ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 16

ความลึกลับของอดีต

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"หมึกแท่งนี้เก่าแก่จนเนื้อหมึกจับตัวเป็นผลึกแล้ว... เพคะท่านอ๋อง" ซูมู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมไหว ภายในห้องหนังสือลับใต้ตำหนักบูรพา อากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณและกลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่เจือจางเสียจนแทบไม่ได้กลิ่น นางสวมอาภรณ์ปักลายหงส์เหินสีครามเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมผ้าต่วนเนื้อนุ่มสีเทามุก ชายกระโปรงยาวลากพื้นจรดพรมขนสัตว์ทอจากแดนเหนือ ท่วงท่าการเคลื่อนกายสง่างามไร้ที่ติราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับกวาดมองกองเอกสารสลับซับซ้อนตรงหน้าด้วยความคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในกลีบไหม เฉินอี้หลงมิได้เอ่ยคำใด ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ร่างระหงเงียบเชียบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ฉลองพระองค์คลุมยาวสีดำปักดิ้นทองลายเมฆมงคลสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับแวม พระเนตรคมกลาบปรายมองแผ่นหลังบางที่กำลังงحุบตัวค้นหาบางสิ่งในหีบไม้จันทน์แดงสลักลวดลายโบราณ ความเงียบงันภายในห้องใต้ดินนี้ช่างกดดันและเยือกเย็น เสียดแทงประสาทสัมผัสจนผู้คนรอบกายแทบไม่กล้าหายใจแรง ทว่าสำหรับมู่เหยาแล้ว... หัวใจดวงนี้กลับเต้นรัวด้วยความเร่าร้อนอันเกิดจากเพลิงแค้นที่ถูกสุมไว้รอวันชำระ ในชาติภพก่อน นางคือสตรีโง่งงผู้ยอมมอบทุกหยาดหยดของสติปัญญาและตระกูลหลี่เพื่อส่งเสริมบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ขึ้นสู่บัลลังก์มังกร ทว่าสิ่งที่นางได้รับตอบแทนกลับเป็นยาพิษไร้สีไร้กลิ่นในคืนฉลองชัยชนะ และราชโองการประหารเก้าชั่วโคตรที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตนเองอย่างเลือดเย็น ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านั้นมิเคยเลือนหาย มันกลับยิ่งคมชัดขึ้นทุกคราที่นางได้ยินเสียงฝีเท้าของเขา "เจ้ากำลังตามหาอะไรกันแน่... มู่เหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นชิดริมหางตา ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือลาดไหล่บอบบาง พระหัตถ์หนายื่นมาฉวยข้อมือนางไว้เบาๆ ทว่ามั่นคงราวกับคีมเหล็ก "หรือว่า... เจ้าไม่ได้มาเพื่อช่วยข้าจัดระเบียบฎีกาเก่าของสำนักราชเลขาธิการ" มู่เหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางเพียงช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบที่มักจะซ่อนความระแวงสงสัยเอาไว้เสมอ มุมปากสลักเสลาแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนอ๋องหนุ่มต้องชะงักไปชั่วขณะ "หม่อมฉันเพียงแต่สงสัยเพคะ..." นางเอ่ยเสียงกระซิบพร่า "เหตุใดฎีกาลับจากชายแดนตงเป่ยเมื่อแปดปีก่อน จึงมีร่องรอยการถูกกรีดทับด้วยคมมีดจนเนื้อกระดาษแหว่งหายไปเช่นนี้ ทั้งที่ในสำเนาบันทึกของกรมพิธีการ... กลับระบุว่าเอกสารชุดนี้ถูกทำลายด้วยเพลิงไหม้" ฉับพลัน บรรยากาศรอบกายพลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกเย็น อ๋องเฉินอี้หลงมิได้ตกใจ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับหรี่แคบลง รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่านออกจากพระวรกายสูงใหญ่จนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า ทรงจ้องมองสตรีตรงหน้าเขม็งราวกับต้องการทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจที่ซับซ้อนดั่งเขาวงกตของนาง "เจ้าช่างตาไวเสียจริง..." อี้หลงเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่าไร้ซึ่งความขบขัน "เรื่องเมื่อแปดปีก่อน แม้แต่ราชครูยังไม่เคยล่วงรู้ แล้วเหตุใดสตรีในห้องหอเช่นเจ้าจึงใส่ใจนักเล่า" "เพราะสตรีในห้องหอผู้นี้... ไม่เคยปรารถนาจะเป็นเพียงดอกไม้ประดับแจกันในตำหนักของท่านอ๋องอย่างไรล่ะเพคะ" มู่เหยาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความท้าทาย นางสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากก้นหีบ น้ำหมึกสีชาดที่เลือนรางตามกาลเวลาปรากฏแก่สายตาชัดเจน ดวงตาหงส์กวาดอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดอย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบแม้จะคาดเดาไว้แล้วก็ตาม นั่นคือสำเนาลับ... สัญญาลับระหว่าง "อ๋องเฉินอี้หลง" กับ "แม่ทัพแคว้นเป่ยอวีศัตรู" ลายมือชื่อประทับตราหยกประจำตัวของอ๋องเฉินเด่นชัดบาดตา ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าผู้ใดก็ปลอมแปลงไม่ได้ บ่งบอกถึงการสมรู้ร่วมคิด เปิดทางให้กองทัพข้าศึกบุกรุกเข้าปล้นสะดมเมืองหน้าด่าน แลกกับการสนับสนุนอำนาจในการแย่งชิงบัลลังก์มังกรจากองค์รัชทายาทในขณะนั้น! นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ... หลักฐานยืนยันความทรยศหักหลังแผ่นดินที่อ๋องเฉินผู้เหี้ยมโหดผู้นี้พยายามปกปิดซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต! "เจอแล้วสินะ..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นประชิดพระ कर्ण (ใบหู) อีกครั้ง พร้อมกับอ้อมพระกรแข็งแกร่งที่ตวัดโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาแนบพระinอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงพระอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ มู่เหยาตัวแข็งทื่อ ชั่วขณะหนึ่งกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านห้อมล้อมกักขังนางไว้ในวงแขน นายเหนือหัวแห่งตำหนักบูรพาก้มพระพักตร์ลงมาจนพระนาสิกแทบจะชนเข้ากับแก้มนวลเนียน ปลายพระโอษฐ์หยักลึกแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ทว่าแววตากลับลุ่มลึกยากหยั่งถึง "เก่งกาจสมกับที่เป็นกุนซือคนโปรดของข้า..." อี้หลงกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดราวีผิวแก้ม "แต่เจ้าคิดหรือ... ว่าการนำหลักฐานชิ้นนี้ออกมา จะทำให้เจ้ามีอำนาจต่อรองเหนือข้าได้?" มู่เหยาไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อแรงกดดัน นางเบือนพักตร์กลับมาสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันสั้นเสียจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน รอยยิ้มเยเย้ยปรากฏขึ้นบนมุมปากบางเฉียบ "หม่อมฉันมิได้ต้องการต่อรองเพคะท่านอ๋อง..." มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นและทรงพลังยิ่งกว่า "แต่หม่อมฉันเพียงแต่ต้องการใช้มัน... เพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ท่านรัก เช่นเดียวกับวันที่ท่านเคยทำลายชีวิตของหม่อมฉันอย่างไรเล่า!" สิ้นคำพูดนั้น ประกายตาของอ๋องเฉินอี้หลงก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยความตื่นตะลึงระคนโทสะ พระหัตถ์แกร่งบีบกระชับเอวบางแน่นขึ้นราวกับจะหักคั้นให้แหลกคราบ ทว่าก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนอันดุเดือดจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น— *ตึง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโหวกเหวกโวยวายดังทะลุผ่านประตูเหล็กหนาทึบลงมาเบื้องล่าง ตามด้วยเสียงตะโกนหวาดผวาของขันทีหน้าห้องที่ดังสะท้อนก้องกังวาน "แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้จับกุมตัวท่านอ๋องและกุนซือหลี่ในข้อหา... กบฏ!" มู่เหยาชะงักกึก ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก แผนการของนางยังไม่ทันได้เริ่มก้าวเดิน เหตุใดความลับจึงรั่วไหลเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน?! และในวินาทีที่อ๋องเฉินอี้หลงหันพระพักตร์กลับไปมองประตูเหล็กหนาด้วยแววตาดุดันดั่งพยัคฆ์ร้าย พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งของพระองค์ก็คว้าด้ามกระบี่ประจำพระองค์ไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ทว่าพระเนตรคมกลาบกลับหันมามองสตรีในอ้อมแขนด้วยประกายลึกล้ำที่อ่านไม่ออก "ดูท่า... ในเกมนี้ พวกเราไม่ได้เล่นกันแค่สองคนเสียแล้วกระมัง... ชายาของข้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินเกมอำนาจและฟาดฟันความอยุติธรรมไปกับเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนศรแค้น: บัลลังก์นี้ข้าขอคืนจากบุรุษผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%