“หยุดสั่นเสียที ลูน่า... แรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ เจ้ายังรับมือไม่ไหวอีกหรือ?”
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชาที่ตัดผ่านความวุ่นวายของมวลอากาศที่บิดเบี้ยว ผมไม่ได้หันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่สัมผัสได้ถึงไอเวทที่สั่นไหวอย่างรุนแรงจากกายของเอลฟ์สาว ลูน่าขบกรามแน่น ฝ่ามือที่เรียวบางของเธอจิกเข้าหากันจนเล็บเกือบจมหายไปในเนื้อหนัง
รอบกายของเราไม่ใช่ผนังหินของดันเจี้ยนที่ผมคุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันคือช่องว่างระหว่างมิติที่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของรหัสโปรแกรมที่แตกกระจายเหมือนเศษแก้ว นี่คือ ‘เขตแดนรอยต่อ’ สถานที่ที่ผู้เล่นทั่วไปไม่มีวันก้าวผ่านเข้ามาได้หากระบบหลักไม่ประทานอนุญาตให้
“นี่มันไม่ใช่แค่เมืองหลักอย่างที่ท่านบอก... เรย์ ท่านกำลังพาเราเข้าสู่ส่วนลึกของโครงสร้างระบบที่บิดเบี้ยวใช่ไหม?” เสียงของลูน่าสั่นเครือ แต่นัยน์ตาของเธอยังคงจดจ้องที่แผ่นหลังของผมด้วยความเชื่อมั่นที่ปนเปไปกับความหวาดหวั่น
ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาของผมจดจ้องไปข้างหน้า ที่ซึ่งปรากฏภาพโฮโลกราฟิกขนาดยักษ์ของเมือง ‘อาเคเดีย’ เมืองหลักที่เป็นดั่งกรงขังทองคำของเหล่าผู้เล่นระดับท็อป มันตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาลอยฟ้าที่รายล้อมด้วยกำแพงเวทมนตร์หนาทึบ ที่นั่นคือสถานที่ที่เซนอสและพวกพ้องกิลด์ใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือควบคุมกลไกของโลกใบนี้
ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างของเราลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง พื้นผิวของเมืองอาเคเดียไม่ได้ทำจากหิน แต่ทำจาก ‘ดาต้า’ ที่ถูกบีบอัดจนแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า เสียงรองเท้าบูทของผมกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เสียงนั้นเหมือนประกาศกร้าวถึงการมาถึงของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ฝูงชนในชุดเกราะอลังการที่ประดับด้วยอัญมณีเวทมนตร์ระดับสูงหยุดกึก ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมและลูน่า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกระซิบจะเริ่มดังขึ้นราวกับฝูงแมลงวัน
“นั่นมันเรย์... คนที่หายตัวไปจากดันเจี้ยนชั้นที่ 50 พร้อมกับความผิดปกติของค่าสถานะน่ะหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้... รอยแยกมิตินั่นไม่มีทางที่คนธรรมดาจะผ่านเข้ามาได้โดยไม่ถูกลบข้อมูลทิ้ง!”
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ผู้คนพวกนี้ถูกระบบหล่อหลอมจนกลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิต พวกเขาเก่งกาจในเชิงตัวเลข แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่แท้จริง
“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไง ลูน่า...” ผมเอ่ยขึ้นขณะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับผู้แสวงหาชัยชนะ แต่เป็นสนามเด็กเล่นของผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า”
“ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?” ลูน่าถามพลางกระชับคทาในมือ “เราตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งเมืองแล้วนะ”
“ทำในสิ่งที่ข้าถนัดที่สุดไงล่ะ” ผมหยุดเดิน เมื่อเบื้องหน้าปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวทอง นามของเขาคือ ‘เคนเนธ’ รองหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ ชายผู้ที่ได้รับสมญานามว่าเป็น ‘ผู้พิทักษ์แห่งอาเคเดีย’
“นายไม่ควรมาที่นี่ เรย์” เคนเนธเอ่ยพร้อมกับดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากช่องเก็บของ ดาบนั้นเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าจนผู้เล่นรอบข้างต้องยกมือขึ้นบังตา “เซนอสสั่งตาย... และถ้าข้าปล่อยให้แกเดินผ่านประตูเมืองนี้ไปได้ หัวของข้าคงไม่ติดอยู่บนบ่าอีกต่อไป”
ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงของสัตว์ร้ายที่เพิ่งหลุดออกมาจากกรงขัง “เซนอสส่งหมาเฝ้าบ้านมาต้อนรับข้าเองเลยหรือ? บอกมันสิ ว่ากรงขังที่มันสร้างขึ้นน่ะ... มันเปราะบางกว่าที่มันคิดเยอะ”
ผมดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว รหัสสีแดงฉานเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเคนเนธ พลังงานความร้อนพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่สกิลเวทมนตร์ธรรมดาที่เกมกำหนดไว้ แต่เป็นการแทรกแซงรหัสพื้นฐานของดันเจี้ยนที่ผมค้นพบในระหว่างที่ฟาร์มเวลทะลุบั๊กในรอยแยกมิติ
เคนเนธเบิกตากว้าง ความมั่นใจของเขามลายหายไปในพริบตา เมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขาเริ่มแปรสภาพเป็นผลึกทรายและสลายตัวไปต่อหน้าต่อตา
“แก... แกทำอะไรลงไป! นี่มันบั๊ก! แกใช้บั๊ก!” เคนเนธตะโกนอย่างเสียสติ
“ไม่ใช่บั๊กหรอก เคนเนธ...” ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร “มันคือ ‘ความจริง’ ที่พวกแกถูกปิดตายไม่ให้มองเห็นต่างหาก”
ผมสะบัดมือเพียงเบาๆ พลังงานมหาศาลก็กระแทกร่างของเคนเนธจนลอยละลิ่วไปกระแทกกับกำแพงเมืองจนแตกละเอียด แรงสั่นสะเทือนทำเอาเมืองทั้งเมืองสั่นไหว เหล่าผู้เล่นระดับสูงที่เคยเย่อหยิ่งต่างถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ขีดจำกัดของเลเวลที่พวกเขามี ไม่มีผลอะไรเลยต่อสิ่งที่ผมทำ
แต่ในวินาทีที่ผมคิดว่าสถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือ รอยยิ้มประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคนเนธที่นอนจมกองเลือดอยู่
เขากระซิบคำที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ “แกคิดว่า... เจ้าของกรงขังนี้คือเซนอสจริงๆ งั้นหรือเรย์? กุญแจดอกสุดท้ายที่แกตามหา... ไม่ได้อยู่ที่เขา... แต่มันกำลังมองดูแก... จากใจกลางของเมืองนี้ตั้งแต่วินาทีที่แกก้าวเข้ามา”
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีเลือดดังก้องไปทั่วอาเคเดีย ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก และที่ใจกลางปราสาทสูงสุดของเมือง ร่างเงาหนึ่งร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้น... ร่างที่ดูคุ้นตาจนผมไม่อาจละสายตาได้
นั่นไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นคนที่ผมเคยสาบานว่าจะสังหารด้วยมือของผมเองในวันที่กิลด์ของผมถูกทำลายลง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและร่วมเป็นพยานในความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ จอมเวทไร้นาม
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 26
เข้าสู่เขตกลาง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!