กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของหินโบราณและไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากรอยแตกบนพื้นศิลา
เรย์กวาดสายตามองร่องรอยความเสียหายรอบตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้จะเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เลือดสีสดไหลรินอาบต้นแขนซ้ายจนย้อมเสื้อคลุมสีดำให้กลายเป็นสีเข้ม ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่ขยับกล้ามเนื้อ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจเบี่ยงเบนสมาธิของเขาไปจากเป้าหมายเบื้องเบื้องหน้าได้เลย
ร่างสูงใหญ่ของมอนสเตอร์ระดับขุนพล "การ์กอยล์ทมิฬแห่งป้อมปราการพันปี" ยืนตระหง่านขวางทางขึ้นสู่ชั้นถัดไป ปีกสีดำมหึมาสะบัดกวาดเอาเศษหินปลิวว่อน ดวงตาสองข้างเปล่งแสงสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะกลืนกินวิญญาณ มันไม่ใช่แค่ศัตรูที่ถูกโปรแกรมให้ทำตามคำสั่ง แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยสัญชาตญาณนักล่ากระหายเลือด
"ระวังตัวด้วยนะครับ เรย์! เกราะป้องกันเวทมนตร์ของฉันเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าโดนการโจมตีเมื่อครู่เข้าไปอีกครั้ง... เราไม่รอดแน่"
เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของลูน่าดังขึ้นจากมุมเสาหิน หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ทรุดตัวลงคุกเข่า มือเรียวยกไม้เท้าสั่นเทาขึ้นค้ำยันพื้นไว้ ดวงตาคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด หยดเหงื่อไหลยãมโครงหน้าสวยจนเปียกชุ่ม
เรย์ไม่ตอบคำถาม เขายังคงจดจ้องความเคลื่อนไหวของบอสตรงหน้า สมองประมวลผลรูปแบบการโจมตีที่เพิ่งพลาดท่าไปเมื่อครู่
ความผิดพลาดเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาทีเกือบทำให้พวกเขาต้องสังเวยชีวิต การคำนวณคูลดาวน์ของสกิลระบบผิดพลาดไปสองวินาที ทำให้โล่เวทมนตร์สลายตัวก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้เขาต้องเอาเนื้อหนังของตนเองมารับกรงเล็บเหล็กกล้าของการ์กอยล์เพื่อปกป้องลูน่า รอยแผลลึกที่แผ่นหลังและต้นแขนคือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ดันเจี้ยนระดับสูงนี้ไม่ได้มีความปรานีหลงเหลืออยู่เลย
"ระบบยังคงทำงานผิดปกติ..." เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึก
หน้าต่างสเตตัสสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า แถบ HP ของเขาลดฮวบลงจนเหลือเพียงร้อยละสิบห้า [Critical Condition] ข้อความเตือนสีแดงกะพริบถี่รัว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับค่ามานาที่แห้งขอด การฟาร์มเลเวลจนทะลุบั๊กมอบพลังมหาศาลให้เขาก็จริง แต่ในสถานการณ์ที่ถูกบีบให้ใช้พลังงานมหาศาลเพื่อต้านทานแรงกดดันระดับขุนพล ร่างกายก็เริ่มส่งสัญญาณประท้วงเช่นกัน
ก๊าซซซซ—!
เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วโถงหอคอย แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นราวกับหิมะ การ์กอยล์ทมิฬไม่อดทนรอให้เหยื่อพักหายใจ มันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ ปีกมหึมาหุบเข้าหากันราวกับใบมีดมรณะพุ่งตรงมาหมายจะตัดร่างของเรย์ออกเป็นสองท่อน
"เรย์!" ลูน่ากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เรย์ไม่ได้ถอยหลัง เขาก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพกรงเล็บที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ ความนิ่งงันเข้าครอบงำจิตใจราวกับเวลาหยุดเดิน
*ฉับพลัน!*
เรย์เบี่ยงตัวหลบในองศาที่เฉียดฉิวที่สุด ปลายเล็บคมกริบเฉี่ยวผ่านผิวแก้วหน้ากากเวทจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงลมจากการพุ่งชนกระแทกเข้าที่แผ่นหลังจนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลเดิม
ทว่า นั่นคือแผนการ
"ช่องว่าง..."
เรย์พึมพำเสียงแผ่วเบา มือขวาที่ถือดาบสั้นเคลือบออร่าสีดำสนิทตวัดฟันออกไปสุดแรง สกิลเฉพาะตัวที่ดึงมาจากบั๊กของระบบ [Phantom Blade Strike] ทำงานอย่างไร้เสียง รอยฟันสีดำทมิฬพาดผ่านกลางลำตัวของการ์กอยล์ทมิฬอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
*ตู้มมม!*
ร่างมหึมาของการ์กอยล์ชะงักกึก แรงกระแทกมหาศาลระเบิดออกภายในร่างของมัน เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นพร้อมกับเลือดสีดำทะลักออกมาจากปากแผล แต่มันยังไม่ยอมล้มลง มันสะบัดหางเหล็กกล้าใส่เรย์อย่างบ้าคลั่งในจังหวะสุดท้ายก่อนที่มันจะสิ้นฤทธิ์
เรย์ที่ใช้แรงไปจนหมดกัปตันไม่สามารถยกดาบขึ้นป้องกันได้ทัน การโจมตีครั้งนี้กำลังจะพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของเขาเต็มแรง—
แปะ.
เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังแทรกเข้ามาในโถงหอคอยที่ควรจะมีแค่พวกเขาสองคน กลับดังก้องกังวานเหนือเสียงคำรามของมอนสเตอร์
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดของมุมเสาที่ไม่มีใครสังเกตเห็นตั้งแต่แรก สวมเสื้อคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันโสมมของดันเจี้ยน ปลายเท้าแตะลงบนพื้นศิลาอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับร่างนั้นไม่มีน้ำหนักอยู่จริง
มือเรียวขาวสะอาดราวกระเบื้องเคลือบยกขึ้นแตะเบาๆ ที่อากาศเบื้องหน้า
*เปรี๊ยะ!*
บาตรเวทสีขาวบริสุทธิ์ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อนในเสี้ยววินาที กรงเล็บของการ์กอยล์กระแทกเข้ากับบาตรนั้นอย่างจังจนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง แต่บาตรเวทนั้นกลับไม่แม้แต่จะมีรอยร้าว
การ์กอยล์ทมิฬเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีม่วงตามกฎของดันเจี้ยนเมื่อพ่ายแพ้
ลูน่าอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา หันไปมองผู้มาใหม่สลับกับเรย์ที่ยืนนิ่งสนิท
เรย์ลดดาบลงช้าๆ ลมหายใจหอบถี่ สายตาคมกราบมองบุคคลปริศนาที่เพิ่งยื่นมือเข้ามาช่วยในวินาทีเป็นตาย โดยไม่มีความรู้สึกขอบคุณฉายชัดขึ้นมาในแววตา มีเพียงความระแวดระวังและความสงสัยระคนกัน
"ไม่พบกันนานนะครับ... คุณเรย์"
น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มสุภาพปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของผู้มาใหม่ ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นจ้องมองเรย์ด้วยประกายที่อ่านไม่ออก
หัวใจของเรย์กระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—เซนอส หัวหน้ากิลด์ผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์ที่ควรจะอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยชั้นร้อย ไม่ใช่ชั้นที่สิบห้าแห่งนี้!
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
จอมเวทไร้นาม
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 15
มอนสเตอร์ระดับขุนพล
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!