กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณ... นี่ไม่ใช่กลิ่นความตายอันน่าสะอิดสะเอียนที่แผดเผาร่างกายของนางจนหลอมละลายในตำหนักเย็นแห่งนั้น
"คุณหนูเจ้าคะ... ท่านเหม่อลอยไปอีกแล้ว นายท่านกำลังรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ เจ้าค่ะ"
เสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นข้างหู ทำเอาหลี่มู่เหยาถึงกับสะدุ้งสุดตัว ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก ม่านมุ้งผ้าไหมปักลายดอกบัวสีชมพูอ่อนสะบัดไหวตามแรงลมยามอัสดง เทียนเล่มใหญ่ในเชิงทองเหลืองกำลังหยาดน้ำตาเทียนลงมาทีละหยด กระจกเงาทองเหลืองขัดเงาวับสะท้อนภาพสตรีในอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายหงส์บินว่อน ความงามที่ยังคงเยาว์วัยไร้รอยแผลเป็นจากการถูกทรมาน ไร้ซึ่งกลิ่นอายความตายที่เกาะกุมวิญญาณ
นางก้มมองเรียวนิ้วของตนเอง... นิ้วมือที่เคยถูกบดขยี้จนพิการ บัดนี้กลับเรียบเนียน ขาวผ่อง และไร้ร่องรอยการจองจำ
*สามปี... นี่คือกาลเวลาก่อนที่ตระกูลหลี่จะถูกปรักปรำว่าเป็นกบฏ*
หัวใจของมู่เหยาเต้นระรัวดั่งกลองศึก ความทรงจำอันเจ็บปวดล้ำลึก ภาพของหูหยางจวินบุรุษผู้ที่นางเคยทุ่มเทถวายชีวิตและสติปัญญาให้ แต่กลับตอบแทนด้วยยาพิษสลายกระดูกและราชโองการประหารล้างตระกูล ภาพเปลวเพลิงที่แผดเผาร่างและศักดิ์ศรีของนางจนมอดไหม้ ความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกบีัดนี้กำลังแผดเผาซ้ำรอยเดิม แต่ทว่า... มันถูกหล่อหลอมด้วยความเยือกเย็นอันคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ
"ข้ายังมีชีวิตอยู่..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงสด แววตาที่เคยอ่อนโยนและโง่งอมืดมน บัดนี้กลับทอประกายคมปลาบดุจดั่งเหยี่ยวราตรีที่จ้องมองเหยื่อ
"คุณหนูรีบเปลี่ยนอาภรณ์เถอะเจ้าค่ะ สวมชุดผ้าต่วนปักลายเหมันต์สีฟ้าครามตัวนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ จะได้ขับผิวให้ผ่องใส ท่านราชครูเรียกหาแล้ว" สาวใช้
*อี้ว์เอ๋อร์* เอ่ยด้วยความร้อนรน นางไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอันสงบเสงี่ยมของคุณหนูผู้นี้ ได้ตายไปพร้อมกับกองเพลิงในตำหนักเย็นเมื่อสามปีข้างหน้าเสียแล้ว
"ไม่ต้องใช้ชุดนั้น" มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนอี้ว์เอ๋อร์ชะงักงัน "นำชุดฉางป่าวสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหินมาให้ข้า"
อี้ว์เอ๋อร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "สีแดงเพลิงหรือเจ้าคะ? วันนี้มิใช่วันมงคล..."
"ความตายกำลังจะมาเยือนเรือนหลังนี้ต่างหาก... เหตุใดต้องใส่ชุดไว้ทุกข์ล่วงหน้าเล่า?" มู่เหยาแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้สาวใช้รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด นางก้าวลงจากเตียงด้วยท่าทีสง่างาม ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยทรวดทรงและอำนาจที่สั่งสมมาจากประสบการณ์การเมืองอันเชือดเฉือนในวังหลวง
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ แสงไฟจากโคมระย้าส่องกระทบใบหน้าของบิดา—ราชครูหลี่เหวินซู และแขกผู้มาเยือนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า บุรุษในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายกิเลน คิ้วเข้มดั่งกระบี่ นัยน์ตาดุจเหยี่ยวที่กวาดมองมาด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา
*หูหยางจวิน... อ๋องผู้ไร้ใจ*
เขากลับมาปรากฏตัวที่จวนราชครูในวันนี้... วันเดียวกันกับที่เขามาสู่ขอ "สิทธิ์ในการแต่งตั้งคู่หมั้น" ซึ่งแท้จริงแล้วคือการใช้ตระกูลหลี่เป็นหมากตัวแรกในการไต่เต้าสู่บัลลังก์มังกร!
