ความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตคู่นั้นดุจดั่งประกายดาวในคืนเดือนมืด สงบนิ่ง ลึกล้ำ และอ่านไม่ออก "อีกอย่าง... ท่านอ๋องเองก็ทรงรอคอยโอกาสที่จะตัดแขนขาของฝ่ายตรงข้ามอยู่มิใช่หรือเพคะ? หม่อมฉันเพียงแต่ช่วยจุดไฟให้กองเพลิงลุกโชนเร็วขึ้นเท่านั้นเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้อบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดเป็นประกายไฟ เฉินอี้หลงทรงแยบพระสรลสรวลเบาๆ ในลำพระオฐ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความปรานีแต่น่าหลงใหลถึงขีดสุด พระองค์ทรงลุกขึ้นจากประทับ สาวพระบาทเข้ามาใกล้ร่างบางช้าๆ จนกลิ่นกายหอมเย้ายวนของบุรุษผู้สูงศักดิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาโชยเข้าแตะจมูก พระหัตถ์หนายื่นออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ทว่าหลี่มู่เหยากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล พร้อมกับย่อกายลงถวายพระพรด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ดึกมากแล้วเพคะ หม่อมฉันทูลลาเพื่อกลับไปดูแลมารดาที่เรือนก่อน เกรงว่าหากอยู่นานเกินไป ข่าวลือที่ไม่เป็นผลดีต่อตำหนักบูรพาจะแพร่สะพัดออกไปเสียก่อน" นางกำลังปฏิเสธพระองค์อย่างแนบเนียน และเป็นการตบหน้าในคราบความเคารพที่แสบสันยิ่งนัก เฉินอี้หลงชะงักพระหัตถ์ค้างกลางอากาศ รอยแย้มพระสรวลลึกลงไปอีก "หลี่มู่เหยา... เจ้าช่างกล้าหาญขึ้นทุกวัน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเกมนี้เจ้าจะเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าตลอดไป?" "หม่อมฉันไม่เคยคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าผู้ใดเพคะ... หม่อมฉันเพียงแต่รู้ว่า ไพ่ใบไหนควรเก็บ ไพ่ใบไหนควรทิ้ง และไพ่ใบใดที่ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแย่งไป" นางทิ้งท้ายด้วยประโยคที่แฝงความนัยลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อ๋องหนุ่มยืนมองตามเงาร่างบางที่หายลับไปในความมืดด้วยแววตาที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความปรารถนาและการท้าทาย ทว่า... ในขณะที่มู่เหยากำลังก้าวเท้าพ้นประตูรั้วชั้นนอกของตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าเร่งรีบของสาวใช้คนสนิท "เสี่ยวชุน" ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา พร้อมกับหอบหายใจรัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คุณหนูเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ! ที่... ที่เรือนใหญ่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" มู่เหยาขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณอันเฉียบคมเตือนภัยขึ้นทันที "เกิดอะไรขึ้น? ตั้งสติแล้วพูดให้ชัดเจน" เสี่ยวชุนคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ "ฮูหยิน... ฮูหยินผู้เฒ่าถูกคนลอบวางยาพิษในถ้วยน้ำชาเมื่อสักครู่ ตอนนี้... ตอนนี้ชีพจรแทบจะไม่ ะ... ไม่เต้นแล้วเจ้าค่ะ!" รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แววตาของหลี่มู่เหยาเปลี่ยนเป็นคมกริบและอำมหิตขึ้นมาทันที นางหันกลับไปมองตำหนักบูรพาที่ยังคงสว่างไสวเบื้องหลัง ก่อนจะตระหนักได้ทันทีว่า... เกมนี้ มิได้มีเพียงแค่เสนาบดีหลิวที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ยังมีเงื้อมมือที่มืดมนและเลือดเย็นยิ่งกว่ากำลังขยับหมากตบตานางอย่างแยบยล! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันอุปสรรคไปพร้อมกับกุนซือสาวของเรานะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%