ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 2

แผนที่ไร้รอยต่อ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ในห้องรับรองเรือนปีกตะวันตก หาได้มีความหอมหวานชวนรื่นรมย์ไม่ ในสายตาของหลี่มู่เหยา มันเป็นเพียงเครื่องหอมราคาแพงที่ใช้กลบเกลื่อนกลิ่นอายเน่าเฟะของความโลภเท่านั้น นิ้วเรียวดดุจลำเทียนของนางกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระต่ายแต้มน้ำหมึกสีชาดอย่างเชื่องช้า บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลายหงส์เคียงมังกร มีแผ่นกระดาษสาชั้นดีวางอยู่แผ่นหนึ่ง ข้อความที่ร่างด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงหาใช่จดหมายรัก หากแต่เป็น "เบี้ย" ตัวแรกที่นางกำลังจะหยอดลงบนกระดานแห่งความพินาศของสกุลจ้าว "คุณหนูเจ้าคะ บ่าวต้มรังนกตุ๋นโสมมาให้เจ้าค่ะ..." เสียงของชุนเซียงสาวใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมของโสมชั้นดีโชยขึ้นมาแตะจมูก ทว่ามู่เหยากลับไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย "เรื่องที่ให้ไปจัดการ เรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่" มู่เหยาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายพู่กันยังคงลากเส้นสายตัวอักษรอย่างมั่นคง "เรียบร้อยตามคำสั่งทุกประการเจ้าค่ะ บ่าวให้คนสนิทนำหีบผ้าแพรปักลายหงส์ที่ฮูยองใหญ่ประทานให้ ไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำตระกูลเฉินย่านการค้าฝั่งตะวันออกแล้วเจ้าค่ะ และจงใจให้ผู้ดูแลร้านเห็นตราประทับประจำตระกูลจ้าวอย่างชัดเจน ป่านนี้ข่าวลือเรื่องที่ว่าฮูหยินใหญ่ขัดสนเงินทองจนต้องแอบเอาของพระราชทานไปขายเพื่อใช้หนี้พนันของน้องชาย คงแพร่สะพัดไปครึ่งค่อนเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ" ชุนเซียงกล่าวรายงานด้วยแววตาระคนสะใจ ทว่ายังคงมีความกังวลฉายชัดในน้ำเสียง "แต่... หากท่านแม่ทัพหรือฮูหยินใหญ่ล่วงรู้เข้า บ่าวเกรงว่า..." มู่เห่าวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ ของด้ามไม้ไผ่กับแท่นหมึกดังก้องขึ้นในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสาวใช้ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนชุนเซียงต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ "พวกเขาย่อมต้องรู้แน่..." มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "แต่ไม่ใช่ในฐานะ 'ผู้เสียหาย' พวกเขาจะเป็น 'ผู้สร้างความอับAาย' ให้แก่ตนเองต่างหากเล่า" ในชาติภพก่อน ฮูหยินใหญ่จ้าวซื่อผู้นี้ใช้วิธีการสกปรกสารพัดในการบีบคั้นให้นางต้องอับจนหนทาง ทั้งใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นกาลกิณี และร่วมมือกับอนุภรรยาคนโปรดวางยาพิษอย่างช้าๆ เพื่อฮุบสินเดิมของมารดาผู้ล่วงลับของนาง คราวนี้นางไม่ได้ต้องการแค่ความยุติธรรม แต่นางจะทำให้สกุลจ้าวค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยจากภายใน เริ่มจากความไว้วางใจที่เปราะบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ ยามบ่ายคล้อย แสงแดดสีทองสาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลักลายเมฆา ทอดเงาทับถมลงบนเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ บรรยากาศภายในห้องโถงอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้าว่ากระไรนะ!