"คารวะท่านอ๋อง" มู่เหยาทำความเคารพตามธรรมเนียม ทว่าแววตาที่เงยขึ้นสบตากลับไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความเขินอายเยี่ยงสตรีทั่วไป มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกล้ำดั่งก้นบึ้งเหวนรก
อันเฉินอี้หลง หรี่ตาลงเล็กน้อย บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทิศพยัคฆ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและไม่เคยใส่ใจสตรีใด ยามนี้กลับรู้สึกแปลกประหลาดกับสตรีตรงหน้า แววตาคู่นั้น... ไร้ซึ่งความเลื่อมใส ไร้ความยำเกรง ราวกับนางกำลังมอง "ซากศพ" ที่เดินได้
"บุตรสาวตระกูลหลี่ ช่างมีความอาจหาญนัก สบตาเราโดยไม่หลบเลี่ยงเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวอาญาหรือ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระแวงระวัง
มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ "อาญาของท่านอ๋องน่ากลัวเพียงใด หม่อมฉันย่อมทราบดีเพคะ... แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าหาใช่คมกระบี่ของท่านอ๋องไม่ หากแต่เป็นความโง่เขลาของคนที่ยอมก้มหัวให้หมากบนกระดาน โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... ตนเองเป็นเพียงเบี้ยที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งต่างหากเล่า"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบสงบลงราวกับป่าช้า ราชครูหลี่หน้าถอดสี รีบตวาดบุตรสาวทันที "มู่เหยา! สามหาว! เจ้ากล้าดีอย่างไรพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋อง!"
ทว่าอันเฉินอี้หลงกลับยกมือขึ้นห้ามราชครู นัยน์ตาคมกลาบจดจ้องร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงไม่วางตา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันและสนใจในคราเดียวกัน
"น่าสนใจ..." อ๋องหนุ่มลุกขึ้นยืน สาวเท้าเข้ามาใกล้สตรีตรงหน้า กลิ่นอายบุรุษเพศอันกดดันแผ่ซùmซ่านเข้าประชิดตัว "เจ้ากำลังบอกว่า... การหมั้นหมายระหว่างเราในวันนี้ เป็นเพียงเกมกระดานอย่างนั้นหรือ?"
มู่เหยาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เคยพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตนาง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง
"ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้วเพคะ..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง "มันมิใช่เกมกระดานธรรมดา... แต่มันคือเกมที่หม่อมฉันจะเป็นผู้ถือหมาก และจะควักหัวใจของคนที่บังAจมาเหยียบย่ำตระกูลของหม่อมฉัน... ออกมาขยี้ให้แหลกคามือ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้ารat-a-tat ขององครักษ์ประจำพระองค์ก็ดังขึ้นจากนอกประตู พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้ทุกคนในห้องโถงต้องหยุดหายใจ
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งปลดตำแหน่งแม่ทัพทิศพยัคฆ์ของท่านอ๋อง และมีรับสั่งให้กักบริเวณท่านไว้ในจวนทันทีด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ!"
อันเฉินอี้หลงชะงักกึก นัยน์ตาเหยี่ยวหันขวับกลับมามองสตรีชุดแดงตรงหน้าทันที ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ในขณะที่หลี่มู่เหยายังคงยืนยิ้มรับ... รอยยิ้มของผู้กุมอนาคตที่ล่วงรู้ทุกความเคลื่อนไหว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสู่วัฏจักรแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— เงียบแต่ฟาดเรียบ
ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1
วิญญาณในกองเพลิง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!