"เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่า... สิ่งที่อยู่ในหีบไม้จันทน์หอมใบนั้น คือรายชื่อสายสายัณห์ที่ท่านอ๋องผู้เฒ่าซ่อนไว้จริง?"
น้ำเสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบของมู่เหยา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทึบของห้องหนังสืออันอับชื้น นางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลายวิจิตร อาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เหินสีม่วงเข้มสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันหอมกลิ่นกฤษณา ร่างระหงเอนพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม
เบื้องหน้าของนางคือ 'อาเหลียน' สาวใช้คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ถึงขั้นโง่เขลาของ 'คุณหนูรองจ้าว' คู่ปรับคนสำคัญ
อาเหลียนในชุดบ่าวไพร่เนื้อหยาบสีเทาเข้ม ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดระแวง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม นางก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก มือที่ประสานกันบิดเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด ความโลภและอำนาจชั่ววูบที่มู่เหยาหยิบยื่นให้ผ่านตั๋วเงินร้อยตำลึงเมื่อคืนนี้ ได้แปรเปลี่ยนเป็นบ่วงรัดคอที่นางดิ้นไม่หลุดเสียแล้ว
"บ่าว... บ่าวได้ยินกับหูเจ้าค่ะ!" อาเหลียนละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นเครือ "คุณหนูรองสั่งให้คนสนิทนำหีบใบนี้ไปมอบแก่ใต้เท้าฮั่วในคืนนี้เจ้าค่ะ นางบอกว่านี่คือหลักฐานที่จะใช้พลิกคดีของตระกูลจ้าว..."
มู่เหยาแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นเส้นโค้งที่งดงามทว่าเย็นเยียบถึงกระดูกดำ นางรินชาอุ่นลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ลวดลายดอกเหมยสีชาดบนจอกดูราวกับหยดเลือดที่ถูกแต้มแต่งอย่างประณีต นางเลื่อนจอกชานั้นไปตรงหน้าสาวใช้
"ดื่มเสียหน่อยเถิด... อากาศยามวิกาลเช่นนี้ ช่างเหน็บหนาวเสียเหลือเกิน"
อาเหลียนรับจอกชามาด้วยมืออันสั่นเทา นางดื่มรวดเดียวหมดจดเพื่อดับความกระวนกระวายในอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นประกายตาวับวาวราวกับผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังของมู่เหยาเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าทำได้ดีมาก อาเหลียน" มู่เหยาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดั่งพี่สาวเอ่ยกับน้อง "ในเมื่อเจ้าบอกทางสว่างแก่เราแล้ว เราย่อมไม่เอาเปรียบคนกตัญญูอย่างเจ้าหรอก... กลับไปเสียเถิด ไปบอกคุณหนูรองของเจ้าว่า ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่นางปรารถนา"
เมื่อร่างของสาวใช้ลับหายไปจากประตูเรือนปีกขวา มู่เหยาก็ผผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพื้นไม้ขัดมันเบาๆ นางเดินไปที่หน้าต่างบานกระทุ้ง เปิดออกรับสายลมยามค่ำคืนที่พัดพาเอาความหนาวเย็นเข้ามาปะทะผิวกาย
แผนการหมากตานี้ ช่างแยบยลยิ่งนัก
มู่เหยารู้ดีว่า 'คุณหนูรองจ้าว' หาได้มีปัญญาหลักแหลมพอจะคิดแผนการซับซ้อนเช่นนี้ไม่ เบื้องหลังนางย่อมมีบุรุษผู้เยือกเย็นและเจ้าเล่ห์อย่าง 'อ๋องเฉินอี้หลง' คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ท่านอ๋องผู้ไร้ใจผู้นั้นต้องการใช้เรื่องรายชื่อสายลับเพื่อบีบให้ขุนนางฝ่ายตรงข้ามจำนน แต่มู่เหยาหาใช่เหยื่อที่จะยอมให้ใครมาเชือดตามอำเภอใจ
นางจงใจปล่อยข่าวลวงเรื่องหีบไม้จันทน์หอมผ่านเบี้ยตัวนี้ เพื่อล่อให้ฝ่ายนั้นส่งคนมารlขโมยมันในคืนนี้ และเมื่อคนของจ้าวรองก้าวเข้ามาขโมยหีบที่บรรจุ *'เอกสารลับราชสำนักปลอม'* ที่นางตระเตรียมไว้อย่างแนบเนียน พร้อมตราประทับปลอมที่เลียนแบบได้อย่างไร้ที่ติ... ความผิดฐานสมคบคิดกับกบฏย่อมตกเป็นของตระกูลจ้าวทันทีโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว!
