“อย่าเพิ่งถอดใจตอนนี้ ลูน่า! ถ้าเธอปล่อยมือจากคทาในวินาทีนี้ ทั้งทีมจะถูกบดขยี้ด้วยแรงอัดจากสถานะ ‘ลบข้อมูล’ ของระบบทันที!”
เสียงของผมตะโกนก้องผ่านพายุแห่งรหัสสีแดงที่หมุนวนรอบตัวเราทั้งสามคน แรงสั่นสะเทือนจากพื้นหินของชั้นที่ 20 ไม่ใช่แค่กลไกของดันเจี้ยน แต่มันคือการพยายาม ‘แก้ไข’ ตัวตนของผมให้หายไปจากสารบบโลกใบนี้
ร่างกายของ ‘ร่างโคลนทดลองหมายเลข 20’ กำลังบิดเบี้ยว มันไม่ใช่ศัตรูที่มีเนื้อหนัง แต่เป็นก้อนพลังงานดิบที่ก่อตัวเป็นรูปทรงชายสวมหน้ากากเหล็ก ดวงตาของมันว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
“ฉัน… ฉันพยายามอยู่ เรย์!” ลูน่ากัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือเรียวบางของเอลฟ์สาวสั่นระริก เธอพยายามร่ายเวทมนตร์กางอาณาเขตป้องกันเพื่อต้านทานคำสั่ง ‘ลบข้อมูล’ ของระบบที่กำลังกัดกินค่าความทนทานของสมาชิกในปาร์ตี้ไปทีละเปอร์เซ็นต์
“ซ้าย! สองนาฬิกา!”
ผมตะโกนบอกโดยไม่ต้องหันไปมอง พร้อมกับใช้ ‘ดาบมรณะ’ ที่รวบรวมพลังงานบั๊กจากการฟาร์มข้ามขีดจำกัด ฟันออกไปเป็นเส้นแสงสีน้ำเงินเข้ม การโจมตีของผมไม่ได้หวังผลที่ร่างโคลน แต่หวังผลที่ ‘จุดเชื่อมต่อ’ ระหว่างร่างโคลนกับฐานข้อมูลหลักของดันเจี้ยน
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกับมิติที่บิดเบี้ยว ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง ร่างโคลนชะงักไปครู่หนึ่ง มันเงยหน้าขึ้น จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะมีความทรงจำบางอย่างหลงเหลืออยู่
*‘ทำไม… ถึงยัง… ดื้อรั้น?’*
เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากลำคอ แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของผมโดยตรง
ผมแสยะยิ้มที่มุมปาก “เพราะโลกนี้มันห่วยเกินกว่าจะยอมให้พวกแกบงการชีวิตฉันน่ะสิ”
“เรย์! คูลดาวน์ของสกิลป้องกันฉันเหลืออีกห้าวินาที!” ลูน่าร้องเตือน ร่างของเธอทรุดฮวบลงกับพื้น แรงกดดันจากระบบเริ่มรุนแรงขึ้นจนทำให้กำแพงหินรอบห้องค่อยๆ แตกกระจาย ร่างโคลนหมายเลข 20 พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกว่าเดิมหลายเท่าตัว มือของมันที่เปลี่ยนสภาพเป็นใบมีดพลาสม่าเงื้อมขึ้นสูง หมายจะปลิดชีพผู้เล่นที่ขวางทางมันไว้
ในเสี้ยววินาทีที่ความเป็นความตายทาบทับอยู่ตรงหน้า ความคิดในอดีตผุดขึ้นมาเหมือนภาพยนตร์ฉายซ้ำ กิลด์ใหญ่ที่เคยหักหลังผม เซนอสที่ยืนมองดูผมดิ้นรนอยู่ในกรงขังด้วยสายตาเหยียดหยาม ความเจ็บปวดพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมแตกสลาย แต่เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้ผมกลายเป็น ‘บั๊ก’ ที่ไม่มีใครหยุดได้
“เซนอส… ถ้าแกคิดว่าโคลนกระจอกๆ ตัวเดียวจะหยุดฉันได้ แกคิดผิด!”
ผมไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวไปข้างหน้า ผมปิดการใช้งานเกราะป้องกันทั้งหมดเพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตีเพียงชั่วขณะ ผมปล่อยให้ใบมีดพลาสม่าของร่างโคลนเฉือนผ่านหัวไหล่จนเลือดสาดกระเซ็น เพื่อแลกกับการเอาดาบของผมจ่อเข้าที่ ‘หัวใจ’ ซึ่งเป็นจุดรวมข้อมูลของร่างโคลน
“จงดับสูญไปพร้อมกับตรรกะที่บิดเบี้ยวของพวกแกซะ!”
ผมกระแทกพลังงานทั้งหมดที่ฟาร์มมาจากมอนสเตอร์ชั้นที่ 19 เข้าสู่จุดเชื่อมต่อผ่านดาบ แรงระเบิดของรหัสสีแดงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ร่างโคลนกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงที่ว่างเปล่า
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูน่าหอบหายใจถี่อยู่ไม่ไกล ผมทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น เลือดที่ไหลซึมจากหัวไหล่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีดำคล้ำ—ผลกระทบจากการโดนโจมตีด้วยข้อมูลของระบบ
“เราชนะแล้วเหรอ?” ลูน่าถามเสียงแผ่ว
ผมยังไม่ตอบทันที สายตาของผมจ้องมองไปยังผนังห้องที่ค่อยๆ ปรากฏทางเดินใหม่ แต่มันไม่ใช่ทางเดินปกติของดันเจี้ยน แต่มันคือช่องว่างของมิติที่มองเห็นภาพเบื้องหลัง… เป็นภาพของเซนอสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในห้องควบคุมหลักของระบบ
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกไม่ใช่แค่ภาพนั้น แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างกายเซนอส
เขากำลังยืนอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง—คนที่มีใบหน้าเหมือนกับลูน่าทุกประการ ทว่าแววตากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาอย่างสมบูรณ์แบบ
หญิงสาวคนนั้นหันมามองทางกล้องวงจรปิดที่สอดส่องมายังห้องนี้ ก่อนจะขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง
*‘พี่คะ… ทำไมถึงยังไม่ตายเสียที?’*
ลูน่าหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธออุทานออกมาเบาๆ “นั่นมัน… ร่างต้นฉบับที่ฉันควรจะเป็นก่อนถูกทิ้งในดันเจี้ยน… เรย์ เราถูกหลอกมาตลอด”
ก่อนที่ผมจะทันได้วิเคราะห์สถานการณ์เพิ่มเติม หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าของผมอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่คำเตือนการลบข้อมูล แต่เป็นข้อความจากผู้ดูแลระบบที่ผมรู้จักดีที่สุด
[ระบบ: ยินดีด้วย ผู้เล่น ‘เรย์’ คุณผ่านด่านหินของชั้นที่ 20 แล้ว แต่ทว่า… ห้องถัดไปไม่ใช่ทางออก แต่คือ ‘ความจริง’ ที่คุณไม่เคยได้รับอนุญาตให้รับรู้]
ประตูมิติที่เปิดออกตรงหน้าไม่ได้นำไปสู่ชั้นที่ 21 แต่มันกลับพาทุกอย่างที่เรายืนอยู่หลุดลอยเข้าไปในห้วงอวกาศสีมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด พร้อมกับเสียงหัวเราะของเซนอสที่ดังแว่วมาจากความมืดนั้น
"ยินดีต้อนรับสู่ห้องทดลองส่วนตัวของผม... หวังว่าพวกคุณจะพร้อมรับมือกับสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนี้นะ"
จอมเวทไร้นามหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเดินทางที่เข้มข้นในครั้งนี้ และอย่าลืมติดตามบทสรุปของความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้านะครับ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผมเสมอมาครับ
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 21
ด่านหินของชั้นที่ 20
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!