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่ทัพจ้าวเหิง ผู้เป็นบิดา ใบหน้าที่เคยองอาจบัดนี้แดงก่ำด้วยความอับอายจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เรื่องอัปยศเช่นนี้แพรพרไปถึงหูของใต้เท้าซ่งแล้ว เจ้าอธิบายมาซิฮูหยิน ว่าเหตุใดหีบผ้าแพรปักลายหงส์ที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ในงานฉลองแซยิดจึงไปโผล่อยู่ที่โรงรับจำนำได้!" จ้าวซื่อผู้เป็นฮูหยินใหญ่ หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา นางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย ดวญตาทอแววตื่นตระหนกและสับสนระคนกัน สองมือสั่นเทาจนต้องรีบกุมเข้าหากันแน่น "ท่านพี่... ท่านพี่โปรดฟังหม่อมฉันก่อนนะเจ้าคะ เรื่องนี้... หม่อมฉันไม่ได้ทำ! หม่อมฉันไม่เคยนำหีบผ้าแพรนั่นออกนอกจวนเลยแม้แต่ก้าวเดียว!" "โกหก!" แม่ทัพจ้าวตวาดลั่น ชี้หน้าภรรยาด้วยความเกรี้ยวกราด "ผู้ดูแลโรงรับจำนำยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า คนที่นำไปจำนำคือบ่าวรับใช้คนสนิทข้างกายเจ้า แถมยังกำชับให้ปิดเป็นความลับไม่ให้ข้าล่วงรู้ หากไม่ใช่เพราะเจ้าติดหนี้การพนันก้อนโตจากวงไพ่ของพวกคุณหญิงตระกูลหลิว แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้!" "ท่านพี่ หม่อมฉันถูกใส่ร้ายนะเจ้าคะ! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" จ้าวซื่อร้องไห้ฟูมฟาย พยายามคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อของสามี ทว่ากลับถูกสะบัดออกอย่างไม่ใยดี ในมุมมืดของห้องโถง หลี่มู่เหยากำลังยืนสงบนิ่งอยู่หลังฉากกั้นลายปัก ดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ แววตาคู่คมกริบมองภาพความแตกแยกตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา นางเพียงแค่ปล่อยข่าวลือผ่านบ่าวรับใช้ที่รับสินบนง่ายดาย และจงใจทิ้งร่องรอยให้คนของตระกูลเฉินตามสืบเจอโดยง่ายดายเพียงนิดเดียว โครงข่ายความเชื่อใจที่สั่งสมมาหลายปีของฮูหยินใหญ่ ก็พังทลายลงภายในชั่วข้ามคืน นี่เป็นเพียงก้าวแรก... ก้าวแรกเท่านั้นที่จะทำให้พวกมันได้ลิ้มรสความรู้สึกของการ "ถูกหักหลังและโดดเดี่ยว" ทว่า ในขณะที่มู่เหยากำลังคำนวณหมากตานต่อไปในใจ จู่ๆ ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ กลิ่นอายอันคุ้นเคยและกดดันจนน่าอึดอัดลอยมาแตะจมูก กลิ่นสนและโลหิตเจือจาง... กลิ่นอายของบุรุษผู้ไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล ฝีเท้าเงียบกริบดั่งพยัคฆ์ย่างก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังนางอย่างแนบเนียน พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่กระซิบอยู่ข้างใบหู จนเส้นขนทั่วร่างของมู่เหยาลุกชันขึ้นพร้อมกัน "คุณหนูหลี่ช่างมือเติบนัก เล่นสนุกกับหมากบนกระดานตระกูลจ้าวเสียจนเมืองหลวงปั่นป่วน... แต่เจ้าไม่คิดหรือว่า การเล่นกับไฟเช่นนี้ อาจทำให้มือคู่สวยของเจ้าต้องพุพองเสียเปล่าๆ" มู่เหยาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ นางค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ปะทะเข้ากับดวงเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวของท่านอ๋องเฉินอี้หลง ผู้ซึ่งควรจะประทับอยู่จวนอ๋องในยามนี้ รอยยิ้มเย้าหยอกระคนอันตรายปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน ขณะที่พระหัตถ์หนากำลังยื่นถ้วยชาเคลือบหยกที่ยังมีไอร้อนกรุ่นยื่นมาตรงหน้า โดยมีรอยประทับนิ้วมือคล้ายคราบยาพิษสีม่วงจางๆ บริเวณขอบถ้วย! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปในกลเกมอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%