"ช่างเป็นหมากที่เดินได้งดงามยิ่งนัก..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณระเบียงด้านนอก มู่เหยาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ นางเพียงแต่หลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงที่ว่า บุรุษผู้เป็นดั่งเงาตามตัวผู้น้องหรือศัตรูคู่อาฆาตผู้นี้ มักจะปรากฏกายในยามที่นางคาดไม่ถึงเสมอ
เฉินอี้หลงก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในห้องแสงตะเกียบ วันนี้เขาสวมอาภรณ์คลุมยาวสีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีเงินยวดยิ่งขับเน้นให้ร่างสูงสง่าดูน่าเกรงขามและดุดันดั่งพญายม อาบไล้ด้วยกลิ่นอายความตายและอำนาจที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
ดวงตาคมกราบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองจอกชาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของกุนซือหญิง
"เจ้ากล้าใช้หมากเบี้ยตัวเล็กๆ มาหลอกปั่นหัวคนของเปิ่นหวาง ถึงเพียงนี้เชียวหรือ มู่เหยา?" อ๋องเฉินอี้หลงเอ่ยเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มที่มุมปากช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว "เจ้าคิดว่าแผนการตลบหลังของเจ้า จะรอดพ้นสายตาของเปิ่นหวางไปได้หรือ?"
มู่เหยาไม่สะทกสะท้าน นางหันกลับมาสบตากับเขาตรงๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสีชาด "ท่านอ๋องทรงว่างถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ ถึงได้เสด็จมาเยือนเรือนสตรีในยามวิกาลเช่นนี้ หรือว่า... ทรงเกรงว่าหมาป่าตัวโปรดของพระองค์จะติดกับดักที่ข้าขุดไว้เสียก่อน?"
เฉินอี้หลงสาวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดร่างนางจนกลิ่นอายบุรุษแผ่ซ่านโอบล้อมกายนางไว้ทั้งหมด มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนของนางขึ้นบังคับให้เงยหน้าสบตา ประกายในตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและความลุ่มหลงที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความโหดเหี้ยม
"เจ้ามันคือปีศาจจิ้งจอกจำแลงชัดๆ..." เขาเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแก้มเนียน "รู้ทั้งรู้ว่าเปิ่นหวางจ้องจะเอาชีวิตเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าเดินเกมรุกฆาต... หญิงงามเช่นเจ้า สมควรถูกล่ามโซ่ขังไว้ข้างกายเปิ่นหวางผู้เดียว มิใช่ปล่อยให้มาเดินหมากเล่นกับไฟเช่นนี้"
"ถ้าเช่นนั้น... พระองค์ก็ทรงลองก้าวเข้ามาในกองเพลิงนี้ดูสิเพคะ ว่าระหว่างข้าที่จะแผดเผาพระองค์จนมอดไหม้ หรือพระองค์ที่จะกลืนกินข้าจนไม่เหลือซาก" มู่เหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ท้าทายไม่แพ้กัน ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกแตะลงบนอกเสื้อของเขาเบาๆ สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระทึกภายใต้อาภรณ์หรูหรา
ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคายดังขึ้นที่นอกประตูกระดาษสา แสงคบเพลิงสว่างวาบสะท้อนผ่านหน้าต่างเข้ามาจนห้องทั้งห้องสว่างจ้า เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์พิทักษ์จวนดังแทรกความเงียบยามวิกาล
*"แย่แล้ว! มีคนบุกรุกห้องเก็บตำราลับ! พวกมันกำลังขโมยหีบเอกสารสำคัญ!"*
เฉินอี้หลงชะงัก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากทันที เขาไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย กลับก้มลงกระซิบข้างหูกุนซือสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงแววเย้ยหยัน
"ดูเหมือนว่า... หมากที่เจ้าวางไว้ เพื่อตบตาเปิ่นหวาง จะถูกคนของเปิ่นหวางสลับตัวไปเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนที่สาวใช้นางนั้นจะคาบข่าวมาบอกเจ้าเสียอีกนะ, พระชายาตัวน้อยของข้า"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับความเฉียบคมของมู่เหยาในตอนนี้ด้วยนะคะ!
ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 5
กลลวงในพู่กัน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!